ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายแรงงาน

หนังสือเตือนพนักงาน: เขียนอย่างไรให้ใช้เลิกจ้างได้จริง

หนังสือเตือนที่เขียนไม่ครบ ใช้เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้ บทความนี้สรุปสิ่งที่หนังสือเตือนต้องมี วิธีส่งเมื่อพนักงานไม่ยอมเซ็น อายุของหนังสือเตือน และความผิดที่ไม่ต้องเตือนก่อน

โดย ทีมที่ปรึกษากฎหมาย2 ตุลาคม 25693 นาที
หนังสือเตือนพนักงาน: เขียนอย่างไรให้ใช้เลิกจ้างได้จริง

ในคดีแรงงาน หนังสือเตือนพนักงานเป็นเอกสารที่ถูกยกขึ้นมาบ่อยที่สุดฉบับหนึ่ง และเป็นเอกสารที่ทำให้นายจ้างแพ้คดีบ่อยไม่แพ้กัน เพราะ หนังสือเตือนที่เขียนไม่ครบใช้เป็นฐานเลิกจ้างไม่ได้

กฎหมายคุ้มครองแรงงานยอมให้นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ เมื่อพนักงานฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และนายจ้างเคยตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว แต่พนักงานยังทำผิดซ้ำในเรื่องเดียวกัน หนังสือเตือนจึงไม่ใช่แค่พิธีการ แต่เป็นหลักฐานชิ้นหลักของการเลิกจ้าง

หนังสือเตือนต้องมีอะไรบ้าง

  1. ข้อเท็จจริงของการกระทำผิด วันที่ เวลา สถานที่ และสิ่งที่เกิดขึ้น เขียนให้คนนอกอ่านแล้วเข้าใจ
  2. ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ฝ่าฝืน ระบุข้อให้ชัด ไม่ใช่เขียนกว้าง ๆ ว่า "ประพฤติไม่เหมาะสม"
  3. ข้อความตักเตือนว่าห้ามทำซ้ำ และผลถ้าทำซ้ำ
  4. ลงชื่อผู้มีอำนาจตามข้อบังคับ และวันที่ออกหนังสือ
  5. หลักฐานการส่งหรือการรับรู้ ของพนักงาน

หนังสือที่ขาดข้อ 1 หรือข้อ 2 มักถูกมองว่าเป็นเพียงการแจ้งให้ทราบ ไม่ใช่หนังสือเตือนตามกฎหมาย

เมื่อพนักงานไม่ยอมเซ็นรับ

ลายมือชื่อของพนักงาน ไม่ใช่เงื่อนไข ให้หนังสือเตือนมีผล สิ่งที่สำคัญคือพนักงานได้รับรู้ วิธีที่ใช้กันมีดังนี้

  • อ่านข้อความให้ฟังต่อหน้าพยาน แล้วให้พยานลงชื่อและบันทึกว่าพนักงานปฏิเสธการลงชื่อ
  • ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่ที่พนักงานแจ้งไว้
  • ส่งทางอีเมลหรือช่องทางที่บริษัทใช้สื่อสารกับพนักงานเป็นปกติ เก็บหลักฐานการส่งไว้ควบคู่

อายุของหนังสือเตือน

หนังสือเตือนใช้เป็นฐานเลิกจ้างได้ เมื่อพนักงานทำผิดซ้ำ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ทำผิดครั้งก่อน ไม่ใช่นับจากวันที่ออกหนังสือ ถ้าทำผิดซ้ำหลังจากนั้น ต้องเริ่มเตือนใหม่

และต้องเป็นการทำผิด เรื่องเดียวกันหรือลักษณะเดียวกัน กับที่เคยเตือน มาสายแล้วเตือนไว้ แต่ครั้งต่อมาทะเลาะวิวาท เป็นคนละเรื่องกัน

ความผิดที่ไม่ต้องเตือนก่อน

กฎหมายยอมให้เลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและไม่ต้องเตือนก่อน ในความผิดร้ายแรงที่กฎหมายกำหนด เช่น

  • ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจกระทำความผิดอาญาต่อนายจ้าง
  • จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
  • ประมาทเลินเล่อจนนายจ้างเสียหายอย่างร้ายแรง
  • ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือคำสั่งในกรณีที่ร้ายแรง
  • ละทิ้งหน้าที่ติดต่อกันตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดโดยไม่มีเหตุอันสมควร

แม้เข้ากรณีเหล่านี้ นายจ้างยังต้อง มีหลักฐานรองรับ และควรระบุเหตุในหนังสือเลิกจ้างให้ครบ เพราะเหตุที่ไม่ได้ระบุไว้ อาจยกขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้

เตือนแล้วยังเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้

การเลิกจ้างที่ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ยังอาจถูกฟ้องว่า เลิกจ้างไม่เป็นธรรม ได้ ถ้าเหตุที่ใช้ไม่มีน้ำหนักพอ หรือปฏิบัติกับพนักงานแต่ละคนไม่เท่ากัน เช่น เตือนคนหนึ่งแต่ปล่อยอีกคนที่ทำแบบเดียวกัน หนังสือเตือนที่ใช้สม่ำเสมอทั้งองค์กรจึงสำคัญเท่ากับหนังสือเตือนที่เขียนถูก

อ่านต่อ

📌 ดูเพิ่ม: สัญญาจ้าง โครงสร้างเงินเดือน และคู่มือพนักงาน · สอบสวนวินัยและพนักงานทุจริต

ถ้าอยากให้แบบฟอร์มหนังสือเตือนและขั้นตอนลงโทษของบริษัทใช้ได้จริงเมื่อถึงวันที่ต้องเลิกจ้าง ปรึกษาทีมทนายของเรา เราตรวจข้อบังคับและร่างแบบฟอร์มให้ตรงกัน


บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย

คำถามที่พบบ่อย

เตือนด้วยวาจาแล้ว เลิกจ้างได้ไหม+

การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเพราะฝ่าฝืนข้อบังคับซ้ำ กฎหมายกำหนดให้ต้องเคยเตือนเป็นหนังสือมาก่อน การเตือนด้วยวาจาจึงใช้เป็นฐานในกรณีนี้ไม่ได้ แม้จะช่วยเป็นหลักฐานประกอบว่ามีปัญหามาก่อน

พนักงานไม่ยอมเซ็นรับหนังสือเตือน ต้องทำอย่างไร+

ลายมือชื่อของพนักงานไม่ใช่เงื่อนไขให้หนังสือเตือนมีผล สิ่งที่สำคัญคือพนักงานได้รับรู้ข้อความ วิธีที่ใช้กันคืออ่านให้ฟังต่อหน้าพยาน บันทึกการปฏิเสธไว้ หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่ของพนักงาน

หนังสือเตือนมีอายุกี่ปี+

หนังสือเตือนใช้เป็นฐานเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ เมื่อพนักงานทำผิดเรื่องเดียวกันซ้ำภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ทำผิดครั้งก่อน ถ้าทำผิดซ้ำหลังจากนั้น ต้องเริ่มเตือนใหม่

ทำผิดคนละเรื่องกับที่เคยเตือน เลิกจ้างได้ไหม+

การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยด้วยเหตุนี้ ต้องเป็นการทำผิดซ้ำในเรื่องเดียวกันหรือเรื่องที่มีลักษณะเดียวกันกับที่เคยเตือนไว้ ถ้าเป็นคนละเรื่อง โดยทั่วไปต้องเตือนเป็นหนังสือในเรื่องใหม่ก่อน

ความผิดแบบไหนไม่ต้องเตือนก่อน+

ความผิดร้ายแรงที่กฎหมายกำหนด เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ประมาทเลินเล่อจนนายจ้างเสียหายอย่างร้ายแรง ฝ่าฝืนข้อบังคับในกรณีที่ร้ายแรง หรือละทิ้งหน้าที่ติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องเตือนก่อนและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

แชร์บทความFacebookLINEX

อ่านต่อ

8 ตุลาคม 2569

ลูกค้าต่างประเทศส่ง Supplier Code of Conduct มาให้เซ็น: ข้อสัญญาที่ซัพพลายเออร์ไทยต้องอ่านก่อน

จรรยาบรรณซัพพลายเออร์มักผูกพันผ่านใบสั่งซื้อหรือข้อตกลงการซื้อ และพ่วงมากับข้อชดใช้ไม่จำกัด สิทธิตรวจโรงงานโดยไม่แจ้ง และสิทธิเลิกสัญญาทันที สรุปวิธีที่ code กลายเป็นสัญญา ข้อที่เสี่ยง และวิธีเจรจา

8 ตุลาคม 2569

ทะเบียนผู้พัก ตม.30 สำเนาพาสปอร์ต และกล้องวงจรปิด: โรงแรมต้องทำ PDPA อย่างไร

โรงแรมต้องเก็บข้อมูลแขกตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่การเก็บเกินจำเป็น ส่งสำเนาพาสปอร์ตในกลุ่มไลน์ หรือติดกล้องผิดที่ ทำให้เสี่ยงผิด PDPA บทความนี้สรุปว่าข้อมูลไหนเก็บได้ ใช้ฐานอะไร เก็บนานแค่ไหน และต้องทำอะไรเมื่อข้อมูลรั่ว

8 ตุลาคม 2569

โฆษณาอาหารเสริมและเครื่องสำอาง: คำที่ห้ามใช้ ต้องขออนุญาตเมื่อไร และรีวิวเวอร์ต้องรับผิดไหม

โฆษณาอาหารเสริมที่อ้างคุณประโยชน์ต้องขออนุญาตก่อน และข้อความอย่างลดน้ำหนัก ผิวขาว หรือรักษาโรค ถูกมองว่าเป็นการโฆษณาเกินจริง เครื่องสำอางไม่ต้องขออนุญาตก่อนแต่มีเส้นห้ามเดียวกัน ส่วนอินฟลูเอนเซอร์ที่รีวิวก็รับผิดได้ สรุปกฎ ตัวอย่างคำที่เสี่ยง และสิ่งที่ควรตรวจก่อนเริ่มแคมเปญ

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา