"จ้างเป็นสัญญาปีต่อปี ครบแล้วไม่ต่อก็จบ ไม่ต้องจ่ายอะไร" เป็นความเข้าใจที่พบบ่อยในบริษัทที่ใช้สัญญาจ้างมีกำหนดเวลา และเป็นความเข้าใจที่ ทำให้นายจ้างแพ้คดีแรงงานบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่ง
กฎหมายคุ้มครองแรงงานของไทยนับว่า การไม่จ้างต่อเพราะสัญญาครบกำหนด ก็คือการเลิกจ้าง ลูกจ้างที่ทำงานครบ 120 วันขึ้นไปจึงมีสิทธิได้ค่าชดเชยตามอายุงานเหมือนลูกจ้างประจำ สัญญาจ้างมีกำหนดเวลาจึงไม่ใช่เครื่องมือหลบค่าชดเชย ยกเว้นงานบางลักษณะที่กฎหมายกำหนดไว้แคบมาก
สัญญามีกำหนดเวลาเปลี่ยนอะไรได้บ้าง
สิ่งที่สัญญามีกำหนดเวลาเปลี่ยนได้จริงคือ เรื่องการบอกกล่าวล่วงหน้า เมื่อครบกำหนดตามสัญญา การจ้างสิ้นสุดลงเองโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ต่างจากสัญญาไม่มีกำหนดเวลาที่ต้องบอกกล่าวก่อนเลิกจ้าง
สิ่งที่ ไม่เปลี่ยน คือ:
- สิทธิได้ค่าชดเชยเมื่อไม่จ้างต่อ ถ้าทำงานครบเกณฑ์
- สิทธิอื่นตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น วันหยุด วันลา ค่าล่วงเวลา และประกันสังคม
- อายุงานที่นับต่อเนื่องเมื่อมีการต่อสัญญา
ข้อยกเว้น: งานโครงการ งานครั้งคราว และงานตามฤดูกาล
กฎหมายยกเว้นค่าชดเชยเมื่อครบสัญญาเฉพาะการจ้างที่เข้าเงื่อนไขครบทุกข้อ:
- มีกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดแน่นอน
- เป็นงานลักษณะที่กฎหมายกำหนด คืองานโครงการที่ไม่ใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้าง งานที่เป็นครั้งคราวและมีกำหนดสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน หรืองานตามฤดูกาลที่จ้างเฉพาะช่วงฤดูนั้น
- งานต้องแล้วเสร็จภายในสองปี
- ทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง
ข้อที่บริษัทพลาดบ่อยที่สุดคือข้อ 2 ตัวอย่างเช่น พนักงานบัญชี พนักงานขาย หรือพนักงานฝ่ายผลิตที่ทำงานประจำของบริษัท แม้จะเซ็นสัญญาปีต่อปี ก็ไม่ใช่งานโครงการ ข้อยกเว้นจึงใช้ไม่ได้ ส่วนวิศวกรที่จ้างมาเฉพาะเพื่อติดตั้งระบบใหม่ให้เสร็จภายในระยะเวลาที่แน่นอน ซึ่งไม่ใช่งานที่บริษัททำเป็นปกติ อาจเข้าข้อยกเว้นได้ ถ้าเงื่อนไขอื่นครบ
ต่อสัญญาทุกปี อายุงานไม่ได้เริ่มใหม่
บริษัทที่ต่อสัญญาปีต่อปีให้พนักงานคนเดิมมาหลายปี ควรรู้ว่า อายุงานนับต่อเนื่องตั้งแต่วันแรก เมื่อถึงวันที่ไม่ต่อสัญญา ค่าชดเชยจะคิดจากอายุงานรวมทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะสัญญาฉบับสุดท้าย
การเว้นช่วงระหว่างสัญญา เช่น ให้ออกแล้วรับกลับเข้ามาใหม่ในไม่กี่วัน เพื่อไม่ให้อายุงานต่อกัน เป็นรูปแบบที่กฎหมายเขียนไว้ชัดว่าให้นับระยะเวลาทำงานต่อกันได้ ถ้าทำเพื่อไม่ให้ลูกจ้างได้สิทธิ
ลูกจ้างลาออกก่อนครบสัญญา
ลูกจ้างลาออกได้เสมอ แต่การออกก่อนครบกำหนดโดยไม่มีเหตุตามสัญญาหรือกฎหมาย ถือเป็นการผิดสัญญา สิ่งที่นายจ้างทำได้และทำไม่ได้มีดังนี้
- เรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงได้ เช่น ค่าใช้จ่ายหาคนแทนเร่งด่วน แต่ต้องพิสูจน์ความเสียหาย ไม่ใช่กำหนดตัวเลขเองตามใจ
- หักค่าจ้างที่ลูกจ้างทำงานไปแล้วเพื่อชดใช้เองไม่ได้ การหักค่าจ้างทำได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายอนุญาตเท่านั้น ดูหักเงินเดือนลูกจ้างได้แค่ไหน
- ค่าปรับที่เขียนไว้ในสัญญาสูงเกินส่วน ศาลลดลงให้เหลือเท่าที่สมควรได้
นายจ้างเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด
ถ้านายจ้างเป็นฝ่ายเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด นอกจากค่าชดเชยตามอายุงานแล้ว ลูกจ้างอาจเรียกค่าเสียหายจากการถูกเลิกสัญญาก่อนกำหนดได้อีกส่วนหนึ่ง ถ้าไม่มีเหตุตามสัญญาหรือกฎหมาย สัญญาที่ดีจึงควรเขียน เหตุที่เลิกสัญญาก่อนกำหนดได้ ไว้ให้ชัด เช่น ผลงานไม่ผ่านเกณฑ์ที่วัดได้ หรือผิดวินัยตามข้อบังคับ
ฝั่งนายจ้าง: ตรวจสัญญาจ้างมีกำหนดเวลาให้ใช้ได้จริง
- ใช้สัญญามีกำหนดเวลาเมื่อเหตุผลทางธุรกิจรองรับจริง ไม่ใช่เพื่อหลบค่าชดเชย เพราะหลบไม่ได้
- ถ้าตั้งใจใช้ข้อยกเว้นงานโครงการ ให้ระบุลักษณะงาน วันเริ่ม วันสิ้นสุด และทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่วันแรก
- ตั้งงบค่าชดเชยไว้สำหรับพนักงานสัญญาที่อาจไม่ต่อ โดยนับอายุงานรวม
- เขียนเหตุเลิกสัญญาก่อนกำหนด และขั้นตอนเมื่อลูกจ้างลาออกก่อนครบ
- ตรวจให้สัญญาไม่ขัดกับข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท
อ่านต่อ
- ค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง คิดอย่างไร
- สิทธิเมื่อถูกเลิกจ้าง
- ทดลองงาน: เลิกจ้างระหว่างทดลองงานทำได้แค่ไหน
📌 ดูเพิ่ม: สัญญาจ้าง โครงสร้างเงินเดือน และคู่มือพนักงาน · คดีแรงงาน
ถ้าบริษัทใช้สัญญาจ้างมีกำหนดเวลาอยู่ และไม่แน่ใจว่าเมื่อครบสัญญาต้องจ่ายอะไรบ้าง ปรึกษาทีมทนายของเรา เราจะตรวจสัญญาและลักษณะงานจริงให้ก่อนถึงวันครบกำหนด
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย

