ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายแรงงาน

บริษัทเสนอเงินก้อนให้จบข้อพิพาทแรงงาน ตรวจอะไรก่อนเซ็น: รายการเงิน ขอบเขต กำหนดชำระ และข้อความที่กระทบสิทธิ

นายจ้างยื่นเงินก้อนแลกกับการเซ็นจบเรื่อง ลูกจ้างควรแยกเงินเป็นรายการ ตรวจว่าครบหรือไม่ อ่านข้อความ ไม่เรียกร้องใด ๆ อีก ลาออกหรือเลิกจ้าง การรักษาความลับ กำหนดชำระ ภาษี และเทียบข้อตกลงส่วนตัวกับการตกลงต่อหน้าศาลแรงงานหรือพนักงานตรวจแรงงาน

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายแรงงานและกฎหมายองค์กร29 ตุลาคม 256912 นาที
บริษัทเสนอเงินก้อนให้จบข้อพิพาทแรงงาน ตรวจอะไรก่อนเซ็น: รายการเงิน ขอบเขต กำหนดชำระ และข้อความที่กระทบสิทธิ

นายจ้างโทรมาหรือยื่นกระดาษให้ บอกว่า "บริษัทให้เงินก้อนนี้ เซ็นแล้วจบกัน" ลูกจ้างหลายคนอยากรับเงินเร็วและไม่อยากสู้คดี แต่เมื่อเซ็นแล้ว มักเรียกอะไรเพิ่มไม่ได้อีก ปัญหาจึงไม่ใช่ว่าเงินก้อนใหญ่หรือเล็ก แต่คือเงินก้อนนั้นครอบคลุมสิ่งที่ท่านมีสิทธิครบหรือไม่ และท่านกำลังยอมสละอะไรไปบ้าง

คู่มือนี้ใช้มุมแคบ คือการตรวจเอกสารข้อตกลงก่อนเซ็น ส่วนหลักทั่วไปเรื่องค่าชดเชยอยู่ในคู่มือค่าชดเชยเลิกจ้าง เรื่องสิทธิและสิ่งที่ห้ามเซ็นในวันแรกอยู่ในคู่มือสิทธิลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง และขั้นตอนที่ศาลอยู่ในคู่มือขึ้นศาลแรงงานครั้งแรก ฝ่ายบุคคลที่ร่างข้อตกลงก็ใช้รายการในคู่มือนี้ตรวจร่างของตนได้

คำตอบหลัก

ก่อนเซ็น ให้ทำสี่อย่าง คือ แยกเงินก้อนออกเป็นรายการแล้วเทียบกับสิทธิตามกฎหมาย อ่านข้อความที่กำหนดขอบเขตการจบเรื่อง ตรวจกำหนดชำระและผลเมื่อผิดนัด และเลือกรูปแบบข้อตกลงที่บังคับได้จริง เงินก้อนที่ดูมาก อาจต่ำกว่าสิทธิรวมเมื่อแยกรายการ และข้อความสั้น ๆ เพียงบรรทัดเดียวอาจตัดสิทธิที่ยังไม่ได้พูดถึง

หลักกฎหมาย สัญญาประนีประนอมยอมความ คือสัญญาที่คู่กรณีระงับข้อพิพาทด้วยการต่างยอมผ่อนผันให้กัน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของฝ่ายที่ต้องรับผิด มาตรา 851 และมีผลให้สิทธิเรียกร้องที่ยอมสละกันระงับสิ้นไป มาตรา 852 ส่วนสิทธิพื้นฐานของลูกจ้างอยู่ใน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เช่น การจ่ายค่าจ้าง มาตรา 70 การบอกกล่าวล่วงหน้าและสินจ้างแทน มาตรา 17 และ 17/1 ค่าชดเชย มาตรา 118 เงินประกัน มาตรา 10 และดอกเบี้ยกับเงินเพิ่มสำหรับเงินที่ค้าง มาตรา 9

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา อย่าตอบรับเงินก้อนในวันที่ได้รับข้อเสนอ ขอเอกสารฉบับร่างและเวลาอ่านอย่างน้อยหนึ่งถึงสองวันทำการ คำขอนี้ขอได้และนายจ้างที่สุจริตมักไม่ปฏิเสธ ข้อตกลงที่ดีไม่จำเป็นต้องได้เงินเท่าฟ้องเต็ม เพราะการจบเร็วมีคุณค่า แต่ท่านควรรู้ว่าส่วนที่ยอมลดคือเท่าไร และได้อะไรกลับมาเป็นการแลกเปลี่ยน

ตัวอย่างสมมติ ตลอดคู่มือ คุณมะลิ ทำงานคลังสินค้าในขอนแก่นมาเจ็ดปี ค่าจ้างเดือนละ 18,000 บาท บริษัทแจ้งยุบแผนกและเสนอเงินก้อน 150,000 บาท ให้เซ็นว่าไม่มีข้อเรียกร้องใด ๆ อีก คุณมะลิไม่แน่ใจว่าจำนวนนี้พอหรือไม่

1. เงินก้อนนี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง: แยกเป็นรายการ

ข้อเสนอที่บอกเพียงยอดรวมตรวจสอบไม่ได้ ให้ขอให้นายจ้างแจกแจงเป็นรายการ แล้วเทียบกับตารางนี้

รายการฐานตามกฎหมายอยู่ในข้อเสนอหรือไม่
ค่าจ้างค้างจ่ายพ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 70 ดอกเบี้ยและเงินเพิ่ม มาตรา 9ตรวจงวดสุดท้ายและเงินที่หักไว้
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ามาตรา 17 และ 17/1ถ้าให้ออกทันที ต้องมีแยกจากค่าชดเชย
ค่าชดเชยมาตรา 118 ตามอายุงานและอัตราค่าจ้างสุดท้ายตรวจฐานคำนวณและวันนับอายุงาน
ค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้หมวดวันหยุดและการลาใน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานตรวจจำนวนวันสะสมตามข้อบังคับบริษัท
ค่าล่วงเวลาและค่าทำงานวันหยุดหมวดค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดตรวจย้อนหลังตามบันทึกเวลาทำงาน
โบนัสตามสัญญาหรือข้อบังคับสัญญาจ้างหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานดูว่าเป็นสิทธิหรือเป็นดุลพินิจ
เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพข้อบังคับกองทุนและสัญญากับบริษัทจัดการมักจ่ายจากกองทุน ไม่ใช่ในเงินก้อนนี้
เงินประกันการทำงานพ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 10ต้องคืนเมื่อสิ้นสุดการจ้างหรือเมื่อเหตุต้องรับผิดสิ้นสุด

คุณมะลิอายุงานเจ็ดปี อยู่ในช่วงหกถึงสิบปี ตาม มาตรา 118 ได้ค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน ถ้าคิดวันละ 600 บาท จากเดือนละ 18,000 บาท เป็น 144,000 บาท ถ้าไม่ได้บอกล่วงหน้าตามรอบจ่ายค่าจ้าง มีสินจ้างแทนอีกประมาณ 18,000 บาท รวม 162,000 บาท ก่อนนับค่าวันหยุดพักผ่อนที่สะสม ค่าล่วงเวลา และโบนัสที่มีสิทธิ เงินก้อน 150,000 บาท จึงต่ำกว่าสิทธิพื้นฐานเพียงสองรายการแล้ว เลขนี้ใช้อธิบายวิธีคิด ตัวเลขจริงต้องดูฐานค่าจ้างและเอกสารของแต่ละราย

ถ้าเงินบางรายการ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่ได้อยู่ในข้อเสนอนี้ ให้ตรวจว่าข้อความ "ไม่เรียกร้องใด ๆ อีก" จะไปครอบคลุมหรือไม่ ดูหัวข้อ 3

2. สละสิทธิทั้งที่ยังเป็นลูกจ้าง กับข้อตกลงหลังสิ้นสุดการจ้าง ต่างกันอย่างไร

หลักที่ควรรู้มีสองชั้น

  • ระหว่างที่ยังเป็นลูกจ้าง สิทธิขั้นต่ำตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นเรื่องที่กฎหมายคุ้มครองไว้ ข้อความในสัญญาหรือใบลงชื่อที่ให้ลูกจ้างสละสิทธิเหล่านั้นล่วงหน้า ศาลมักไม่ถือว่าผูกมัดเต็มที่ เพราะลูกจ้างต่อรองไม่ได้จริง การให้เซ็นใบลาออกและสละสิทธิไปพร้อมกับการปรับลดตำแหน่งเป็นตัวอย่างที่ควรระวัง ดูคู่มือการเซ็นลาออกภายใต้แรงกดดัน
  • หลังสิ้นสุดการจ้างและมีข้อพิพาทเกิดขึ้นแล้ว คู่กรณีเจรจากันจริงว่าใครจ่ายอะไร ข้อตกลงที่ทำเป็นหนังสือและมีการยอมผ่อนผันกันจริง ย่อมมีผลระงับสิทธิเรียกร้องที่ยกขึ้นเจรจาตาม มาตรา 852 แต่ศาลยังพิจารณาว่าลูกจ้างได้รับข้อมูลครบ สมัครใจ และเงินที่ได้ไม่ต่ำกว่าสิทธิจนเห็นได้ว่าไม่เป็นธรรม

พูดอีกอย่างคือ ข้อตกลงหลังเลิกจ้างมีน้ำหนักมากกว่า แต่ไม่ใช่ว่าเขียนอะไรก็ใช้ได้เสมอ และไม่ควรอาศัยความหวังว่าศาลจะพลิกให้ภายหลัง เพราะผลของการเซ็นยังเป็นจุดเสี่ยงของท่านเอง ผลสุดท้ายขึ้นกับข้อเท็จจริงและดุลพินิจของศาล

3. ข้อความ "ไม่มีข้อเรียกร้องใด ๆ อีก" ครอบคลุมแค่ไหน

ข้อความทั่วไป เช่น "ผู้รับเงินยืนยันว่าไม่มีข้อเรียกร้องใด ๆ ต่อบริษัททั้งในปัจจุบันและอนาคต" ผู้ร่างเขียนให้กว้างโดยตั้งใจ ให้ตรวจ

  • ขอบเขตของเรื่อง ระบุเฉพาะข้อพิพาทเรื่องการเลิกจ้างและเงินที่ระบุไว้ หรือครอบคลุมทุกเรื่องที่เคยเกิด รวมเรื่องที่ท่านยังไม่รู้
  • ขอบเขตของเวลา "ในอนาคต" ควรตัดออก เพราะสิทธิที่ยังไม่เกิดไม่ควรสละได้ล่วงหน้า
  • ฝ่ายที่ได้ประโยชน์ เฉพาะบริษัท หรือรวมผู้บริหาร บริษัทในเครือ และผู้รับช่วง
  • เงินที่ต้องเว้นไว้ เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันสังคม ค่าจ้างงวดล่าสุดที่ยังไม่ถึงกำหนด และสิทธิที่กฎหมายเฉพาะคุ้มครอง ควรเขียนไว้ว่าไม่อยู่ในข้อตกลงนี้
  • ชื่อรายการที่ชำระ ควรเขียนว่าเงินก้อนนี้ชำระสำหรับรายการใดบ้าง เพราะข้อพิพาทเรื่องใดที่ไม่ได้ถูกระบุ ฝ่ายนายจ้างจะอ้างว่าเข้าอยู่ในความหมายกว้างได้

ถ้าข้อความกำกวม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11 ให้ตีความในทางที่เป็นคุณแก่ฝ่ายที่จะต้องเสียหรือต้องรับภาระตามสัญญา และ มาตรา 368 ให้ตีความตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณี แต่ไม่ควรพึ่งการตีความ ควรแก้ข้อความก่อนเซ็น

4. ข้อความอื่นที่กระทบสิทธิ

ข้อความสิ่งที่ควรตรวจ
ลาออก หรือ เลิกจ้างเขียนให้ตรงข้อเท็จจริง ถ้านายจ้างเป็นฝ่ายให้ออก การเขียนว่าลาออกอาจกระทบการเรียกร้องค่าชดเชยและสิทธิว่างงานของประกันสังคม ซึ่งอัตรากรณีถูกเลิกจ้างกับกรณีลาออกต่างกัน ตรวจเงื่อนไขกับสำนักงานประกันสังคมก่อนตกลง
การรักษาความลับครอบคลุมเฉพาะจำนวนเงินและเนื้อหาข้อตกลง หรือรวมเรื่องข้อพิพาททั้งหมด และมีข้อยกเว้นให้บอกทนาย นักบัญชี ครอบครัว และเจ้าหน้าที่รัฐ
ห้ามกล่าวร้ายต้องเป็นสองฝ่าย และไม่ห้ามให้ข้อมูลตามหน้าที่ต่อศาลหรือหน่วยงาน
ห้ามแข่งขันหรือห้ามชักชวนลูกค้าถ้าเพิ่มเข้ามาใหม่ในข้อตกลง ให้ดูระยะเวลา พื้นที่ และกิจการ ข้อห้ามที่กว้างเกินจะใช้บังคับได้เท่าที่เป็นธรรมตามกฎหมายข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ดูคู่มือข้อห้ามแข่งขันหลังลาออก
หนังสือรับรองการทำงานควรระบุให้บริษัทออกให้ภายในกำหนด และตกลงถ้อยคำไว้ล่วงหน้า
คืนทรัพย์สินระบุรายการและวันส่งคืน ให้ลงชื่อรับคืนโดยฝ่ายบริษัท และไม่ให้หักเงินที่ตกลงเพราะข้ออ้างใหม่
หักหนี้ หรือหักความเสียหายอย่าให้มีข้อความที่ยกให้บริษัทหักเงินก้อนได้ฝ่ายเดียว การหักเงินจากค่าจ้างต้องอยู่ในกรอบ มาตรา 76

5. กำหนดชำระ ผิดนัด และการเร่งรัด

เงินก้อนที่ได้ช้ามีความเสี่ยงสูงกว่าเงินก้อนที่ได้วันเซ็น ให้ตรวจ

  • ชำระวันเดียว หรือแบ่งงวด ถ้าแบ่งงวด ควรให้งวดแรกจ่ายในวันเซ็น และกำหนดวันที่ชัดเจนทุกงวด
  • ผิดนัดแล้วเกิดอะไร ข้อตกลงที่ดีควรมีข้อเร่งรัดว่า ถ้าบริษัทผิดนัดเกินจำนวนวันที่กำหนด ยอดคงเหลือทั้งหมดถึงกำหนดทันที และมีดอกเบี้ยผิดนัด
  • ผลของการผิดนัดต่อการสละสิทธิ ควรเขียนว่าถ้าบริษัทไม่ชำระ ท่านฟ้องเรียกยอดเดิมได้ และการสละสิทธิจะมีผลเมื่อชำระครบแล้วเท่านั้น
  • ช่องทางชำระ โอนเข้าบัญชีของท่านพร้อมหลักฐาน และให้ลงชื่อรับเงินเมื่อรับครบ ไม่ใช่ก่อนรับ
  • ผู้ค้ำประกัน ถ้าบริษัทเล็กหรือมีความเสี่ยง ให้ขอผู้ค้ำหรือขอให้ชำระวันเดียว

สัญญาจะระบุเบี้ยปรับก็ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 ถึง 383 แต่ศาลลดได้หากสูงเกินส่วน (มาตรา 383) ผู้เรียกร้องที่รับชำระหนี้แล้วต้องสงวนสิทธิเรียกเบี้ยปรับไว้ในขณะรับ (มาตรา 381 วรรคสาม)

6. ภาษี: ใครรับผิดชอบ และเงินก้อนนี้ถูกหักหรือไม่

ข้อตกลงควรบอกให้ชัดว่า 150,000 บาท เป็นยอดก่อนหรือหลังหักภาษี ณ ที่จ่าย มิฉะนั้นเงินที่เข้าบัญชีอาจต่ำกว่าที่ตกลง แนวคิดทั่วไปคือ เงินชดเชยที่จ่ายตามกฎหมายแรงงานอาจได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้เงื่อนไขและวงเงินที่กรมสรรพากรกำหนด ส่วนเงินที่เป็นค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา โบนัส หรือเงินที่นายจ้างให้เกินกว่าสิทธิตามกฎหมาย อาจต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามประเภทเงินได้ เงื่อนไขและวงเงินที่เปลี่ยนได้ ควรตรวจฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์กรมสรรพากรหรือนักบัญชีก่อนเซ็น

ข้อควรเขียนในข้อตกลง ได้แก่ นายจ้างเป็นผู้ยื่นและนำส่งภาษี ณ ที่จ่าย ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี และถ้าภายหลังกรมสรรพากรประเมินเพิ่มเพราะนายจ้างหักไม่ครบ เป็นภาระของใคร

7. ข้อตกลงส่วนตัว ต่อหน้าศาลแรงงาน หรือต่อหน้าพนักงานตรวจแรงงาน

รูปแบบผลข้อควรรู้
ข้อตกลงส่วนตัวเป็นสัญญา มาตรา 850 ถึง 852ถ้าผิดนัด ต้องฟ้องให้ปฏิบัติตามก่อนจึงบังคับคดีได้
ตกลงต่อหน้าศาลแรงงานและศาลพิพากษาตามยอมมีผลเป็นคำพิพากษาผิดนัดแล้วขอบังคับคดีได้ โดยหลักฟ้องเรื่องเดิมไม่ได้ ดูคู่มือขึ้นศาลแรงงาน
ตกลงต่อหน้าพนักงานตรวจแรงงานเป็นข้อตกลงที่มีเจ้าหน้าที่ร่วมบันทึกถ้าตกลงได้ ควรทำเป็นหนังสือ และตรวจว่านายจ้างผิดนัดแล้วทำอย่างไรต่อ ดูคู่มือเลือกร้องกรมแรงงานหรือฟ้องศาล

ถ้ามีคดีอยู่ที่ศาลแล้ว ควรขอให้บันทึกข้อตกลงต่อหน้าศาล เพราะบังคับได้ง่ายกว่า ถ้ายังไม่มีคดี ข้อตกลงส่วนตัวที่ร่างรอบคอบและแบ่งจ่ายอย่างปลอดภัยก็ใช้ได้ ส่วนการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ดูบริการระงับข้อพิพาททางเลือก

8. ตัวอย่างข้อความที่ท่านปรับใช้ได้

ข้อ 3 รายการชำระ
บริษัทตกลงชำระเงินให้ลูกจ้างรวม 150,000 บาท เป็นยอดก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย ประกอบด้วย
  (ก) ค่าชดเชยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 ........ บาท
  (ข) สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ........ บาท
  (ค) ค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้ ........ บาท
  (ง) เงินอื่นตามที่ระบุ ........ บาท

ข้อ 4 กำหนดชำระ
บริษัทจะโอนเงินเข้าบัญชีของลูกจ้างภายในวันที่ ........ หากผิดนัดเกิน 7 วัน
ยอดคงเหลือทั้งหมดถึงกำหนดทันที พร้อมดอกเบี้ยผิดนัด และลูกจ้างยังฟ้องเรียกตามสิทธิเดิมได้

ข้อ 5 ขอบเขตการจบเรื่อง
เมื่อบริษัทชำระครบตามข้อ 3 ลูกจ้างตกลงไม่เรียกร้องเพิ่มเติมเฉพาะรายการในข้อ 3
ข้อตกลงนี้ไม่กระทบเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สิทธิประกันสังคม และสิทธิที่เกิดขึ้นภายหลังวันที่ลงชื่อ

ข้อ 6 สาเหตุการสิ้นสุดการจ้าง
คู่สัญญาบันทึกว่าการจ้างสิ้นสุดเพราะบริษัทเลิกจ้างเมื่อวันที่ ........

ข้อ 7 ภาษี
บริษัทเป็นผู้หักและนำส่งภาษี ณ ที่จ่าย (ถ้ามี) และออกหนังสือรับรองให้ลูกจ้างภายใน ........ วัน

ตัวอย่างนี้เป็นเพียงโครงข้อความ ปรับให้เข้ากับข้อเท็จจริงและให้ผู้มีความรู้ตรวจก่อนใช้

9. เช็กลิสต์ก่อนเซ็น

เงินและรายการ

  • ขอให้นายจ้างแจกแจงเงินก้อนเป็นรายการ
  • คำนวณค่าชดเชยและสินจ้างแทนจากอายุงานและค่าจ้างสุดท้ายเอง
  • ตรวจค่าวันหยุดพักผ่อน ค่าล่วงเวลา โบนัส และเงินประกันที่ยังไม่ได้รับ
  • ตรวจว่าเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพถูกจ่ายแยกต่างหาก

ขอบเขตและข้อความ

  • ขอบเขต "ไม่เรียกร้องอีก" จำกัดเฉพาะรายการที่จ่ายจริง
  • ตัดข้อความสละสิทธิในอนาคตและสิทธิที่กฎหมายเฉพาะคุ้มครอง
  • เขียนสาเหตุสิ้นสุดการจ้างตามข้อเท็จจริง
  • ความลับและห้ามกล่าวร้ายเป็นสองฝ่ายและมีข้อยกเว้นที่จำเป็น
  • ตรวจข้อห้ามแข่งขันที่เพิ่มเข้ามา

การชำระและภาษี

  • รู้ว่าจำนวนเงินเป็นก่อนหรือหลังหักภาษี
  • ตกลงกำหนดชำระ ข้อเร่งรัด และผลเมื่อผิดนัดไว้ชัด
  • ลงชื่อรับเงินเมื่อรับเงินครบ ไม่ใช่ก่อน
  • ตัดสินใจว่าทำข้อตกลงส่วนตัว ต่อหน้าศาล หรือต่อหน้าพนักงานตรวจแรงงาน

อ่านเพิ่มเติม

เงินก้อนที่เสนอมาคือข้อเสนอ ไม่ใช่คำตัดสิน ท่านต่อรองได้ และควรเซ็นเมื่อรู้แล้วว่ากำลังรับอะไรและสละอะไร

เราช่วยตรวจร่างข้อตกลงเลิกจ้าง คำนวณรายการเงินเทียบกับสิทธิ เสนอแก้ข้อความที่กระทบสิทธิ และเจรจาหรือไกล่เกลี่ยกับนายจ้างแทนท่าน ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ บริการระงับข้อพิพาททางเลือก และ คดีแรงงาน


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

เซ็นข้อตกลงรับเงินก้อนแล้ว กลับมาเรียกร้องเพิ่มได้หรือไม่+

ถ้าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำเป็นหนังสือและลงชื่อโดยฝ่ายที่ต้องรับผิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 ถึง 852 สิทธิเรียกร้องที่ยอมสละกันตามข้อตกลงย่อมระงับ จึงเรียกเพิ่มในเรื่องเดียวกันได้ยาก แต่ขอบเขตดูจากข้อความจริง ถ้าเอกสารระบุเฉพาะบางรายการ เงินที่ไม่ได้ระบุอาจยังเรียกได้ ดูหัวข้อ 3 และ 4

ถ้ายังทำงานอยู่ แล้วเซ็นสละสิทธิค่าชดเชยหรือค่าล่วงเวลา มีผลหรือไม่+

สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นหลักที่ไม่อาจตกลงให้ต่ำกว่ากฎหมายได้ระหว่างที่ยังเป็นลูกจ้าง และลูกจ้างอยู่ในฐานะที่ต่อรองได้ยาก ข้อตกลงที่ทำหลังสิ้นสุดการจ้างและมีการตกลงยอมผ่อนปรนกันจริงมีน้ำหนักต่างออกไป แต่ศาลยังดูว่าลูกจ้างเข้าใจและสมัครใจหรือไม่ และเงินที่ได้ต่ำกว่าสิทธิเพียงใด ดูหัวข้อ 2

ในข้อตกลงควรให้ระบุว่าลาออกหรือเลิกจ้าง+

ให้เขียนตามข้อเท็จจริง ถ้านายจ้างเป็นฝ่ายให้ออกก็ควรเขียนว่านายจ้างเลิกจ้าง การเขียนว่าลาออกอาจกระทบการเรียกร้องค่าชดเชยและสิทธิประโยชน์ว่างงานของประกันสังคม ซึ่งอัตราและระยะเวลาต่างกันระหว่างถูกเลิกจ้างกับลาออก ควรตรวจกับสำนักงานประกันสังคมก่อนตกลง ดูหัวข้อ 4

ข้อตกลงที่ทำต่อหน้าศาลแรงงานต่างจากสัญญาส่วนตัวอย่างไร+

ข้อตกลงที่ศาลบันทึกและพิพากษาตามยอมมีผลเป็นคำพิพากษา หากฝ่ายใดผิดนัดชำระ อีกฝ่ายขอบังคับคดีได้โดยไม่ต้องฟ้องใหม่ ส่วนสัญญาส่วนตัวเป็นเพียงสัญญา ถ้าไม่ชำระมักต้องฟ้องให้ปฏิบัติตามก่อน ดูหัวข้อ 7

เงินก้อนนี้ต้องเสียภาษีหรือไม่ และใครรับผิดชอบ+

ขึ้นกับว่าเงินแต่ละรายการเป็นเงินประเภทใด เงินชดเชยบางส่วนที่จ่ายตามกฎหมายแรงงานอาจได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้เงื่อนไขของกรมสรรพากร ส่วนเงินประเภทอื่นอาจถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย จึงควรให้ข้อตกลงบอกชัดว่าจำนวนเงินเป็นยอดก่อนหรือหลังหักภาษี และตรวจเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากรหรือนักบัญชี ดูหัวข้อ 6

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา