คำตอบหลัก
สัญญามาตรฐานของลูกค้ารายใหญ่เขียนขึ้นเพื่อปกป้องลูกค้า ซึ่งเป็นเรื่องปกติและไม่ใช่เหตุให้ปฏิเสธงาน แต่ผู้ขายรายเล็กที่เซ็นโดยไม่อ่านอาจพบว่าการจ่ายเงินขึ้นอยู่กับการตรวจรับที่ลูกค้าควบคุมเอง มีค่าปรับและการหักเงินที่ไม่มีเพดาน และความรับผิดของผู้ขายไม่จำกัดในขณะที่ของลูกค้าจำกัด
หลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้คู่สัญญาตกลงเบี้ยปรับเมื่อไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้ไม่ถูกต้อง (มาตรา 379) ให้ศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้ (มาตรา 383) และให้คู่สัญญาที่เป็นหนี้กันและกันโดยมูลหนี้อย่างเดียวกันและถึงกำหนดชำระหักกลบลบหนี้กันได้ (มาตรา 341 และ 342) ส่วนพ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 กำหนดว่าข้อตกลงในสัญญาสำเร็จรูปที่ทำให้ผู้กำหนดสัญญาได้เปรียบเกินสมควรมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา อย่าวางแผนว่าศาลจะมาแก้สัญญาให้ภายหลัง อ่านสัญญาสามรอบ รอบแรกดูเรื่องเงิน (จ่ายเมื่อไร หักอะไรได้บ้าง) รอบสองดูเรื่องความเสี่ยง (ค่าปรับ ความรับผิด สัญญาชดใช้ การรับประกัน) รอบสามดูทางออก (การเลิกสัญญา การตรวจรับ ความเป็นเจ้าของงานที่ส่งมอบ) แล้วเลือกห้าถึงหกข้อที่สำคัญ ขอแก้เป็นลายลักษณ์อักษร
เรื่องการจัดตั้งบริษัท เอกสารจัดซื้อ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ดูเมื่อลูกค้ารายใหญ่กำหนดให้ต้องมีบริษัท คู่มือนี้พูดเฉพาะข้อสัญญา
1. เราได้เงินเมื่อไร และอะไรเป็นเงื่อนไขการจ่าย
ตรวจข้อกำหนดการชำระเงินก่อนข้ออื่น
- วันครบกำหนดจ่าย นับเป็นจำนวนวันที่แน่นอนจากวันที่ออกใบแจ้งหนี้ หรือนับจาก "การตรวจรับ" "การอนุมัติ" หรือ "การได้รับใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง" หากผูกกับขั้นตอนที่ลูกค้าควบคุม วันจ่ายอาจเลื่อนได้ไม่สิ้นสุด
- การตรวจรับ ใครเป็นผู้ตรวจรับ ใช้เกณฑ์อะไร และหากลูกค้าไม่ตอบจะเป็นอย่างไร ขอให้มีข้อกำหนดว่าถือว่าตรวจรับแล้ว (เช่น ไม่คัดค้านเป็นหนังสือภายในเวลาที่ตกลงให้ถือว่ารับมอบ)
- การตรวจรับบางส่วนและงวดงาน หากงานยาว ขอแบ่งเรียกเก็บเป็นงวด เพื่อไม่ต้องออกเงินทุนให้โครงการทั้งหมด
- การจ่ายล่าช้า ขอให้ระบุผลของการจ่ายล่าช้า (ดอกเบี้ยจากยอดค้าง หรือสิทธิหยุดงาน) หากลูกค้าไม่ยอม อย่างน้อยขอให้ปฏิบัติต่อการส่งมอบล่าช้าของเราและการจ่ายล่าช้าของลูกค้าอย่างเท่าเทียมกัน
หากลูกค้าไม่จ่ายใบแจ้งหนี้ที่ถูกต้องในภายหลัง ดูใบแจ้งหนี้ค้างชำระจากลูกค้าธุรกิจ
2. เบี้ยปรับและค่าปรับตามสัญญา
ข้อสัญญาเบี้ยปรับคือข้อที่กำหนดว่าผู้ขายต้องจ่ายเงินจำนวนหนึ่งหากส่งมอบล่าช้าหรือทำงานบกพร่อง มาตรา 379 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์รับรองข้อตกลงเช่นนี้ ส่วนมาตรา 383 ให้ศาลลดเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วนลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ และในการวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน
นั่นเป็นตาข่ายรองรับ ไม่ใช่แผน การลดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและต้องมีข้อพิพาท ก่อนเซ็นให้ถามว่า
- เบี้ยปรับผูกกับความล่าช้าหรือข้อบกพร่องที่วัดได้จริงหรือไม่
- มีเพดานหรือไม่ เช่น สัดส่วนของมูลค่าคำสั่งซื้อ
- มีระยะผ่อนผันหรือไม่ และผู้ขายได้รับการยกเว้นเมื่อความล่าช้ามาจากลูกค้า (ส่งแบบช้า ให้เข้าพื้นที่ช้า อนุมัติช้า) หรือไม่
- เบี้ยปรับเป็นสิทธิเยียวยาเดียวของลูกค้าสำหรับความล่าช้านั้นหรือไม่ หรือเรียกค่าเสียหายซ้ำสำหรับเหตุเดียวกันได้ด้วย
- ลูกค้าหักเบี้ยปรับจากใบแจ้งหนี้ได้โดยอัตโนมัติหรือไม่ (ดูหัวข้อถัดไป)
3. การหักกลบลบหนี้และการหักเงินจากใบแจ้งหนี้
หลักกฎหมาย (มาตรา 341, 342) ถ้าสองฝ่ายเป็นหนี้กันและกันโดยมูลหนี้มีวัตถุเป็นอย่างเดียวกัน และหนี้ทั้งสองถึงกำหนดชำระ ลูกหนี้แต่ละฝ่ายหลุดพ้นจากหนี้ของตนด้วยการหักกลบลบหนี้ได้เพียงเท่าจำนวนที่ตรงกัน เว้นแต่สภาพแห่งหนี้ฝ่ายหนึ่งไม่เปิดช่องให้หักกลบลบกัน การหักกลบลบหนี้ทำโดยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง และจะมีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาไม่ได้ มาตราต่อ ๆ ไปมีข้อจำกัดเพิ่มเติม เช่น สิทธิเรียกร้องที่ยังมีข้อต่อสู้อยู่หักกลบลบหนี้ไม่ได้ (มาตรา 344) จึงควรตรวจหากหนี้รายใดยังมีข้อโต้แย้ง
สัญญาของลูกค้ามักไปไกลกว่าประมวลกฎหมาย เช่น ให้ลูกค้าหัก "จำนวนใดก็ตามที่ลูกค้าเห็นว่าตนมีสิทธิได้รับ" จาก "ใบแจ้งหนี้ใดก็ได้" รวมถึงยอดตามสัญญาฉบับอื่น ข้อเรียกร้องที่โต้แย้งได้เพียงรายการเดียวอาจกลายเป็นการยึดเงินทุกงวด
ควรขอเงื่อนไขจำกัดดังนี้
- หักได้เฉพาะยอดที่แจ้งเป็นหนังสือ พร้อมเหตุผลและวิธีคำนวณ
- มีสิทธิโต้แย้งการหักภายในเวลาที่กำหนด และส่วนที่ไม่มีข้อโต้แย้งของใบแจ้งหนี้ต้องจ่ายตามกำหนด
- ไม่หักเงินจากข้อเรียกร้องตามสัญญาฉบับอื่น
- หักได้เฉพาะจากเงินที่ถึงกำหนดชำระแล้ว
4. เพดานความรับผิดและสัญญาชดใช้
มองหาข้อสัญญาฝ่ายเดียว คือความรับผิดของลูกค้ามีเพดานหรือถูกยกเว้น แต่ของผู้ขายไม่จำกัด และตรวจเรื่องต่อไปนี้ด้วย
- เพดานความรับผิดของผู้ขาย จุดเริ่มต้นที่สมเหตุสมผลคือเพดานรวมที่เชื่อมกับค่าตอบแทนภายใต้สัญญา ให้กำหนดตัวเลขของท่านเองร่วมกับที่ปรึกษา ลูกค้ามักต้องการให้บางเรื่องอยู่นอกเพดาน เช่น การทุจริต การกระทำโดยเจตนา และการละเมิดความลับ พยายามให้รายการสั้นและชัดเจน
- ความเสียหายทางอ้อมและความเสียหายสืบเนื่อง กำไรที่ขาดและธุรกิจที่เสียไปของลูกค้าอาจมากกว่ามูลค่าคำสั่งซื้อหลายเท่า ขอให้ตัดออกทั้งสองฝ่าย
- สัญญาชดใช้ค่าเสียหาย (indemnity) ข้อที่ให้ชดใช้ "การเรียกร้องใดที่เกิดจากสินค้าหรือบริการ" ผลักความผิดพลาดของลูกค้าเองมาให้ท่าน จำกัดให้ชดใช้เฉพาะที่เกิดจากการผิดสัญญาของท่าน ให้แจ้งโดยพลัน และให้ท่านควบคุมการต่อสู้ได้
- การประกันภัย หากสัญญาบังคับให้มีประกันภัย ตรวจประเภทและวงเงินก่อนรับปาก อย่าเซ็นรับความคุ้มครองที่ท่านไม่มี
การจำกัดความรับผิดทำได้ไกลเพียงใดตามกฎหมายไทย อธิบายไว้ในMSA และ SLA สำหรับสัญญาบริการรายเดือน จึงไม่ซ้ำที่นี่
5. การรับประกัน ข้อบกพร่อง และการทดสอบตรวจรับ
- รับประกันนานเท่าใด และนับจากวันใด วันส่งมอบ วันติดตั้ง วันตรวจรับ หรือวันใช้งานจริง ระยะเวลาที่นับจาก "การตรวจรับขั้นสุดท้าย" ซึ่งลูกค้าควบคุมอาจไม่มีวันสิ้นสุด
- การแก้ไขคือซ่อมหรือเปลี่ยนภายในเวลาที่กำหนด โดยคืนเงินเป็นขั้นสุดท้ายหรือไม่
- ลูกค้าต้องแจ้งข้อบกพร่องเป็นหนังสือและเปิดโอกาสให้ท่านตรวจสอบหรือไม่
- ข้อบกพร่องที่เกิดจากการใช้ผิดวิธี การดัดแปลง หรือชิ้นส่วนของบุคคลที่สามได้รับการยกเว้นหรือไม่
6. การเลิกสัญญาโดยไม่ต้องมีเหตุ และทางออก
ลูกค้ารายใหญ่มักสงวนสิทธิเลิกสัญญาหรือยกเลิกคำสั่งซื้อด้วยเหตุใดก็ได้ในเวลาสั้น ๆ ในขณะที่ผู้ขายทำไม่ได้ หากท่านซื้อสต็อก จ้างคน หรือสำรองกำลังการผลิตให้ลูกค้า ควรขอ
- ระยะเวลาบอกกล่าวขั้นต่ำ หรือการจ่ายค่างานที่ทำและวัสดุที่สั่งไว้จนถึงวันเลิก
- การรับซื้อคืนหรือจ่ายค่าสต็อกที่ผลิตเฉพาะ
- สิทธิที่เท่ากันของผู้ขายในการเลิกสัญญาโดยบอกกล่าวล่วงหน้าตามสมควรเมื่อไม่ได้รับชำระเงิน
มาตรา 4 แห่งพ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ยกตัวอย่างข้อตกลงที่อาจถือว่าได้เปรียบเกินสมควรไว้ รวมถึงข้อตกลงให้สัญญาสิ้นสุดลงโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และข้อตกลงให้สิทธิไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือปฏิบัติล่าช้าได้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร นั่นเป็นข้อต่อสู้ที่อาจใช้ภายหลัง ไม่ใช่ข้อสัญญาที่ท่านควรยอมรับตั้งแต่ต้น
7. งานที่ส่งมอบเป็นของใคร
สำหรับงานที่ทำเฉพาะ ซอฟต์แวร์ งานออกแบบ แบบแปลน หรือแม่พิมพ์ ให้ตรวจว่า
- กรรมสิทธิ์โอนเมื่อส่งมอบ หรือเมื่อชำระเงินครบ (ขอแบบหลัง)
- ลูกค้าได้รับสิทธิใช้เครื่องมือ แม่แบบ และความรู้เฉพาะที่ท่านมีอยู่เดิมหรือไม่ และจำกัดเฉพาะการใช้งานที่ส่งมอบหรือไม่
- ข้อมูลลับและความรู้เฉพาะของท่านยังเป็นของท่านหรือไม่
- ลูกค้าเอาสิ่งที่ท่านสร้างไปให้ผู้ขายรายอื่นทำต่อโดยไม่จ่ายค่าตอบแทนได้หรือไม่
8. ใบเสนอราคา PO และสัญญาหลัก เงื่อนไขไหนชนะ
รูปแบบที่พบบ่อย ท่านส่งใบเสนอราคา ลูกค้าส่งสัญญาหลัก แล้วตามด้วย PO ซึ่งแต่ละฉบับมีเงื่อนไขของตนเอง เราไม่อ้างบทบัญญัติตายตัวมาตัดสินว่าฉบับใดใช้บังคับ เพราะผลขึ้นอยู่กับเนื้อความของแต่ละเอกสารและสิ่งที่คู่สัญญาตกลงรับกันจริง หลักปฏิบัติคือตกลงเรื่องนี้เป็นลายลักษณ์อักษร
- ใส่ข้อ ลำดับความสำคัญของเอกสาร ในสัญญาหลัก เช่น สัญญาหลักที่ลงนามแล้วก่อน ต่อด้วย SOW หรือคำสั่งซื้อที่ตกลงกัน แล้วจึงใบเสนอราคา
- ระบุว่า เงื่อนไขที่พิมพ์ไว้ล่วงหน้า บน PO ใบแจ้งหนี้ หรือใบส่งของ ไม่ใช้บังคับ เว้นแต่ผู้มีอำนาจของผู้ขายลงนามรับ
- หากไม่มีสัญญาหลัก ให้เขียนบนใบเสนอราคาว่า "เงื่อนไขเหล่านี้ใช้กับทุกคำสั่งซื้อ" และให้ลูกค้าตอบรับก่อนคำสั่งซื้อแรก
- อ่านทุก PO ที่ได้รับ ตรวจวันส่งมอบ ราคา เงื่อนไขการจ่าย และข้อเบี้ยปรับหรือข้อคืนสินค้าใหม่ ๆ อย่าเริ่มงานตาม PO ที่ยังไม่ได้อ่านเงื่อนไข
9. พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมช่วยได้หรือไม่
มาตรา 4 แห่งพ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ครอบคลุมสัญญาหลายประเภทรวมถึงสัญญาสำเร็จรูป ข้อตกลงที่ทำให้ผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูปได้เปรียบอีกฝ่ายเกินสมควรมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี และหากมีข้อสงสัยในสัญญาสำเร็จรูปให้ตีความเป็นคุณแก่ฝ่ายที่มิได้เป็นผู้กำหนด ตัวอย่างในมาตรานั้นรวมถึงข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดจากการผิดสัญญา ข้อตกลงให้สัญญาสิ้นสุดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ข้อตกลงให้ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือปฏิบัติล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และข้อตกลงให้อีกฝ่ายรับภาระเพิ่มขึ้นกว่าตอนทำสัญญา
ให้ถือเป็นข้อต่อสู้สำรองเท่านั้น สัญญาของท่านเป็นสัญญาสำเร็จรูปหรือไม่ และข้อใดไม่เป็นธรรมหรือไม่ ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง และการต่อสู้คดีช้าและไม่แน่นอน เวลาที่ควรปกป้องตนเองคือก่อนเซ็น
10. ผู้ที่เล็กกว่าเจรจาอย่างไร
- แก้เฉพาะห้าถึงหกข้อที่สำคัญที่สุด แทนทั้งฉบับ ได้แก่ การจ่ายเงินและการตรวจรับ เบี้ยปรับและการหักเงิน เพดานความรับผิดและสัญญาชดใช้ การรับประกัน การเลิกสัญญา ความเป็นเจ้าของงาน
- เสนอทางออก ไม่ใช่เพียงคัดค้าน เพดาน ระยะผ่อนผัน ระยะเวลาบอกกล่าว และขั้นตอนระงับข้อพิพาท ยอมรับง่ายกว่าการขอลบข้อสัญญาทิ้ง
- ขอให้ทำเป็นภาคผนวก ใส่เงื่อนไขเชิงพาณิชย์ (ราคา การส่งมอบ รอบการจ่าย ระดับบริการ) ไว้ในภาคผนวกที่แก้ได้โดยไม่ต้องเปิดสัญญาทั้งฉบับ
- รู้จุดที่ต้องถอย หากลูกค้าไม่ยอมขยับเรื่องความรับผิดไม่จำกัดหรือการหักเงินจากใบแจ้งหนี้ที่ไม่เกี่ยวข้อง ให้ตัดสินใจว่างานนี้คุ้มกับความเสี่ยงหรือไม่
- เก็บหลักฐาน เก็บร่างสุดท้าย ความเห็น และอีเมลที่แสดงว่าตกลงอะไรกัน
ลูกค้ามักยอมให้แก้บางข้อ จึงสมเหตุสมผลที่จะขอ แต่เราไม่อาจรับรองว่าลูกค้ารายใดรายหนึ่งจะยอม
11. เช็กลิสต์ก่อนเซ็น
- วันครบกำหนดจ่าย เกณฑ์ตรวจรับ และข้อถือว่ารับมอบ เขียนไว้ชัด
- เบี้ยปรับมีเพดาน ผูกกับความล่าช้าจริง และยกเว้นเมื่อลูกค้าเป็นต้นเหตุ
- การหักเงินต้องแจ้งเป็นหนังสือพร้อมเหตุผล ส่วนที่ไม่โต้แย้งจ่ายตามกำหนด
- ผู้ขายมีเพดานความรับผิด ตัดความเสียหายทางอ้อมทั้งสองฝ่าย และจำกัดสัญญาชดใช้
- ระยะรับประกันนับจากวันที่ตรวจสอบได้
- การเลิกสัญญาโดยไม่ต้องมีเหตุ มีการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือจ่ายค่างานและสต็อก
- ความเป็นเจ้าของงานที่ส่งมอบและเครื่องมือของท่านชัดเจน
- ระบุลำดับความสำคัญระหว่างสัญญา PO และใบเสนอราคา
- ตรวจอำนาจลงนามแล้ว ผู้ลงนามแทนบริษัทของท่านผูกพันบริษัทได้
- มีสำเนาฉบับที่ลงนามสมบูรณ์พร้อมภาคผนวกทุกฉบับ
เช็กลิสต์สัญญาทั่วไปดูได้ที่บทความเช็กลิสต์สัญญาธุรกิจ
อ่านเพิ่มเติม
- เมื่อลูกค้ารายใหญ่กำหนดให้ต้องมีบริษัท
- MSA และ SLA สำหรับสัญญาบริการรายเดือน
- ใบแจ้งหนี้ค้างชำระจากลูกค้าธุรกิจ
- การตรวจและอนุมัติสัญญาเมื่อไม่มีฝ่ายกฎหมาย
สัญญาของลูกค้ารายใหญ่เจรจาได้ที่ขอบของมัน ควรแก้ข้อเรื่องการจ่ายเงิน เบี้ยปรับ การหักเงิน ความรับผิด และทางออกให้เรียบร้อยก่อนเซ็น ไม่ใช่หลังเกิดข้อพิพาท
เราตรวจสัญญากับลูกค้าและผู้ขายให้ SME ไทย ทำเครื่องหมายแก้ข้อที่สำคัญ และจัดทำหนังสือทวงถามหากลูกค้าไม่จ่าย ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ สัญญาและเอกสาร ที่ปรึกษากฎหมายรายเดือน และ หนังสือทวงถาม
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

