สมมติว่าคุณขายสินค้าอยู่บนมาร์เก็ตเพลสมาสองปี ยอดขายดีแต่แพลตฟอร์มปรับกติกาบ่อย ค่าธรรมเนียมและโฆษณาในแพลตฟอร์มกินกำไรไปเรื่อย ๆ และคุณไม่มีรายชื่อลูกค้าของตัวเองเลย จึงคิดจะทำเว็บไซต์ร้านค้าเอง อีกกรณีหนึ่ง คุณมีเว็บไซต์แต่ลูกค้าไม่เข้า และอยากเข้าไปขายบนมาร์เก็ตเพลสเพื่อให้เจอลูกค้าใหม่
คำถามนี้ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอไป แต่ต้องรู้ว่าแต่ละช่องทางเปลี่ยนอะไรทางกฎหมาย ไม่ว่าเรื่องข้อมูลลูกค้า สิทธิในบัญชีร้าน การจดทะเบียน และหน้าที่ต่อผู้บริโภค คู่มือนี้เปรียบเทียบสองช่องทางและชี้จุดที่ผู้ขายมักพลาด ส่วนการกระทบยอดขาย ค่าธรรมเนียม และเงินโอนเมื่อขายหลายแพลตฟอร์ม ดูขายผ่านหลายแพลตฟอร์ม กระทบยอด คู่มือนี้ไม่ทำซ้ำเรื่องนั้น
คำตอบหลัก
มาร์เก็ตเพลสให้ลูกค้ากับความน่าเชื่อถือที่แพลตฟอร์มสร้างไว้ แลกกับการที่ผู้ขายอยู่ภายใต้กติกาและบัญชีที่แพลตฟอร์มควบคุม เว็บไซต์ของตัวเองให้ความเป็นเจ้าของข้อมูลและแบรนด์ แลกกับการที่ต้องหาลูกค้าเอง ดูแลความปลอดภัยของระบบ และเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเต็มตัว ธุรกิจส่วนใหญ่ได้ประโยชน์จากการใช้มาร์เก็ตเพลสเป็นช่องทางหาลูกค้าและเว็บไซต์เป็นฐานที่มั่น โดยไม่พึ่งช่องทางเดียว
หลักกฎหมาย การขายสินค้าหรือบริการผ่านเว็บไซต์ แอป หรือร้านบนมาร์เก็ตเพลสเป็นพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีหลักเกณฑ์จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ส่วนการเสนอขายถึงตัวผู้บริโภค เช่น ไลฟ์สดที่โต้ตอบและปิดการขายทันที หรือการส่งข้อความขายผ่านแชต อาจเข้าข่ายตลาดแบบตรงตามพ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ซึ่งห้ามประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงโดยไม่จดทะเบียน และกฎกระทรวงกำหนดบางกรณีของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถือเป็นตลาดแบบตรง นอกจากนี้ ร้านที่เก็บข้อมูลลูกค้าเองเป็นผู้ควบคุมข้อมูลตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และผู้ขายต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคเรื่องฉลาก การโฆษณา และสิทธิของผู้ซื้อ
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ก่อนย้ายยอดขายส่วนใหญ่ไปไว้ที่ใด ให้ถามว่า ถ้าบัญชีถูกระงับพรุ่งนี้ คุณยังติดต่อลูกค้าเดิมได้หรือไม่ และถ้าข้อมูลลูกค้าบนเว็บไซต์รั่ว ใครรับผิดและมีแผนอะไร ถ้าตอบข้อใดไม่ได้ ควรแก้ก่อนเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางนั้น
1. สองช่องทางต่างกันตรงไหน
| ประเด็น | มาร์เก็ตเพลส | เว็บไซต์ของตัวเอง |
|---|---|---|
| การหาลูกค้า | แพลตฟอร์มมีผู้เข้าชมอยู่แล้ว | ต้องสร้างทราฟฟิกเอง |
| ข้อมูลลูกค้า | แพลตฟอร์มควบคุมเป็นหลัก ร้านได้เท่าที่จำเป็นต่อการส่งสินค้า | ร้านเก็บเองและเป็นผู้ควบคุมข้อมูล |
| กติกา | แพลตฟอร์มกำหนดและเปลี่ยนได้ | ร้านกำหนดเอง ภายใต้กฎหมาย |
| ค่าใช้จ่าย | ค่าธรรมเนียมตามคำสั่งซื้อ ค่าโฆษณา ค่าส่งเสริมการขาย | ค่าระบบ ค่าชำระเงิน ค่าการตลาด ค่าดูแลระบบ |
| บัญชีร้าน | ถูกระงับหรือจำกัดได้ตามข้อกำหนด | ร้านคุมโดเมนและระบบเอง แต่ยังต้องพึ่งผู้ให้บริการโฮสต์และชำระเงิน |
| แบรนด์ | ลูกค้าจำแพลตฟอร์มมากกว่าร้าน | ลูกค้าจำร้านโดยตรง |
| ความรับผิดต่อผู้บริโภค | ผู้ขายยังรับผิดต่อสินค้า | ผู้ขายรับผิดต่อสินค้า และต้องจัดการข้อมูล การคืนเงิน และเงื่อนไขเอง |
2. จดทะเบียนอะไรบ้าง
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การขายสินค้าหรือบริการผ่านเว็บไซต์ แอป หรือร้านค้าบนมาร์เก็ตเพลสมีหลักเกณฑ์จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผู้ขายที่เป็นบุคคลธรรมดาและเป็นนิติบุคคลมีแนวปฏิบัติต่างกันบ้าง จึงควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดจากกรมก่อนเปิดร้าน และถ้าธุรกิจเติบโตจนควรเปลี่ยนเป็นบริษัท ดูขายของออนไลน์ เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาเป็นนิติบุคคล
ตลาดแบบตรง สคบ. อธิบายว่าตลาดแบบตรงคือการนำเสนอขายถึงตัวลูกค้า เช่น การส่งข้อความขายผ่านแชต อีเมลขายสินค้า หรือไลฟ์สดขายที่โต้ตอบและปิดการขายทันที ต่างจากพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ลูกค้าเลือกสินค้า ใส่ตะกร้า และชำระเงินเองบนหน้าร้าน และการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอถ้าขายด้วยวิธีที่เข้าข่ายตลาดแบบตรง ผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงต้องจดทะเบียนกับ สคบ. และกฎหมายให้ผู้บริโภคมีสิทธิบอกเลิกสัญญาภายในเวลาที่กำหนดนับแต่ได้รับสินค้าหรือบริการ ตามที่ สคบ. อธิบาย ระยะเวลานั้นคือเจ็ดวัน
มีกฎกระทรวงกำหนดว่าการขายแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์บางกลุ่มไม่ถือเป็นตลาดแบบตรง เช่น กิจการของบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงและมีรายได้จากการขายออนไลน์ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย วิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียน และสหกรณ์กับกลุ่มเกษตรกรที่จดทะเบียน เราไม่ระบุเกณฑ์ตัวเลขในคู่มือนี้เพราะอาจเปลี่ยน ผู้ขายควรตรวจกับ สคบ. ว่าตนอยู่ในข้อยกเว้นหรือไม่ และไม่ควรสรุปเองว่า "ไลฟ์สดไม่ต้องจด"
การไม่จดทะเบียนตลาดแบบตรงเมื่อเข้าข่ายมีบทลงโทษทางอาญาตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นควรตรวจให้แน่ใจก่อนเริ่มไลฟ์สดขายหรือส่งข้อความขายเป็นประจำ
ภาษี การจดทะเบียนพาณิชย์ไม่ใช่การจดทะเบียนภาษี ผู้ขายยังต้องดูเรื่องภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่มแยกต่างหาก ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานะผู้ขายและรายได้ ควรปรึกษานักบัญชีหรือดูที่กรมสรรพากร และเมื่อขายผ่านแพลตฟอร์ม ควรทราบว่ามีกฎหมายภาษีที่กำหนดให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ส่งข้อมูลธุรกรรมของผู้ขายให้กรมสรรพากรตามเงื่อนไขที่กำหนด จึงควรบันทึกรายรับให้ตรงกับรายงานของแพลตฟอร์มตั้งแต่ต้น
3. ข้อมูลลูกค้า: ใครเป็นเจ้าของ และใครรับผิด
บนมาร์เก็ตเพลส ผู้ซื้อให้ข้อมูลแก่แพลตฟอร์มภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของแพลตฟอร์ม ร้านค้าได้รับข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อการสั่งซื้อและจัดส่ง ปัญหาที่พบบ่อยคือ
- ร้านนำชื่อและเบอร์โทรจากคำสั่งซื้อไปทำการตลาด ซึ่งอาจฝ่าฝืนข้อกำหนดแพลตฟอร์มและอาจเกินวัตถุประสงค์ที่ผู้ซื้อรับรู้
- ร้านชักชวนลูกค้าออกไปซื้อนอกแพลตฟอร์ม ซึ่งหลายแพลตฟอร์มห้ามและอาจถูกระงับบัญชี
- ร้านไม่มีรายชื่อลูกค้าของตนเลย เมื่อแพลตฟอร์มเปลี่ยนกติกาหรือค่าธรรมเนียม จึงไม่มีทางไปต่อ
บนเว็บไซต์ของตัวเอง ร้านเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จึงต้องมีฐานทางกฎหมายที่ชอบในการเก็บข้อมูล แจ้งวัตถุประสงค์และระยะเวลาเก็บ ขอความยินยอมเมื่อต้องใช้ฐานนั้น เช่น การส่งข้อความทางการตลาด ดูแลความปลอดภัย และมีแผนเมื่อข้อมูลรั่ว ดูเช็กลิสต์ทำ PDPA ให้ธุรกิจ และแผนรับมือข้อมูลรั่วไหล
สิ่งที่เว็บไซต์ร้านค้าควรมี
- นโยบายความเป็นส่วนตัวที่ตรงกับสิ่งที่ทำจริง รวมถึงข้อมูลที่เก็บจากคุกกี้และเครื่องมือโฆษณา
- ช่องทางที่ลูกค้าขอใช้สิทธิตามกฎหมาย เช่น ขอเข้าถึง ขอแก้ไข ขอลบ
- สัญญากับผู้ให้บริการภายนอกที่ประมวลผลข้อมูลให้ร้าน เช่น ระบบจัดการคำสั่งซื้อ ผู้ให้บริการอีเมลการตลาด และบริษัทขนส่ง
- การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลภายใน ใครเปิดดูข้อมูลลูกค้าได้ และเก็บข้อมูลบัตรชำระเงินหรือไม่ (ควรให้ผู้ให้บริการชำระเงินจัดการแทน)
- ข้อตกลงการใช้งานและเงื่อนไขการขาย ที่ลูกค้าตกลงก่อนสั่งซื้อ
4. กติกาแพลตฟอร์มและความเสี่ยงบัญชี
เมื่อขายบนมาร์เก็ตเพลส ความสัมพันธ์ระหว่างร้านกับแพลตฟอร์มถูกกำหนดโดยข้อกำหนดการใช้งานที่ร้านกดยอมรับ ซึ่งมักให้แพลตฟอร์มมีสิทธิ
- ปรับค่าธรรมเนียม กติกา และเงื่อนไขการแสดงสินค้าได้ โดยแจ้งตามช่องทางของตน
- ระงับ จำกัด หรือปิดบัญชีด้วยเหตุตามข้อกำหนด
- กักเงินที่ยังไม่ถึงกำหนดโอนเมื่อมีข้อร้องเรียนหรือข้อสงสัย
- กำหนดมาตรฐานการจัดส่ง การคืนสินค้า และการให้คะแนนร้าน
สัญญาลักษณะนี้เป็นสัญญาสำเร็จรูป ผู้ขายรายเล็กต่อรองไม่ได้ ข้อควรทำจึงเป็นการป้องกัน
- อ่านข้อกำหนดส่วนที่กระทบเงินและบัญชี ได้แก่ เหตุระงับบัญชี ขั้นตอนอุทธรณ์ ระยะเวลาโอนเงิน การกักเงิน และการยุติบริการ
- เก็บหลักฐานนอกแพลตฟอร์ม ส่งออกรายงานคำสั่งซื้อ ใบเสร็จ และบันทึกการสื่อสารเป็นประจำ เพราะหากบัญชีถูกปิด การเข้าถึงข้อมูลอาจหายไปด้วย
- ตรวจสินค้าก่อนลงขาย สินค้าที่ฉลากไม่ครบ ขาด มอก. หรือขาดใบอนุญาตที่จำเป็นเป็นเหตุให้ถูกระงับ และผู้ขายยังรับผิดตามกฎหมาย ดูฉลากสินค้าตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
- ไม่พึ่งช่องทางเดียว สัดส่วนรายได้จากแพลตฟอร์มเดียวสูงเกินไปเป็นความเสี่ยงเดียวกับการพึ่งลูกค้ารายเดียว
5. ผู้บริโภคและการรับผิดชอบเมื่อสินค้ามีปัญหา
ไม่ว่าขายช่องทางใด ผู้ขายยังต้องปฏิบัติต่อผู้บริโภคตามกฎหมาย ได้แก่ การแสดงฉลากและข้อมูลสินค้าให้ถูกต้อง การโฆษณาไม่หลอกลวง และการรับผิดต่อความชำรุดบกพร่อง ผู้บริโภคที่ซื้อผ่านการขายตรงหรือตลาดแบบตรงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาภายในกำหนดตามกฎหมายขายตรงฯ ตามที่กล่าวข้างต้น ส่วนสิทธิผู้บริโภคทั่วไปเมื่อสินค้าไม่ตรงปกหรือไม่ส่ง ดูซื้อของออนไลน์ไม่ตรงปก สิทธิผู้บริโภคที่ควรรู้
บนมาร์เก็ตเพลส แพลตฟอร์มมักมีนโยบายคืนเงินและระงับข้อพิพาทของตน ซึ่งไม่ได้ลบความรับผิดของผู้ขายตามกฎหมาย บนเว็บไซต์ของตัวเอง ร้านต้องเขียนเงื่อนไขการคืนสินค้า การคืนเงิน และการรับประกันเอง ให้ชัด ตรงกับกฎหมาย และเห็นได้ก่อนการสั่งซื้อ
6. เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายโดยไม่ใช้ตัวเลข
ค่าใช้จ่ายของทั้งสองช่องทางโครงสร้างต่างกัน อย่าเทียบเฉพาะ "ค่าธรรมเนียมต่อคำสั่งซื้อ"
- มาร์เก็ตเพลส ค่าใช้จ่ายผันแปรตามยอดขาย รวมค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อ ค่าธุรกรรมชำระเงิน ค่าโฆษณาในแพลตฟอร์ม และต้นทุนเข้าร่วมแคมเปญส่งเสริมการขาย ซึ่งแพลตฟอร์มอาจเปลี่ยนโครงสร้างได้
- เว็บไซต์ของตัวเอง ต้นทุนส่วนหนึ่งคงที่ (ระบบ โฮสต์ การดูแล) และส่วนหนึ่งผันแปร (การตลาด ค่าชำระเงิน) และมีต้นทุนที่ซ่อนอยู่ คือการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล การบริการลูกค้า และการรับมือการโกง
- ต้นทุนการหาลูกค้า บนเว็บไซต์ตัวเองมักสูงในช่วงแรก แต่ลูกค้าที่ซื้อซ้ำโดยตรงช่วยลดต้นทุนในระยะยาวถ้ามีรายชื่อลูกค้าที่ใช้ได้อย่างถูกกฎหมาย
เมื่อเทียบ ให้ถามนักบัญชีว่าอยากดู "กำไรต่อคำสั่งซื้อหลังต้นทุนทุกชนิด" ของแต่ละช่องทาง การกระทบยอดแพลตฟอร์มต่าง ๆ ดูในคู่มือการกระทบยอดที่ลิงก์ไว้ข้างต้น
7. แนวทางที่ธุรกิจจำนวนมากใช้ได้
- เริ่มบนมาร์เก็ตเพลสเพื่อทดสอบสินค้า แต่จัดการข้อกำหนดและหลักฐานตั้งแต่วันแรก
- สร้างฐานของตัวเอง เช่น เว็บไซต์ แชตธุรกิจ หรือรายชื่อสมาชิกที่ลูกค้ายินยอมให้ติดต่อ ในช่องทางที่แพลตฟอร์มอนุญาต
- ทำให้เว็บไซต์ถูกต้องทางกฎหมายก่อนทำโฆษณาหนัก ได้แก่ ข้อมูลผู้ขาย เงื่อนไขการขาย นโยบายความเป็นส่วนตัว และการจดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจว่าการขายแบบไลฟ์สดหรือขายผ่านแชตเข้าข่ายตลาดแบบตรงหรือไม่ ก่อนเพิ่มสัดส่วนช่องทางนี้
- ติดตามสัดส่วนรายได้ต่อช่องทาง และตั้งเกณฑ์เตือนเมื่อช่องทางเดียวเกินระดับที่ธุรกิจรับความเสี่ยงได้
8. เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ
- ตรวจแล้วว่าต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และ/หรือตลาดแบบตรงหรือไม่ และสถานะตนเองอยู่ในข้อยกเว้นหรือไม่
- อ่านข้อกำหนดแพลตฟอร์มเรื่องการระงับบัญชี การอุทธรณ์ การกักเงิน และการยุติบริการ
- ส่งออกรายงานคำสั่งซื้อและหลักฐานเก็บไว้นอกแพลตฟอร์มเป็นประจำ
- เว็บไซต์มีนโยบายความเป็นส่วนตัวและเงื่อนไขการขายที่ตรงกับการปฏิบัติจริง
- มีสัญญากับผู้ให้บริการภายนอกที่ประมวลผลข้อมูลลูกค้า
- มีแผนรับมือเมื่อข้อมูลลูกค้ารั่ว
- ฉลากและข้อมูลสินค้าถูกต้อง และมีใบอนุญาตที่จำเป็น
- รายรับที่บันทึกในบัญชีตรงกับรายงานของแต่ละแพลตฟอร์ม
- ไม่มีช่องทางเดียวที่มีสัดส่วนรายได้เกินที่ยอมรับได้
อ่านเพิ่มเติม
- ขายผ่านหลายแพลตฟอร์ม กระทบยอดขาย ค่าธรรมเนียม และเงินรับ — บัญชีเมื่อขายหลายช่องทาง
- ขายของออนไลน์ เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาเป็นนิติบุคคล — เมื่อธุรกิจโตขึ้น
- เช็กลิสต์ทำ PDPA ให้ธุรกิจ — ภาระของผู้ควบคุมข้อมูล
- ฉลากสินค้าตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค — ข้อมูลที่ต้องแสดง
- ซื้อของออนไลน์ไม่ตรงปก สิทธิผู้บริโภค — มุมของผู้ซื้อ
- โมเดลธุรกิจและโครงสร้างทางกฎหมายสำหรับ SME ไทย — ภาพรวมการเลือกโมเดล
มาร์เก็ตเพลสให้ลูกค้า เว็บไซต์ให้ความเป็นเจ้าของข้อมูล แต่ทั้งสองอย่างมีภาระทางกฎหมายต่างกัน ตรวจเรื่องจดทะเบียน ข้อมูลลูกค้า และข้อกำหนดแพลตฟอร์มให้เรียบร้อยก่อนย้ายยอดขายไปช่องทางใด
เราช่วยตรวจการจดทะเบียนที่เกี่ยวกับการขายออนไลน์ จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัว เงื่อนไขการขาย และสัญญากับผู้ให้บริการสำหรับร้านค้าออนไลน์ ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ PDPA และ สัญญาและเอกสาร
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

