ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายแรงงาน

ถูกกดดันให้เซ็นใบลาออก เซ็นไปแล้วเรียกร้องอะไรได้บ้าง

เซ็นใบลาออกเพราะถูกบีบ ยังเรียกค่าชดเชยหรือโต้แย้งได้ไหม คู่มือลูกจ้างว่าด้วยไทม์ไลน์ ข้อความแชต พยาน และเอกสารที่ช่วยแยก "ลาออกเอง" ออกจาก "ถูกบังคับให้ออก"

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายแรงงานและกฎหมายองค์กร29 ตุลาคม 256913 นาที
ถูกกดดันให้เซ็นใบลาออก เซ็นไปแล้วเรียกร้องอะไรได้บ้าง

เจ้านายเรียกเข้าห้องประชุม วางกระดาษใบลาออกที่พิมพ์เสร็จแล้วตรงหน้า แล้วบอกว่า "เซ็นตอนนี้จะได้ออกแบบสวย ๆ ไม่เซ็นก็ไล่ออกวันนี้" ลูกจ้างหลายคนเซ็นเพราะกลัวประวัติเสียหรือกลัวไม่ได้เงินเดือนสุดท้าย แล้วค่อยมาคิดทีหลังว่าตนทำอะไรลงไป

คู่มือนี้ตอบเฉพาะคำถามว่า เซ็นไปแล้วยังทำอะไรได้บ้าง และหลักฐานอะไรช่วยแยก "ลาออกเอง" ออกจาก "ถูกบังคับให้ออก" ส่วนสิทธิทั่วไปเมื่อถูกเลิกจ้างอ่านที่ ถูกเลิกจ้าง ทำอย่างไร วิธีคิดค่าชดเชยอ่านที่ ค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง และถ้านายจ้างยื่นข้อตกลงฉบับอื่นให้เซ็นต่อ ดู ข้อตกลงยุติข้อพิพาทแรงงานก่อนเซ็น

คำตอบหลัก

ใบลาออกที่ลูกจ้างเซ็นและส่งถึงนายจ้างแล้ว โดยปกติถือว่าลูกจ้างเป็นฝ่ายยุติสัญญาเอง จึงไม่ได้ค่าชดเชยตามมาตรา 118 แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่านายจ้างเป็นฝ่ายตัดสินใจให้ออกและใช้ใบลาออกเป็นเพียงรูปแบบ ข้อเท็จจริงนั้นอาจถูกมองเป็นการเลิกจ้าง และลูกจ้างอาจเรียกค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ อีกทางหนึ่ง ถ้าการเซ็นเกิดจากการข่มขู่ที่เข้าเงื่อนไขกฎหมายแพ่ง ใบลาออกอาจเป็นโมฆียะ

หลักกฎหมาย พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 ให้ค่าชดเชยแก่ลูกจ้างที่ถูก "เลิกจ้าง" ตามอายุงาน ส่วนมาตรา 17 และ 17/1 ว่าด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าและสินจ้างแทนการบอกกล่าว พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ พ.ศ. 2522 มาตรา 49 ให้ศาลสั่งนายจ้างจ่ายค่าเสียหายหรือรับกลับเข้าทำงานเมื่อเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ในด้านกฎหมายแพ่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 ถึง 166 ว่าด้วยการแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่ และมาตรา 181 กำหนดเวลาบอกล้างโมฆียะกรรม

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา คดีแบบนี้แพ้ชนะที่หลักฐานในช่วงไม่กี่วันก่อนและหลังเซ็น ไม่ใช่ที่ความรู้สึกว่าถูกบังคับ ศาลดูว่าใครเริ่มเรื่อง ใครพิมพ์ใบลาออก มีการให้เลือกหรือไม่ และลูกจ้างทำอะไรหลังเซ็น ลูกจ้างที่แจ้งคัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษรทันทีและเก็บข้อความไว้ มักอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าลูกจ้างที่เงียบไปหลายเดือน เรายังบอกไม่ได้ว่าผลจะเป็นอย่างไรจนกว่าจะเห็นเอกสาร

ตัวอย่างสมมติ คุณภูริ อายุงานสี่ปี เงินเดือน 18,000 บาท ทำงานร้านวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่งในขอนแก่น ผู้จัดการฝ่ายบุคคล คุณวรรณา เรียกเข้าห้องเมื่อบ่ายวันศุกร์ ยื่นใบลาออกที่พิมพ์ไว้แล้ว และพูดว่า "ถ้าไม่เซ็นวันนี้ พรุ่งนี้จะออกหนังสือเลิกจ้างเพราะทำผิดวินัย" คุณภูริเซ็น เย็นนั้นพิมพ์ข้อความใน LINE ถามเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่หน้าห้องว่าได้ยินอะไรไหม เราจะใช้ตัวอย่างนี้ตลอดคู่มือ

1. ทำไมใบลาออกที่เซ็นแล้วจึงถือว่าลูกจ้างยุติสัญญาเอง

การลาออกคือการที่ลูกจ้างแสดงเจตนาเลิกสัญญาฝ่ายเดียว เมื่อเจตนานั้นไปถึงนายจ้างก็มีผล โดยหลักไม่ต้องรอนายจ้างตกลง ผลคือ

  • ไม่ใช่ "การเลิกจ้าง" จึงไม่เกิดสิทธิค่าชดเชยตามมาตรา 118
  • ไม่มีสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจากนายจ้าง เพราะนายจ้างไม่ได้เป็นฝ่ายเลิก
  • ถ้าใบลาออกเขียนว่า "สมัครใจ ไม่มีข้อเรียกร้องใด ๆ" นายจ้างจะใช้ข้อความนี้ต่อสู้ว่าไม่มีข้อพิพาท

แต่ชื่อเอกสารไม่ผูกมัดศาล ศาลดูข้อเท็จจริงว่าใครเป็นฝ่ายตัดสินใจให้สัญญาสิ้นสุด และเจตนาของลูกจ้างเป็นอิสระหรือไม่

2. เมื่อไรข้อเท็จจริงอาจแสดงว่านายจ้างเลิกจ้าง

เหตุการณ์ต่อไปนี้ทำให้ข้อโต้แย้งว่าเป็นการเลิกจ้างอำพรางมีน้ำหนักขึ้น แต่ไม่มีข้อใดตัดสินเรื่องได้ตามลำพัง

ข้อเท็จจริงทำไมสำคัญ
นายจ้างให้เลือกระหว่าง "ลาออก" กับ "ถูกไล่ออก"แสดงว่านายจ้างตัดสินใจให้สัญญาสิ้นสุดแล้ว ลูกจ้างเลือกได้แค่รูปแบบ
นายจ้างเป็นคนพิมพ์ใบลาออกและกำหนดวันที่ถ้อยคำและวันที่เป็นของนายจ้าง ไม่ใช่ความคิดริเริ่มของลูกจ้าง
ให้เซ็นทันทีในที่ประชุม ไม่ให้เวลาคิดหรือขอคำปรึกษาลดความเป็นอิสระของการตัดสินใจ
ลูกจ้างไม่เคยแสดงความประสงค์จะลาออกมาก่อนไม่มีเหตุผลอื่นที่อธิบายการลาออก
นายจ้างหาคนใหม่มาแทนตำแหน่งทันทีแสดงว่านายจ้างวางแผนไว้ก่อน
ลูกจ้างคัดค้านหรือขอกลับเข้าทำงานในเวลาอันสั้นไม่สอดคล้องกับการลาออกด้วยความสมัครใจ

ข้อควรระวัง นายจ้างอาจโต้ว่าลูกจ้างขอลาออกเองเพื่อไปทำงานใหม่ หรือเลือกลาออกเพื่อรักษาประวัติ ซึ่งเป็นสิทธิของลูกจ้างที่จะเลือกเช่นกัน ศาลจึงดูภาพรวมของพยานหลักฐาน

3. ถูกกดดัน ถือเป็นข่มขู่ที่ทำให้ใบลาออกเป็นโมฆียะหรือไม่

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 กำหนดว่าการแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่เป็นโมฆียะ ถ้าการข่มขู่นั้นร้ายแรงและใกล้จะถึง จนทำให้ผู้ถูกข่มขู่มีมูลต้องกลัว และถ้าไม่มีการข่มขู่ก็คงไม่ทำนิติกรรมนั้น มาตรา 165 กำหนดว่า การขู่ว่าจะใช้สิทธิตามปกตินิยมไม่ใช่การข่มขู่ และการกระทำเพราะความนับถือยำเกรงไม่ถือว่าถูกข่มขู่ มาตรา 166 ให้การข่มขู่เป็นเหตุแม้ผู้ข่มขู่เป็นบุคคลภายนอก

ในงานแรงงาน เส้นแบ่งอยู่ตรงนี้

  • มักไม่ถึงขั้นข่มขู่ การบอกว่า "ถ้าคุณมีความผิดจริง เราจะลงโทษทางวินัยตามระเบียบ" เพราะนายจ้างมีสิทธิทำเช่นนั้นตามปกติ
  • อาจเข้าข่าย การขู่ว่าจะแจ้งความหรือฟ้องคดีอาญาโดยไม่มีมูล การขู่ทำร้ายหรือประจาน การกักตัวไม่ให้ออกจากห้อง หรือการยึดเอกสารสำคัญไว้จนกว่าจะเซ็น

เวลา มาตรา 181 กำหนดว่า บอกล้างโมฆียะกรรมไม่ได้เมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้ หรือพ้นสิบปีนับแต่ทำนิติกรรม ถ้าตั้งใจจะอ้างข้อนี้ อย่ารอให้ถึงปลายปี เพราะหลักฐานเลือนเร็ว และการนิ่งเฉยทำให้นายจ้างอ้างได้ว่าลูกจ้างยอมรับ

กรณีหลอกลวง เช่น นายจ้างบอกข้อเท็จจริงเท็จว่าถ้าลาออกจะได้เงินก้อนแต่ไม่ได้ เป็นประเด็นแยกตามมาตรา 159 ที่ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

ในตัวอย่างของเรา "ไม่เซ็นพรุ่งนี้จะออกหนังสือเลิกจ้างเพราะทำผิดวินัย" เป็นคำพูดที่อาจถูกมองว่าเป็นการใช้สิทธิตามปกติ ถ้านายจ้างมีเหตุทางวินัยจริง แต่ถ้าไม่มีเหตุจริงและพูดเพียงเพื่อบีบ ข้อเท็จจริงนี้เองเป็นหลักฐานของการเลิกจ้างที่นายจ้างอาจแก้ตัวยาก

4. ลาออกแล้วเปลี่ยนใจ ถอนได้ไหม

หลักทั่วไป ใบลาออกที่ไปถึงนายจ้างแล้วลูกจ้างไม่อาจถอนฝ่ายเดียว ต้องให้นายจ้างยินยอม หากนายจ้างยอมให้ถอนก็ควรมีหนังสือยืนยัน ถ้านายจ้างไม่ยอม การโต้แย้งต้องอาศัยเหตุอื่น เช่น เป็นเลิกจ้างอำพราง หรือการแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่ ไม่ใช่เหตุผลว่าเปลี่ยนใจ ดังนั้นข้อความแรกหลังเซ็นจึงสำคัญ (ดูหัวข้อ 6) เพราะแสดงว่าลูกจ้างไม่ได้ยอมรับ

5. หลักฐานที่ช่วยแยก "ลาออกเอง" กับ "ข้อพิพาท"

เริ่มจากเขียนไทม์ไลน์ขณะความจำยังชัด ตารางตัวอย่างตามเรื่องของคุณภูริ

เมื่อไรใครพูดหรือทำอะไรหลักฐานที่มีใครรู้เห็น
วันพุธหัวหน้าบอกปากเปล่าว่า "ฝ่ายบุคคลจะคุยด้วย"ไม่มีไม่มี
วันพฤหัสบดีคุณวรรณาส่ง LINE นัดประชุมบ่ายวันศุกร์ ไม่บอกหัวข้อภาพหน้าจอ LINEไม่มี
วันศุกร์ 14.00ยื่นใบลาออกที่พิมพ์แล้ว พูดว่า "ไม่เซ็นพรุ่งนี้ออกหนังสือเลิกจ้าง"ใบลาออกผู้จัดการ เพื่อนที่นั่งหน้าห้อง
วันศุกร์ 14.20คุณภูริเซ็น ถูกขอให้ส่งคืนบัตรพนักงานทันทีไม่มีเพื่อนร่วมงาน
วันศุกร์ 19.00ส่งข้อความคัดค้านถึงฝ่ายบุคคลภาพข้อความพร้อมเวลาไม่มี
วันจันทร์ประกาศรับสมัครตำแหน่งเดียวกันภาพหน้าจอประกาศไม่มี

สิ่งที่ควรเก็บ

  • ข้อความแชต LINE อีเมล และข้อความที่ส่งถึงฝ่ายบุคคลหรือหัวหน้า โดยเฉพาะข้อความที่เขียนว่า "เลือกเอา ลาออกหรือโดนไล่ออก" เก็บทั้งบทสนทนา ไม่ใช่เฉพาะประโยคเดียว ให้เห็นวันที่ เวลา และชื่อผู้ส่ง สำรองไว้ในที่ที่ไม่ใช่โทรศัพท์เครื่องเดียว
  • คำเชิญประชุม อีเมลหรือข้อความนัดหมาย หัวข้อ ผู้เข้าร่วม และเวลา
  • ตัวใบลาออก ใครพิมพ์ ไฟล์ต้นฉบับอยู่ที่ใคร วันที่ในเอกสารตรงกับวันที่เซ็นหรือไม่ ถ้อยคำเป็นของลูกจ้างหรือเป็นแบบฟอร์มสำเร็จรูป มีคำว่า "ไม่มีข้อเรียกร้องใด ๆ" หรือไม่ ถ่ายรูปไว้ก่อนส่งคืน
  • พยาน คนที่เห็นหรือได้ยินเหตุการณ์ และคนที่ลูกจ้างเล่าให้ฟังทันทีหลังเหตุการณ์ จดชื่อ ตำแหน่ง และสิ่งที่เขาเห็น อย่ากดดันพยาน และเข้าใจว่าพยานที่ยังทำงานอยู่อาจลังเล
  • เอกสารงาน สัญญาจ้าง ข้อบังคับการทำงาน ประวัติการเตือน ผลประเมิน สลิปเงินเดือน เพื่อดูว่าก่อนหน้านี้มีเหตุวินัยจริงหรือไม่ ถ้าเกี่ยวกับการประเมินผลงาน ดู แผนปรับปรุงผลงาน PIP
  • เหตุการณ์หลังเซ็น ตำแหน่งที่ถูกประกาศรับคนใหม่ การปิดสิทธิเข้าระบบ การสั่งให้ส่งของคืน และการจ่ายเงินสุดท้าย

เก็บเฉพาะข้อมูลที่ท่านเข้าถึงได้โดยชอบ อย่าเข้าบัญชี อีเมล หรือโทรศัพท์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะอาจผิด พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ PDPA การบันทึกเสียงสนทนาที่ท่านเป็นคู่สนทนาเองเป็นเรื่องที่ศาลอาจพิจารณาน้ำหนัก ควรปรึกษาทนายก่อนใช้ อย่าเผยแพร่คลิปหรือโพสต์ประจานนายจ้าง

6. หลังเซ็นแล้ว ควรทำอะไรทันที

  1. ส่งข้อความคัดค้านสั้น ๆ เป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันเดียวกัน หรืออย่างช้าภายในไม่กี่วัน ส่งทาง LINE หรืออีเมลที่นายจ้างใช้ติดต่อกับท่านอยู่แล้ว ตัวอย่างข้อความ
เรียน คุณวรรณา ฝ่ายบุคคล

ตามที่เมื่อวันที่ ... เวลาประมาณ ... น. ที่ห้องประชุม ท่านแจ้งว่าหากข้าพเจ้าไม่เซ็นใบลาออก
จะถูกออกหนังสือเลิกจ้างในวันรุ่งขึ้น และยื่นใบลาออกที่จัดพิมพ์ไว้ให้ข้าพเจ้าเซ็นทันที
ข้าพเจ้าจึงเซ็นไปเพราะถูกกดดัน มิได้ลาออกด้วยความสมัครใจ

ข้าพเจ้าไม่ยอมรับว่านี่เป็นการลาออก และถือว่าบริษัทเป็นฝ่ายให้ข้าพเจ้าออกจากงาน
ขอให้บริษัทส่งสำเนาใบลาออกที่ข้าพเจ้าเซ็น พร้อมเหตุผลของบริษัทเป็นหนังสือ
และยังไม่ถือว่าข้าพเจ้าสละสิทธิใด ๆ

ภูริ (ชื่อนามสกุลจริง) วันที่ ...
  1. เก็บสำเนาทุกอย่าง ถ่ายรูปใบลาออก บัตร ระเบียบ และเอกสารที่นายจ้างให้ ส่งสำเนาไปที่อีเมลส่วนตัว
  2. อย่าเซ็นเอกสารเพิ่ม โดยเฉพาะใบรับเงินครบถ้วน ข้อตกลงสละสิทธิ หรือใบรับของ อ่านและขอเวลาตรวจก่อน เอกสารเหล่านี้อาจกระทบสิทธิที่เหลือ ดู ข้อตกลงยุติข้อพิพาทแรงงานก่อนเซ็น
  3. ขอเอกสารที่ท่านมีสิทธิได้ หนังสือรับรองการทำงาน สลิปเงินเดือนล่าสุด และหนังสือยืนยันวันที่สิ้นสุด
  4. ตัดสินใจช่องทางเรียกร้อง ร้องพนักงานตรวจแรงงานหรือฟ้องศาลแรงงานมีข้อจำกัดต่างกัน และมีกำหนดเวลาที่ต้องระวัง อ่าน ร้องกรมแรงงานหรือฟ้องศาลแรงงาน และ ขึ้นศาลแรงงานครั้งแรก แล้วปรึกษาทนายก่อนยื่น

7. ถ้าเป็นการเลิกจ้างอำพราง เรียกร้องอะไรได้บ้าง

ถ้าศาลเห็นว่านายจ้างเป็นฝ่ายเลิกจ้าง ผลอาจประกอบด้วย

รายการฐานกฎหมายหมายเหตุ
ค่าชดเชยมาตรา 118ตามอายุงาน เริ่มที่อายุงานครบ 120 วัน ได้ 30 วัน ครบ 1 ปี 90 วัน ครบ 3 ปี 180 วัน ครบ 6 ปี 240 วัน ครบ 10 ปี 300 วัน ครบ 20 ปี 400 วัน ยกเว้นกรณีตามมาตรา 119
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ามาตรา 17 และ 17/1ปกติเท่ากับค่าจ้างหนึ่งรอบการจ่าย ขึ้นกับสัญญาและรอบจ่าย
ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมพ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49ศาลพิจารณาอายุงาน ความเดือดร้อน สาเหตุเลิกจ้าง และสถานะการเงินของนายจ้าง
ค่าจ้างและเงินอื่นที่ค้างตามสัญญาและกฎหมายเช่น เงินเดือนงวดสุดท้าย วันหยุดพักผ่อนที่ยังไม่ได้ใช้ ถ้ามีสิทธิ

ในตัวอย่าง คุณภูริอายุงานสี่ปี เงินเดือน 18,000 บาท ค่าจ้างวันละ 600 บาท ค่าชดเชยตามมาตรา 118 ที่ 180 วันเท่ากับ 108,000 บาท ถ้านายจ้างพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุตามมาตรา 119 เช่น ทำผิดซ้ำคำเตือนเป็นหนังสือ ค่าชดเชยอาจไม่ได้ เงินจริงขึ้นกับพยานหลักฐานและการวินิจฉัยของศาล ตัวเลขนี้ไม่ใช่การรับรองผลคดี

ประกันสังคมกรณีว่างงาน สำนักงานประกันสังคมแยกสิทธิของผู้ที่ลาออกกับผู้ที่ถูกเลิกจ้างในอัตราและระยะเวลาที่จ่าย และผู้ว่างงานต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานภายในกำหนดเวลา เราไม่ได้ยืนยันตัวเลขล่าสุดจากหน้าเว็บของสำนักงานประกันสังคมในการเขียนคู่มือนี้ จึงไม่ขอระบุอัตรา ให้ตรวจที่ สำนักงานประกันสังคม หรือสายด่วน 1506 ข้อควรรู้คือ เหตุที่ระบุในแบบรายงานการสิ้นสุดการจ้างที่นายจ้างส่งอาจกระทบการพิจารณา ถ้าท่านเห็นว่าไม่ตรงความจริง ให้แจ้งคัดค้านเป็นหนังสือและเก็บสำเนา

8. สำหรับ HR: คุยเรื่องการออกจากงานอย่างไรไม่ให้กลายเป็นข้อพิพาท

ถ้านายจ้างต้องการให้พนักงานออกจริง การบีบให้เซ็นใบลาออกเสี่ยงกว่าที่คิด เพราะอาจถูกมองเป็นเลิกจ้างที่ไม่มีเหตุผลรองรับ และต้องจ่ายทั้งค่าชดเชยและค่าเสียหาย แนวทางที่ปลอดภัยกว่า

  • ตัดสินใจก่อนว่าเป็นอะไร ถ้าบริษัทเป็นฝ่ายให้ออก ให้ทำเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุผลและจ่ายสิทธิตามกฎหมาย ถ้าพนักงานอยากลาออกเอง ให้พนักงานเป็นผู้เริ่มและเขียนเอง
  • อย่าให้เลือกแบบมีเวลาบีบ ให้เวลาอย่างน้อยหนึ่งถึงสองวันทำการ แจ้งว่าสามารถขอคำปรึกษาได้ ไม่เรียกให้เซ็นทันทีในที่ประชุม
  • ให้พนักงานเขียนเอง หรืออย่างน้อยให้ระบุวันที่และถ้อยคำเองได้ ไม่ใช้แบบฟอร์มที่นายจ้างพิมพ์พร้อมข้อความสละสิทธิ
  • ห้ามขู่เกินสิทธิ เช่น ขู่แจ้งความโดยไม่มีมูล ถ้ามีเหตุวินัยจริงให้ใช้ขั้นตอนตามข้อบังคับการทำงาน ดู ข้อบังคับและการสอบสวนทางวินัย
  • ถ้าตกลงออกร่วมกัน ทำเป็นข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรที่ระบุเงินที่จ่ายและให้พนักงานมีเวลาอ่าน ดู ข้อตกลงยุติข้อพิพาทแรงงาน
  • บันทึกการคุย จดสรุปการประชุม ผู้เข้าร่วม และเหตุผล โดยบันทึกตามความจริง

ดูบริการเอกสารและข้อบังคับด้านทรัพยากรบุคคล

9. เช็กลิสต์

ทันทีหลังเซ็น

  • เขียนไทม์ไลน์ตามตารางในหัวข้อ 5 ขณะที่ความจำยังชัด
  • ส่งข้อความคัดค้านสั้น ๆ ถึงนายจ้าง และเก็บภาพหลักฐานการส่ง
  • ถ่ายรูปหรือขอสำเนาใบลาออกที่เซ็น
  • ไม่เซ็นเอกสารเพิ่มก่อนได้อ่านและปรึกษา

หลักฐาน

  • สำรองแชต LINE อีเมล และคำเชิญประชุมทั้งบทสนทนา
  • จดชื่อและช่องทางติดต่อพยาน
  • เก็บสัญญาจ้าง ข้อบังคับ ประวัติการเตือน สลิปเงินเดือน
  • จดข้อเท็จจริงหลังเซ็น เช่น ประกาศรับคนแทน

ช่องทางและเวลา

  • เลือกช่องทางระหว่างพนักงานตรวจแรงงานกับศาลแรงงาน
  • นับกำหนดเวลาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเวลาบอกล้างตามมาตรา 181 ถ้าจะอ้างข่มขู่
  • ตรวจสิทธิประกันสังคมกรณีว่างงานและขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานตามกำหนด

อ่านเพิ่มเติม

ใบลาออกที่เซ็นแล้วไม่ได้ตัดสิทธิทุกอย่างโดยอัตโนมัติ แต่ผลขึ้นกับว่าท่านพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นและทำอะไรหลังเซ็น

เราช่วยตรวจใบลาออกและหลักฐาน จัดไทม์ไลน์ ร่างหนังสือคัดค้าน และวางแผนเลือกช่องทางระหว่างพนักงานตรวจแรงงานกับศาลแรงงาน สำหรับนายจ้าง เราช่วยออกแบบขั้นตอนการยุติการจ้างที่ไม่สร้างข้อพิพาท ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ คดีและที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน และ เอกสารและข้อบังคับด้านทรัพยากรบุคคล


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

เซ็นใบลาออกไปแล้ว ยังเรียกค่าชดเชยได้หรือไม่+

ทำได้ในบางกรณี โดยปกติลูกจ้างที่ลาออกเองไม่ได้ค่าชดเชยตามมาตรา 118 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แต่ถ้าข้อเท็จจริงแสดงว่านายจ้างเป็นฝ่ายยุติสัญญา เช่น ให้เลือกระหว่างลาออกกับถูกไล่ออก ศาลอาจถือว่าเป็นการเลิกจ้าง ผลขึ้นอยู่กับหลักฐานและการวินิจฉัยของศาล ดูหัวข้อ 1 และ 2

ถูกข่มขู่ให้เซ็น ใบลาออกใช้ไม่ได้เลยหรือไม่+

ไม่ถึงขนาดนั้นโดยอัตโนมัติ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 การแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่ที่ร้ายแรงและใกล้จะถึงเป็นโมฆียะ คือถูกบอกล้างได้ แต่การขู่ว่าจะใช้สิทธิตามปกตินิยมไม่ถือเป็นการข่มขู่ตามมาตรา 165 และบอกล้างต้องทำภายในเวลาตามมาตรา 181 ดูหัวข้อ 3

ลาออกแล้วเปลี่ยนใจ ขอถอนใบลาออกได้ไหม+

ตามหลักทั่วไป ใบลาออกที่ไปถึงนายจ้างแล้วลูกจ้างไม่อาจถอนฝ่ายเดียวได้ ต้องให้นายจ้างยินยอม ถ้าจะโต้แย้งต้องอาศัยเหตุว่าถูกข่มขู่หรือเป็นการเลิกจ้างอำพราง ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนใจ ดูหัวข้อ 4

หลักฐานอะไรสำคัญที่สุดในคดีลาออกเพราะถูกบีบ+

ข้อความที่แสดงว่านายจ้างให้เลือกระหว่างลาออกกับถูกไล่ออก ใบลาออกที่นายจ้างพิมพ์ให้พร้อมวันที่และถ้อยคำ ไทม์ไลน์การเรียกประชุม และพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ ดูหัวข้อ 5 และตารางไทม์ไลน์

สิทธิประกันสังคมกรณีว่างงานต่างกันหรือไม่ระหว่างลาออกกับถูกเลิกจ้าง+

ต่างกัน สำนักงานประกันสังคมแยกกรณีลาออกกับกรณีถูกเลิกจ้างในอัตราและระยะเวลาที่จ่าย ควรตรวจตัวเลขล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคมและขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานภายในกำหนด ดูหัวข้อ 7

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา