ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
การลงทุนของชาวต่างชาติ

ต่างชาติเปิดร้านอาหารหรือคาเฟ่ในไทย ต้องตรวจอะไรบ้างก่อนเช่าร้านและลงทุน

คู่มือสำหรับชาวต่างชาติหรือหุ้นส่วนชาวไทยที่กำลังจะเปิดร้านอาหารหรือคาเฟ่ เรียงลำดับสิ่งที่ต้องตรวจก่อนเซ็นสัญญาเช่าและก่อนลงเงิน ตั้งแต่โครงสร้างบริษัท ใบอนุญาต สัญญาเช่า ไปจนถึงการจ้างพนักงานและใบอนุญาตทำงาน

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ13 ตุลาคม 256911 นาที
ต่างชาติเปิดร้านอาหารหรือคาเฟ่ในไทย ต้องตรวจอะไรบ้างก่อนเช่าร้านและลงทุน

เรื่องนี้เหมาะกับใคร และประเด็นหลักคืออะไร

บทความนี้สำหรับชาวต่างชาติที่กำลังหาทำเลเปิดร้านอาหารหรือคาเฟ่ในไทย และหุ้นส่วนชาวไทยที่จะร่วมลงทุนกับชาวต่างชาติ

ประเด็นหลักคือ ลำดับ ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดไม่ใช่ใบอนุญาตขาดใบเดียว แต่เป็นการจ่ายค่าเซ้ง ค่าตกแต่ง และค่ามัดจำไปก่อน แล้วจึงพบว่าโครงสร้างการถือหุ้นผิดกฎหมาย หรือสัญญาเช่าไม่รองรับการขอใบอนุญาต ตรวจตามลำดับด้านล่างก่อนเซ็นสัญญาเช่าและก่อนโอนเงินก้อนใหญ่

  1. โครงสร้างบริษัทและผู้ถือหุ้น
  2. ใบอนุญาตและภาษีที่ร้านต้องมี
  3. สัญญาเช่าและตัวอาคาร
  4. พนักงาน และสถานะการทำงานของเจ้าของ

ขั้นที่ 1: ต่างชาติถือหุ้นในร้านอาหารได้เท่าไร

การขายอาหารหรือเครื่องดื่มอยู่ใน บัญชีสาม ข้อ 19 ท้าย พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 บัญชีสามคือธุรกิจที่คนไทยยังไม่พร้อมแข่งขันกับคนต่างด้าว คนต่างด้าวจะทำได้ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาต (กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเคยวินิจฉัยการขายอาหารและเครื่องดื่มพร้อมรับประทานว่าเข้าข่ายบัญชีสามข้อ 19)

ใครเป็น "คนต่างด้าว" ตามมาตรา 4 มีสามกลุ่มที่เกี่ยวกับร้านของเรา

  • บุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย
  • นิติบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย
  • นิติบุคคลที่จดทะเบียนในไทยซึ่งมีหุ้นอันเป็นทุน ตั้งแต่กึ่งหนึ่ง ถือโดยสองกลุ่มแรก

ดังนั้นบริษัทไทยที่ต่างชาติถือครึ่งหนึ่งพอดีก็เป็นบริษัทต่างด้าวแล้ว ตัวเลขที่ปลอดภัยต่อสถานะบริษัทไทยจึงคือต่างชาติถือ ต่ำกว่ากึ่งหนึ่ง ของทุน มาตรา 4 ยังกำหนดให้หุ้นบริษัทจำกัดที่ออกเป็นใบหุ้นชนิดผู้ถือ เป็นหุ้นของคนต่างด้าว เว้นแต่กฎกระทรวงกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น และห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่หุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้จัดการเป็นคนต่างด้าว ก็เป็นคนต่างด้าวด้วย

ถ้าบริษัทเป็นคนต่างด้าว ต้องขอใบอนุญาตก่อนเริ่มประกอบธุรกิจ และมาตรา 14 วรรคสอง กำหนดว่าธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาตตามบัญชีท้าย ต้องมีทุนขั้นต่ำสำหรับแต่ละธุรกิจไม่ต่ำกว่าสามล้านบาท การขออนุญาตเป็นดุลพินิจของคณะกรรมการ ไม่ใช่การจดทะเบียน จึงไม่ควรเซ้งร้านหรือเริ่มตกแต่งโดยถือว่าจะได้ใบอนุญาตแน่นอน แนวทางประเมินเส้นทางต่าง ๆ อ่านต่อได้ใน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว: วิธีจัดประเภทธุรกิจบริการและการค้า และ ถือหุ้น 100% ในไทยได้หรือไม่

ให้คนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) เสี่ยงอย่างไร

โครงสร้างที่พบบ่อยคือคนไทยถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่งในนาม แต่ต่างชาติลงเงินและตัดสินใจทั้งหมด ข้อควรรู้

  • มาตรา 36 กำหนดโทษผู้ที่ช่วยเหลือหรือร่วมให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจฝ่าฝืนกฎหมาย คือจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสั่งให้เลิกการกระทำนั้นได้
  • ในทางแพ่ง หุ้นเป็นของผู้ถือหุ้นที่ปรากฏชื่อ ถ้าความสัมพันธ์เสีย เงินลงทุนของต่างชาติอาจไม่มีทางเรียกคืนที่ใช้ได้

ถ้าคนไทยที่ร่วมลงทุนมีเงินและมีบทบาทจริง ให้ทำเป็นหุ้นส่วนจริง มีข้อตกลงผู้ถือหุ้นที่เขียนสิทธิ หน้าที่ และทางออกไว้ชัดเจน

ขั้นที่ 2: ใบอนุญาตและภาษีที่ร้านอาหารหรือคาเฟ่ต้องมี

ส่วนนี้เป็น หน้าที่ตามกฎหมาย ทั้งหมด ยกเว้นที่ระบุว่าเป็นข้อแนะนำ

เรื่องต้องมีเมื่อขอหรือจดที่ไหน
สถานที่จำหน่ายอาหารทุกร้าน ประเภทเอกสารขึ้นกับขนาดพื้นที่ท้องถิ่นที่ร้านตั้งอยู่
ใบอนุญาตขายสุราถ้าขายเบียร์ ไวน์ หรือสุราสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่
ภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อรายรับเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดสำนักงานสรรพากรพื้นที่
ภาษีป้ายติดป้ายร้านที่เข้าข่ายท้องถิ่น
ลิขสิทธิ์เพลงเปิดเพลงให้ลูกค้าฟังเจ้าของลิขสิทธิ์หรือบริษัทจัดเก็บ

ใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งสถานที่จำหน่ายอาหาร

ตาม พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ร้านที่มีพื้นที่ เกิน 200 ตารางเมตร ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น (มาตรา 38) ส่วนร้านที่พื้นที่ ไม่เกิน 200 ตารางเมตร ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อรับหนังสือรับรองการแจ้ง ไม่ใช่เปิดได้เลยโดยไม่ทำอะไร เกณฑ์และค่าธรรมเนียมรายละเอียดอยู่ในข้อบัญญัติของแต่ละท้องถิ่น (เช่น เทศบาล อบต. หรือสำนักงานเขต) และผู้ตรวจจะดูสุขลักษณะของสถานที่ตามกฎกระทรวง จึงควรถามท้องถิ่นก่อนออกแบบครัวและห้องน้ำ

ใบอนุญาตขายสุรา

ใบอนุญาตขายสุราปัจจุบันออกตาม พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และกฎกระทรวงการอนุญาตขายสุรา พ.ศ. 2560 (พ.ร.บ. สุรา พ.ศ. 2493 ถูกยกเลิกแล้ว) แบ่งเป็นสองประเภทตามปริมาณที่ขายต่อครั้ง ร้านที่ขายให้ลูกค้าทั่วไปใช้ ประเภทที่ 2 คือขายครั้งละต่ำกว่า 10 ลิตร ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาต และต้องยื่นต่ออายุก่อนหมดอายุ

จุดที่ผู้เช่าพลาดบ่อยคือ ทำเลต้องห้าม ใบอนุญาตประเภทที่ 2 ออกไม่ได้สำหรับที่ตั้งสถานศึกษา วัด มัสยิด หรือสถานที่ประกอบศาสนกิจ และสถานีบริการน้ำมัน (รวมบริเวณต่อเนื่องตามที่กฎกระทรวงกำหนด) รวมถึงสถานที่ห้ามขายตาม พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ผู้ขอที่เป็นบริษัทไทยหรือบุคคลธรรมดาอายุครบเกณฑ์ยื่นได้ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพสามิต เมื่อเช่าที่ ควรเตรียมหลักฐานสิทธิในสถานที่ เช่น สัญญาเช่า ตามที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่กำหนด ดังนั้นตรวจทำเลก่อนเซ็นสัญญาเช่า ไม่ใช่หลังตกแต่ง

ถ้าร้านจะมีดนตรีสด ดีเจ หรือเต้นรำ ให้ตรวจก่อนว่าเข้าข่ายสถานบริการตาม พ.ร.บ. สถานบริการ พ.ศ. 2509 หรือไม่ เพราะเป็นอีกระบบใบอนุญาตหนึ่งและมีข้อจำกัดเรื่องทำเล ข้อนี้อย่าเดา ให้ถามหน่วยงานในพื้นที่

ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีป้าย และเพลงในร้าน

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบกิจการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเป็นปกติธุระเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกิน (กรมสรรพากร)
  • ภาษีป้าย ตาม พ.ร.บ. ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 เจ้าของป้ายต้องยื่นแบบภายในเดือนมีนาคมของปี และป้ายที่ติดตั้งภายหลังเดือนมีนาคมมีกำหนดยื่นตามมาตรา 14 อัตราภาษีแยกตามภาษาบนป้าย ป้ายที่มีอักษรต่างประเทศเสียสูงกว่าป้ายอักษรไทยล้วน จึงควรรวมต้นทุนนี้ในการออกแบบป้าย
  • เพลงที่เปิดในร้าน การเปิดเพลงให้ลูกค้าฟังเป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งโดยหลัก พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (มาตรา 27) ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ปกติติดต่อผ่านบริษัทที่จัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ ไม่ใช่กรมทรัพย์สินทางปัญญาโดยตรง กรมมีระบบค้นหาว่าเพลงใดอยู่กับบริษัทใด การเปิดเพลงจากแอปส่วนตัวไม่ได้ทำให้พ้นข้อกำหนดนี้เมื่อเปิดในร้าน

บริการจดทะเบียนบริษัท ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และภาษีเบื้องต้น ดูได้ที่ จดทะเบียนบริษัท และ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ

ขั้นที่ 3: ตรวจสัญญาเช่าและตัวอาคารอย่างไรก่อนเซ็น

สัญญาเช่าเป็นเงินก้อนใหญ่ที่สุดของร้านที่ยังไม่มีรายได้ เช็กลิสต์ก่อนเซ็น

  1. จดทะเบียนสัญญาเช่าถ้าเกินสามปี มาตรา 538 ป.พ.พ. กำหนดว่าเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปีต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้าไม่จดทะเบียน ฟ้องบังคับได้เพียงสามปี ค่าตกแต่งที่ลงทุนระยะยาวจึงไม่มีหลักประกันเกินกว่านั้น
  2. ตรวจว่าใช้อาคารเป็นร้านอาหารได้จริง ขอสำเนาเอกสารอาคารจากผู้ให้เช่า และถามท้องถิ่นว่าการใช้งานเป็นร้านอาหาร หรือการดัดแปลงที่จะทำ ต้องขออนุญาตตามกฎหมายควบคุมอาคารหรือไม่ ไม่ใช่ทุกร้านต้องขอใบอนุญาตเปิดใช้อาคารใหม่ แต่ตัวอาคารและการใช้ต้องถูกต้องก่อนเปิดร้าน
  3. ผู้ให้เช่าเป็นเจ้าของจริงหรือเช่าช่วง ขอสำเนาโฉนดหรือหลักฐานสิทธิ ถ้าเป็นการเช่าช่วง ต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของ
  4. ข้อกำหนดการใช้พื้นที่ (permitted use) เขียนให้ชัดว่าใช้เป็นร้านอาหาร คาเฟ่ และขายสุรา ถ้าตั้งใจจะขาย ถ้าสัญญาเขียนกว้างเกินไปหรือเฉพาะเจาะจงเกินไป ผู้ให้เช่าอาจอ้างว่าผิดสัญญาภายหลัง
  5. ความยินยอมเรื่องดัดแปลงและป้าย ระบุขอบเขตงานดัดแปลง ท่อ เครื่องดูดควัน และถังดักไขมัน กับตำแหน่งและขนาดป้ายที่ผู้ให้เช่าอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
  6. เงินเซ้งหรือค่ากุญแจ (key money) ไม่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดเรื่องนี้ ผลทางกฎหมายจึงขึ้นกับถ้อยคำในสัญญา ควรเขียนว่าจ่ายเพื่ออะไร คืนได้หรือไม่เมื่อใด และใครเป็นผู้รับ อย่าจ่ายก่อนมีสัญญาเช่าหลักที่ลงนามแล้ว
  7. เงื่อนไขการโอนสิทธิเช่า ถ้าอนาคตจะขายกิจการ ผู้ให้เช่าต้องยินยอมให้โอนหรือไม่
  8. การคืนสภาพ (make-good) ระบุว่าเมื่อสัญญาสิ้นสุดต้องรื้อถอนและคืนสภาพแค่ไหน ใครออกค่าใช้จ่าย
  9. เงื่อนไขบอกเลิกและต่ออายุ รวมถึงสิทธิของผู้เช่าถ้าไม่ได้รับใบอนุญาตที่จำเป็น เช่น ใบอนุญาตขายสุรา หรือใบอนุญาตตามบัญชีท้ายของคนต่างด้าว ถ้าเป็นไปได้ให้เขียนว่าผู้เช่าเลิกสัญญาและได้เงินมัดจำคืนในกรณีนี้

สิทธิของผู้เช่าและผู้ให้เช่าโดยทั่วไปอ่านได้ใน เช่าบ้าน เช่าหอ เช่าร้าน: สิทธิที่มักเข้าใจผิด ถ้าสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศฉบับเดียว ควรมีคนตรวจก่อนลงนาม ดู ร่างและตรวจสัญญา-เอกสารธุรกิจ

ขั้นที่ 4: จ้างพนักงานและสถานะการทำงานของเจ้าของ

เจ้าของชาวต่างชาติทำงานในร้านได้อย่างไร

ชาวต่างชาติที่ทำงานในไทยต้องมีใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายการทำงานของคนต่างด้าว แม้เป็นเจ้าของร้านเองและไม่รับเงินเดือน และต้องมีสถานะการอยู่ในประเทศที่อนุญาตให้ทำงาน ดู ใบอนุญาตทำงานสำหรับนายจ้าง และ วีซ่าและใบอนุญาตทำงาน

งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ปัจจุบันกำหนดโดยประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 21 เมษายน 2563) ซึ่งใช้แทนบัญชีเดิมท้ายพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2522 แบ่งเป็นสี่บัญชี งานที่ร้านอาหารมักเกี่ยวข้อง ได้แก่

  • งานขายของหน้าร้าน และงานกรรมกร (บัญชีสี่) ทำได้เฉพาะคนต่างด้าวที่มีนายจ้างและเข้ามาตามบันทึกความตกลงระหว่างรัฐบาล (MOU) เจ้าของชาวต่างชาติทั่วไปจึงทำไม่ได้
  • งานเร่ขายสินค้า และงานเสมียนพนักงานหรือเลขานุการ (บัญชีหนึ่ง) ห้ามเด็ดขาด
  • งานควบคุม ตรวจสอบ ปฏิบัติงาน หรือให้บริการทางบัญชี (บัญชีสอง) ห้าม เว้นแต่ทำได้ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ

รายการนี้ ไม่มีงานทำอาหาร อยู่ แต่ไม่ได้แปลว่าเข้ามาเป็นเชฟได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาต ในทางปฏิบัติ เจ้าของชาวต่างชาติควรมีตำแหน่งที่เป็นงานบริหารจริง เช่น กรรมการผู้จัดการ และไม่ใช้เวลาส่วนใหญ่ยืนเก็บเงินหรือรับออเดอร์หน้าร้าน เพราะการกำหนดตำแหน่งในใบอนุญาตไม่ตรงกับงานที่ทำจริงเป็นความเสี่ยงของทั้งเจ้าของและบริษัท

เกณฑ์ของบริษัท หน่วยงานมักพิจารณาทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วและจำนวนลูกจ้างคนไทยที่อยู่ในประกันสังคมต่อใบอนุญาตทำงานแต่ละใบ ร้านขนาดเล็กที่มีพนักงานไทยไม่กี่คนอาจติดเกณฑ์นี้ ตัวเลขที่ใช้จริงเปลี่ยนตามนโยบาย อ่านภาพรวมใน คู่มือใบอนุญาตทำงานสำหรับนายจ้าง แล้วถามกรมการจัดหางานก่อนวางแผนจำนวนพนักงาน นี่เป็นแนวปฏิบัติ ไม่ใช่ตัวบทกฎหมายตายตัว

พนักงานในร้าน

  • ประกันสังคม ตาม พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ลูกจ้างอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ถึง 60 ปีบริบูรณ์เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 34 ให้นายจ้างยื่นแบบรายชื่อภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างนั้นเป็นผู้ประกันตน
  • สัญญาจ้างและค่าจ้างขั้นต่ำ ทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร และตรวจอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดที่ร้านตั้งอยู่ ดู สัญญาจ้าง โครงสร้างเงินเดือน และคู่มือพนักงาน
  • แรงงานต่างชาติในครัว การจ้างแรงงานต่างชาติต้องทำตามขั้นตอนของกรมการจัดหางาน ไม่ใช่รับคนที่มาสมัครโดยไม่ตรวจเอกสาร ดู บริการแรงงานข้ามชาติ

ลำดับที่แนะนำ ก่อนจ่ายเงินก้อนแรก

นี่เป็น ข้อแนะนำ ไม่ใช่ข้อบังคับ

  1. ตัดสินใจโครงสร้าง: บริษัทไทยที่คนไทยถือหุ้นจริง หรือขอใบอนุญาตคนต่างด้าว
  2. ตรวจทำเลก่อนจอง: ตัวอาคาร การใช้พื้นที่ ทำเลต้องห้ามสำหรับสุรา
  3. ให้ผู้ให้เช่าส่งหลักฐานสิทธิและเอกสารอาคารมาตรวจ
  4. เซ็นสัญญาเช่าที่มีเงื่อนไขบอกเลิกหากไม่ได้ใบอนุญาตที่จำเป็น และจดทะเบียนถ้าเกินสามปี
  5. ขอใบอนุญาตและหนังสือรับรองที่ท้องถิ่นและสรรพสามิตให้ครบ ก่อนเปิดขาย
  6. วางตำแหน่งและสถานะการทำงานของเจ้าของ กับแผนจำนวนพนักงานไทย
  7. จดภาษีและประกันสังคม และตรวจป้ายกับลิขสิทธิ์เพลงก่อนวันเปิดร้าน

ถ้าจ่ายเงินหรือเริ่มทำไปแล้ว และพบว่าติดปัญหา

  • ถือหุ้นผ่านนอมินีอยู่แล้ว อย่ารอให้มีปัญหา ปรึกษาทนายก่อนเพื่อปรับโครงสร้างเป็นรูปแบบที่ถูกกฎหมาย
  • ไม่ได้จดทะเบียนสัญญาเช่า ขอจดทะเบียนร่วมกับผู้ให้เช่า หรือแก้สัญญาให้มีเงื่อนไขรองรับถ้าเลิกก่อนกำหนด
  • เปิดร้านแล้วแต่ยังไม่มีใบอนุญาตบางใบ หยุดส่วนที่ต้องมีใบอนุญาตก่อน เช่น การขายสุรา แล้วขอให้ถูกต้อง การเปิดต่อไปทั้งที่รู้เพิ่มความเสี่ยง
  • เจ้าของทำงานหน้าร้านโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ปรึกษาก่อนยื่นขอ อย่าปล่อยให้ถูกตรวจพบเอง

อ่านต่อ

คำถามที่พบบ่อย

ต่างชาติเปิดร้านอาหารหรือคาเฟ่ในไทยได้ไหม+

ได้ แต่การขายอาหารหรือเครื่องดื่มอยู่ในบัญชีสามท้าย พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 คนต่างด้าวทำได้เมื่อได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ หรือทำผ่านบริษัทที่ไม่ใช่คนต่างด้าวตามกฎหมาย คือคนต่างด้าวถือหุ้นต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของทุน และต้องเป็นการถือหุ้นจริง ไม่ใช่การให้คนอื่นถือแทน

ให้เพื่อนหรือคนรู้จักชาวไทยถือหุ้นแทน แล้วเราเป็นคนบริหารร้าน ได้ไหม+

ไม่ควร เพราะมาตรา 36 ของ พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กำหนดโทษแก่ผู้ที่ช่วยเหลือหรือร่วมให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย คือจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ผู้ถือหุ้นไทยในนามมีสิทธิตามกฎหมายเหนือหุ้นนั้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อเงินลงทุนของเราเอง

ร้านขนาดเล็กต้องขออนุญาตเปิดร้านอาหารไหม+

ต้องมีขั้นตอนกับท้องถิ่นเสมอ ตาม พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ร้านที่มีพื้นที่เกิน 200 ตารางเมตรต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ส่วนร้านที่ไม่เกิน 200 ตารางเมตรต้องแจ้งเพื่อรับหนังสือรับรองการแจ้ง รายละเอียดและค่าธรรมเนียมขึ้นกับข้อบัญญัติของท้องถิ่นที่ร้านตั้งอยู่

สัญญาเช่าร้านสิบปีแต่ไม่ได้จดทะเบียน จะเป็นอย่างไร+

ตามมาตรา 538 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเกินสามปีต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นจะฟ้องบังคับได้เพียงสามปี ผู้เช่าที่ลงทุนตกแต่งร้านเป็นเงินก้อนใหญ่จึงควรให้จดทะเบียน หรือกำหนดสิทธิต่ออายุและการชดเชยไว้ในสัญญา

เจ้าของชาวต่างชาติยืนรับออเดอร์หรือเก็บเงินหน้าร้านได้ไหม+

ต้องระวัง ชาวต่างชาติต้องมีใบอนุญาตทำงานก่อนทำงานในไทย และประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ (2563) ให้งานขายของหน้าร้านและงานกรรมกรทำได้เฉพาะแรงงานที่เข้ามาตาม MOU ระหว่างรัฐบาล จึงควรกำหนดตำแหน่งงานจริงของเจ้าของให้เป็นงานบริหารหรืองานวิชาชีพที่ขอได้ และให้พนักงานไทยทำงานหน้าร้าน

แหล่งอ้างอิง

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา