ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายแรงงาน

แผนปรับปรุงผลงาน PIP: พนักงานไม่ผ่าน KPI นายจ้างควรทำอย่างไร

PIP ที่ดีต้องมีเกณฑ์ตรวจสอบได้ ให้โอกาสปรับปรุงจริง และแยกปัญหาผลงานออกจากความผิดทางวินัย แต่ PIP ไม่ได้ตัดค่าชดเชยหรือการบอกกล่าวล่วงหน้า และการเลิกจ้างยังถูกตรวจสอบว่าเป็นธรรมหรือไม่

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายแรงงานและกฎหมายองค์กร28 ตุลาคม 256910 นาที
แผนปรับปรุงผลงาน PIP: พนักงานไม่ผ่าน KPI นายจ้างควรทำอย่างไร

พนักงานคนหนึ่งทำงานไม่ถึงเป้ามาหลายเดือน หัวหน้าเริ่มหมดความอดทน ฝ่ายบุคคลถามว่า "ทำ PIP ให้ครบแล้วเลิกจ้างเลยได้ไหม" คำตอบที่นายจ้างหลายรายอยากได้คือ ได้ และไม่ต้องจ่ายอะไร ซึ่งไม่ตรงกับที่กฎหมายแรงงานไทยวางไว้ PIP เป็นเครื่องมือบริหาร ไม่ใช่ทางลัดทางกฎหมาย แต่ถ้าทำถูก จะช่วยให้พนักงานมีโอกาสแก้ไข และช่วยให้นายจ้างมีหลักฐานที่ชัดหากต้องแยกทางกัน

คู่มือนี้อธิบายวิธีออกแบบ PIP ให้ตรวจสอบได้ ต่อยอดจากเรื่อง ถูกเลิกจ้างทำอย่างไร ค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง และการออกแบบ KPI ของทีมขาย ท่านควรอ่านร่วมกับการลดค่าจ้าง ลดวันทำงาน หรือลดสวัสดิการ หากกำลังคิดปรับเงื่อนไขการจ้างแทนการเลิกจ้าง

คำตอบหลัก

PIP ที่ใช้ได้จริงต้องมีสี่อย่าง คือ เกณฑ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าและวัดได้ โอกาสปรับปรุงจริงพร้อมการสนับสนุน บันทึกเป็นหนังสือทุกขั้น และการแยกปัญหาผลงานออกจากความผิดทางวินัย แต่ท่านต้องไม่สัญญากับตัวเองว่า PIP จะทำให้เลิกจ้างได้โดยไม่มีภาระ

หลักกฎหมาย ค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างอยู่ในมาตรา 118 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 การบอกกล่าวล่วงหน้าอยู่ในมาตรา 17 และการจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวอยู่ในมาตรา 17/1 กรณีที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยอยู่ในมาตรา 119 ซึ่งเป็นรายการเฉพาะ ได้แก่ ทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาต่อนายจ้าง จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ฝ่าฝืนข้อบังคับหลังหนังสือเตือน ละทิ้งหน้าที่สามวันติดต่อกัน และได้รับโทษจำคุก ผลงานต่ำกว่าเป้าไม่ได้อยู่ในรายการนี้ ข้อบังคับการทำงานอยู่ในมาตรา 108 หากลูกจ้างเห็นว่าถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ศาลแรงงานมีอำนาจตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 สั่งให้รับกลับเข้าทำงานหรือให้จ่ายค่าเสียหายแทน

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ในคดีเลิกจ้างเพราะผลงาน ศาลมักถามว่านายจ้างบอกเกณฑ์ไว้ก่อนหรือไม่ ให้เวลาและความช่วยเหลือพอหรือไม่ และปฏิบัติกับคนอื่นแบบเดียวกันหรือไม่ PIP ที่ครบถ้วนช่วยตอบคำถามเหล่านี้ได้ แต่ไม่ได้ทำให้การเลิกจ้างปลอดภัยโดยอัตโนมัติ และไม่ได้ลบหน้าที่จ่ายค่าชดเชย

ตัวอย่างสมมติ บริษัทจำหน่ายปุ๋ยและอุปกรณ์การเกษตรแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี มีเจ้าหน้าที่ขายประจำเขตคนหนึ่งซึ่งทำงานมาสี่ปี ยอดขายต่ำกว่าเป้าติดต่อกันสามไตรมาส ผู้จัดการอยากออก "ใบเตือน" แล้วเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ในกรณีนี้ผลงานต่ำเป็นเรื่องผลลัพธ์ ไม่ใช่การฝ่าฝืนข้อบังคับ จึงควรทำ PIP ตามแนวทางในคู่มือนี้ และเตรียมรับภาระค่าชดเชยหากสุดท้ายต้องเลิกจ้าง

1. เกณฑ์แบบไหนที่ตรวจสอบได้

เกณฑ์ที่ศาลและพนักงานยอมรับได้ควรมีลักษณะดังนี้

  • กำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่เพิ่งคิดเมื่อจะเลิกจ้าง หากเป้าหมายประจำปีเคยแจ้งไว้แล้ว ให้อ้างอิงเอกสารนั้น
  • แจ้งให้ทราบ พนักงานรับทราบเป็นหนังสือ ไม่ใช่เพียงพูดในที่ประชุม
  • วัดได้ ใช้ตัวเลขหรือหลักฐานที่ตรวจซ้ำได้ เช่น จำนวนลูกค้าที่เยี่ยม อัตราข้อผิดพลาดในงาน จำนวนงานที่ส่งตรงเวลา
  • สอดคล้องกับเพื่อนร่วมงาน ตำแหน่งเดียวกันใช้มาตรฐานเดียวกัน หากให้คนเดียวแบกเป้าที่สูงกว่าคนอื่นโดยไม่มีเหตุผล จะถูกมองว่าตั้งใจกลั่นแกล้ง
  • ทำได้จริง คำนึงถึงเขตพื้นที่ ฤดูกาลขาย เครื่องมือ และข้อจำกัดนอกเหนือการควบคุมของพนักงาน
เกณฑ์ที่ควรเขียนเกณฑ์ที่ควรหลีกเลี่ยง
เยี่ยมลูกค้าอย่างน้อย 12 รายต่อเดือน บันทึกในระบบ"ต้องกระตือรือร้นมากขึ้น"
ส่งรายงานภายในวันที่ 5 ของเดือน"ทัศนคติต้องดีขึ้น"
ข้อผิดพลาดในใบสั่งซื้อไม่เกิน 2 ฉบับต่อเดือนเป้าที่เปลี่ยนกลางทางโดยไม่แจ้ง

2. โอกาสปรับปรุงจริงหมายถึงอะไร

PIP ที่เป็นเพียงพิธีกรรมก่อนเลิกจ้างมักไม่รอดการตรวจสอบ ควรมีองค์ประกอบเหล่านี้

  • การสนับสนุน ระบุปัญหาที่พบ จัดอบรม หัวหน้าหรือพี่เลี้ยงช่วยสอน และจัดเครื่องมือที่จำเป็น
  • ระยะเวลาที่เหมาะสม กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนวัน ให้นานพอวัดผลได้จริงตามลักษณะงาน งานที่มีรอบการขายยาวต้องใช้เวลานานกว่างานที่วัดรายวัน
  • การพบกันเป็นระยะ เช่น ทุกสองสัปดาห์ ให้พนักงานชี้แจงและเสนอความเห็นได้
  • บันทึกเป็นหนังสือ สรุปทุกครั้งที่พบ ให้พนักงานเซ็นรับทราบ หรือบันทึกว่าปฏิเสธเซ็นพร้อมพยาน

3. ผลงานไม่ดีกับความผิดวินัยต่างกันอย่างไร

หัวใจของเรื่องนี้คือ อย่าใช้หนังสือเตือนทางวินัยกับปัญหาผลงานล้วน ใบเตือนตามมาตรา 119 มีไว้สำหรับการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย หนังสือเตือนมีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างทำผิด การนำเรื่องความสามารถไปใส่ในใบเตือนเพื่อสร้างเหตุไม่จ่ายค่าชดเชยมักไม่สำเร็จ และทำให้เอกสารเสียน้ำหนักทั้งชุด

ปัญหาผลงานความผิดทางวินัย
ลักษณะผลลัพธ์ไม่ถึงเกณฑ์ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือคำสั่ง หรือทำผิดร้ายแรง
เครื่องมือPIP บันทึกการประเมินกระบวนการตามข้อบังคับการทำงาน มาตรา 108
หนังสือเตือนไม่ใช้เป็นใบเตือนตามมาตรา 119ใช้ได้ตามเงื่อนไข
ค่าชดเชยหากเลิกจ้างต้องจ่ายตามมาตรา 118อาจไม่ต้องจ่ายหากเข้ากรณีตามมาตรา 119

หากระหว่าง PIP พบพฤติกรรมที่เป็นความผิดจริง เช่น ปลอมตัวเลขยอดขาย ให้แยกเป็นเรื่องวินัยอีกสายหนึ่ง สอบข้อเท็จจริง ให้พนักงานชี้แจง และเลือกบทลงโทษตามข้อบังคับ ดูการสอบสวนวินัยพนักงาน

4. PIP ทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้

ทำได้ ช่วยให้พนักงานรู้ว่าต้องแก้อะไร สร้างหลักฐานว่านายจ้างให้โอกาส และช่วยให้ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจบนข้อเท็จจริง

ทำไม่ได้ และควรบอกตรงๆ กับผู้บริหาร

  • PIP ไม่ได้ตัดค่าชดเชยตามมาตรา 118 การเลิกจ้างเพราะผลงานไม่เข้ากรณีตามมาตรา 119 นายจ้างจึงยังต้องจ่าย ตามอายุงาน เช่น 30 วันสำหรับผู้ทำงานครบ 120 วันแต่ไม่ถึง 1 ปี และ 90 วันสำหรับผู้ทำงานครบ 1 ปีแต่ไม่ถึง 3 ปี ดูตารางเต็มในค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง
  • PIP ไม่ได้ยกเว้นการบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 หรือการจ่ายค่าจ้างแทนตามมาตรา 17/1
  • PIP ไม่ได้ป้องกันการถูกฟ้องว่าเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ศาลแรงงานยังพิจารณาตามมาตรา 49 ว่าเหตุผลและวิธีการเหมาะสมหรือไม่ ผลขึ้นกับข้อเท็จจริงและดุลพินิจของศาล

5. ผลลัพธ์ที่เลือกได้เมื่อ PIP สิ้นสุด

  1. ผ่าน บันทึกผลและติดตามต่อ ไม่ควรเปิดเรื่องเดิมซ้ำโดยไม่มีเหตุใหม่
  2. ขยายเวลา เมื่อมีความคืบหน้าแต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ หรือมีปัจจัยภายนอกที่กระทบ ระบุเหตุผลและกำหนดเวลาใหม่เป็นหนังสือ
  3. ย้ายตำแหน่ง หากปัญหาอยู่ที่ความเหมาะสมกับงาน การโยกย้ายที่กระทบสภาพการจ้างอย่างมีนัยสำคัญควรได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ
  4. ข้อตกลงเลิกสัญญาจ้างร่วมกัน ทำเป็นหนังสือ ให้พนักงานมีเวลาพิจารณา และไม่ใช้การบีบบังคับ เงื่อนไขการจ่ายเงินต้องไม่ต่ำกว่าสิทธิตามกฎหมาย ดูแผนปรับโครงสร้างและลดจำนวนพนักงาน
  5. เลิกจ้างโดยจ่ายค่าชดเชย จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 และบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 หรือจ่ายแทนตามมาตรา 17/1 พร้อมค่าจ้างและสิทธิที่ค้างทั้งหมด

ตัวอย่างแบบฟอร์ม PIP ที่ปรับใช้ได้

แผนปรับปรุงผลงาน (PIP)
ชื่อพนักงาน / ตำแหน่ง: ____________  หัวหน้า: ____________
ระยะเวลาแผน: วันที่ ____ ถึง ____   วันพบติดตามผล: ทุก ____ สัปดาห์

1. ปัญหาผลงานที่พบ (ระบุข้อเท็จจริงและตัวเลข พร้อมเอกสารอ้างอิง)
2. เกณฑ์ที่คาดหวังเมื่อสิ้นสุดแผน (วัดได้ แจ้งล่วงหน้าแล้ว)
   - ตัวชี้วัดที่ 1: ____  เป้า: ____
   - ตัวชี้วัดที่ 2: ____  เป้า: ____
3. การสนับสนุนจากบริษัท (อบรม พี่เลี้ยง เครื่องมือ)
4. ความเห็นของพนักงาน
5. ผลการติดตามแต่ละครั้ง (วันที่ / สรุป / ลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย)
6. ผลเมื่อสิ้นสุดแผน: ผ่าน / ขยายเวลา / ย้ายตำแหน่ง / ข้อตกลงร่วมกัน / อื่นๆ

หมายเหตุ: เอกสารนี้เป็นแผนปรับปรุงผลงาน ไม่ใช่หนังสือเตือนตามข้อบังคับการทำงาน
พนักงานรับทราบแล้ว ลงชื่อ ____________ วันที่ ____

6. เก็บเอกสารและข้อมูลพนักงานอย่างไรให้ปลอดภัย

บันทึกผลงาน คะแนนประเมิน และอีเมลที่เกี่ยวข้อง เป็นข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้าง นายจ้างมีหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลตามมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้แก่ รักษาความมั่นคงปลอดภัย และไม่เก็บเกินความจำเป็น

  • จำกัดสิทธิเข้าถึงเฉพาะหัวหน้า ฝ่ายบุคคล และผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง
  • เก็บเฉพาะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับงาน ไม่เก็บความเห็นส่วนตัวหรือเรื่องครอบครัวที่ไม่เกี่ยว
  • หากบันทึกเกี่ยวกับสุขภาพ ต้องระวังเป็นพิเศษตามมาตรา 26 และมักควรแยกเก็บ
  • กำหนดระยะเวลาเก็บและวิธีทำลายไว้ในนโยบาย

ดูรายละเอียดในข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานกับ PDPA

7. ถ้าเรื่องไปถึงศาล เอกสารชุดไหนช่วยท่านได้

นายจ้างมีหน้าที่แสดงว่าเหตุเลิกจ้างมีน้ำหนักและมีการปฏิบัติที่เป็นธรรม เอกสารที่ควรหาได้ทันที ได้แก่ คำบรรยายลักษณะงานและเป้าหมายที่แจ้งไว้ ผลงานเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมงาน แผน PIP ที่เซ็นแล้ว บันทึกการพบแต่ละครั้ง หลักฐานการอบรมหรือการช่วยเหลือ และเอกสารที่แสดงว่าจ่ายสิทธิครบ ดูการเตรียมสู้คดีแรงงานของนายจ้าง และเมื่อใดฝ่ายบุคคลควรให้ทนายตรวจเอกสาร

เช็กลิสต์ก่อนเริ่มและก่อนปิด PIP

ก่อนเริ่ม

  • ตรวจแล้วว่าเป็นปัญหาผลงาน ไม่ใช่ความผิดทางวินัย
  • เกณฑ์เขียนเป็นหนังสือ วัดได้ และใช้กับตำแหน่งเดียวกันเหมือนกัน
  • ตรวจแล้วว่าเป้าหมายทำได้จริงในช่วงเวลาที่ให้
  • พนักงานได้รับแจ้งและเซ็นรับทราบ

ระหว่างแผน

  • มีการอบรมหรือพี่เลี้ยงตามที่ระบุ
  • พบติดตามผลตามกำหนด และบันทึกทุกครั้ง
  • รับฟังความเห็นพนักงาน

ก่อนปิดและตัดสินใจ

  • ประเมินผลเทียบเกณฑ์เดิม ไม่เพิ่มเกณฑ์ใหม่กลางทาง
  • ประเมินภาระค่าชดเชยและการบอกกล่าวล่วงหน้าไว้แล้ว
  • เก็บเอกสารอย่างปลอดภัยตาม PDPA

อ่านเพิ่มเติม

PIP ที่ดีไม่ใช่เส้นทางลัดสู่การเลิกจ้าง แต่เป็นกระบวนการที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้ข้อเท็จจริงตรงกัน และทำให้การตัดสินใจครั้งสุดท้ายมีเหตุผลรองรับ

เราช่วยตรวจและจัดทำแบบ PIP ข้อบังคับการทำงาน และเอกสารข้อตกลงเลิกสัญญาจ้างให้ตรงกับธุรกิจของท่าน รวมถึงประเมินภาระค่าชดเชยก่อนตัดสินใจ ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ จัดทำเอกสารด้านบุคคล


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

ทำ PIP แล้วเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้หรือไม่+

โดยทั่วไปไม่ได้ มาตรา 119 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดกรณีที่ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยไว้เฉพาะเรื่อง เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ หรือฝ่าฝืนข้อบังคับที่ชอบด้วยกฎหมายหลังได้รับหนังสือเตือน ผลงานต่ำกว่าเป้าเพียงอย่างเดียวไม่อยู่ในรายการ จึงยังต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 และบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 หรือจ่ายค่าจ้างแทนตามมาตรา 17/1 ดูหัวข้อ 4

ผลงานไม่ผ่าน KPI ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับและออกหนังสือเตือนได้หรือไม่+

ไม่ควร ใบเตือนตามมาตรา 119 ใช้กับการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ปัญหาความสามารถหรือผลลัพธ์ ปัญหาผลงานล้วนควรจัดการด้วย PIP และบันทึกการประเมิน ส่วนเรื่องที่เป็นความผิดจริง เช่น ขาดงาน หรือปลอมเอกสาร ให้ใช้กระบวนการตามข้อบังคับการทำงานแยกต่างหาก ดูหัวข้อ 3

KPI ที่ใช้ใน PIP ต้องมีลักษณะอย่างไรจึงถือว่าเป็นธรรม+

ควรกำหนดไว้ล่วงหน้า แจ้งให้พนักงานทราบ วัดผลเป็นตัวเลขหรือหลักฐานได้ ใช้มาตรฐานเดียวกับเพื่อนร่วมงานในตำแหน่งเดียวกัน และเป็นเป้าที่ทำได้จริงในช่วงเวลาที่ให้ ศาลแรงงานมักดูว่านายจ้างให้โอกาสและเก็บหลักฐานหรือไม่ ผลจึงขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละคดี ดูหัวข้อ 1

ควรให้เวลาปรับปรุงผลงานนานเท่าใด+

กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนวันตายตัว ควรให้นานพอที่จะวัดผลได้จริงตามลักษณะงาน เช่น งานขายที่มีรอบการขายยาวย่อมต้องให้นานกว่างานที่วัดรายวัน และควรมีการพบกันเป็นระยะพร้อมบันทึกเป็นหนังสือ ดูหัวข้อ 2

ข้อมูลผลงานและบันทึกการประเมินพนักงาน ต้องระวังอะไรตาม PDPA+

เป็นข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้าง นายจ้างในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลมีหน้าที่ตามมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เช่น รักษาความมั่นคงปลอดภัย จำกัดผู้เข้าถึง และไม่เก็บเกินความจำเป็น หากบันทึกเกี่ยวกับสุขภาพต้องระวังเป็นพิเศษตามมาตรา 26 ดูหัวข้อ 6

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา