เจ้านายเรียกเข้าห้องประชุม วางกระดาษใบลาออกที่พิมพ์เสร็จแล้วตรงหน้า แล้วบอกว่า "เซ็นตอนนี้จะได้ออกแบบสวย ๆ ไม่เซ็นก็ไล่ออกวันนี้" ลูกจ้างหลายคนเซ็นเพราะกลัวประวัติเสียหรือกลัวไม่ได้เงินเดือนสุดท้าย แล้วค่อยมาคิดทีหลังว่าตนทำอะไรลงไป
คู่มือนี้ตอบเฉพาะคำถามว่า เซ็นไปแล้วยังทำอะไรได้บ้าง และหลักฐานอะไรช่วยแยก "ลาออกเอง" ออกจาก "ถูกบังคับให้ออก" ส่วนสิทธิทั่วไปเมื่อถูกเลิกจ้างอ่านที่ ถูกเลิกจ้าง ทำอย่างไร วิธีคิดค่าชดเชยอ่านที่ ค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง และถ้านายจ้างยื่นข้อตกลงฉบับอื่นให้เซ็นต่อ ดู ข้อตกลงยุติข้อพิพาทแรงงานก่อนเซ็น
คำตอบหลัก
ใบลาออกที่ลูกจ้างเซ็นและส่งถึงนายจ้างแล้ว โดยปกติถือว่าลูกจ้างเป็นฝ่ายยุติสัญญาเอง จึงไม่ได้ค่าชดเชยตามมาตรา 118 แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่านายจ้างเป็นฝ่ายตัดสินใจให้ออกและใช้ใบลาออกเป็นเพียงรูปแบบ ข้อเท็จจริงนั้นอาจถูกมองเป็นการเลิกจ้าง และลูกจ้างอาจเรียกค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ อีกทางหนึ่ง ถ้าการเซ็นเกิดจากการข่มขู่ที่เข้าเงื่อนไขกฎหมายแพ่ง ใบลาออกอาจเป็นโมฆียะ
หลักกฎหมาย พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 ให้ค่าชดเชยแก่ลูกจ้างที่ถูก "เลิกจ้าง" ตามอายุงาน ส่วนมาตรา 17 และ 17/1 ว่าด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าและสินจ้างแทนการบอกกล่าว พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ พ.ศ. 2522 มาตรา 49 ให้ศาลสั่งนายจ้างจ่ายค่าเสียหายหรือรับกลับเข้าทำงานเมื่อเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ในด้านกฎหมายแพ่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 ถึง 166 ว่าด้วยการแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่ และมาตรา 181 กำหนดเวลาบอกล้างโมฆียะกรรม
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา คดีแบบนี้แพ้ชนะที่หลักฐานในช่วงไม่กี่วันก่อนและหลังเซ็น ไม่ใช่ที่ความรู้สึกว่าถูกบังคับ ศาลดูว่าใครเริ่มเรื่อง ใครพิมพ์ใบลาออก มีการให้เลือกหรือไม่ และลูกจ้างทำอะไรหลังเซ็น ลูกจ้างที่แจ้งคัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษรทันทีและเก็บข้อความไว้ มักอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าลูกจ้างที่เงียบไปหลายเดือน เรายังบอกไม่ได้ว่าผลจะเป็นอย่างไรจนกว่าจะเห็นเอกสาร
ตัวอย่างสมมติ คุณภูริ อายุงานสี่ปี เงินเดือน 18,000 บาท ทำงานร้านวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่งในขอนแก่น ผู้จัดการฝ่ายบุคคล คุณวรรณา เรียกเข้าห้องเมื่อบ่ายวันศุกร์ ยื่นใบลาออกที่พิมพ์ไว้แล้ว และพูดว่า "ถ้าไม่เซ็นวันนี้ พรุ่งนี้จะออกหนังสือเลิกจ้างเพราะทำผิดวินัย" คุณภูริเซ็น เย็นนั้นพิมพ์ข้อความใน LINE ถามเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่หน้าห้องว่าได้ยินอะไรไหม เราจะใช้ตัวอย่างนี้ตลอดคู่มือ
1. ทำไมใบลาออกที่เซ็นแล้วจึงถือว่าลูกจ้างยุติสัญญาเอง
การลาออกคือการที่ลูกจ้างแสดงเจตนาเลิกสัญญาฝ่ายเดียว เมื่อเจตนานั้นไปถึงนายจ้างก็มีผล โดยหลักไม่ต้องรอนายจ้างตกลง ผลคือ
- ไม่ใช่ "การเลิกจ้าง" จึงไม่เกิดสิทธิค่าชดเชยตามมาตรา 118
- ไม่มีสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจากนายจ้าง เพราะนายจ้างไม่ได้เป็นฝ่ายเลิก
- ถ้าใบลาออกเขียนว่า "สมัครใจ ไม่มีข้อเรียกร้องใด ๆ" นายจ้างจะใช้ข้อความนี้ต่อสู้ว่าไม่มีข้อพิพาท
แต่ชื่อเอกสารไม่ผูกมัดศาล ศาลดูข้อเท็จจริงว่าใครเป็นฝ่ายตัดสินใจให้สัญญาสิ้นสุด และเจตนาของลูกจ้างเป็นอิสระหรือไม่
2. เมื่อไรข้อเท็จจริงอาจแสดงว่านายจ้างเลิกจ้าง
เหตุการณ์ต่อไปนี้ทำให้ข้อโต้แย้งว่าเป็นการเลิกจ้างอำพรางมีน้ำหนักขึ้น แต่ไม่มีข้อใดตัดสินเรื่องได้ตามลำพัง
| ข้อเท็จจริง | ทำไมสำคัญ |
|---|---|
| นายจ้างให้เลือกระหว่าง "ลาออก" กับ "ถูกไล่ออก" | แสดงว่านายจ้างตัดสินใจให้สัญญาสิ้นสุดแล้ว ลูกจ้างเลือกได้แค่รูปแบบ |
| นายจ้างเป็นคนพิมพ์ใบลาออกและกำหนดวันที่ | ถ้อยคำและวันที่เป็นของนายจ้าง ไม่ใช่ความคิดริเริ่มของลูกจ้าง |
| ให้เซ็นทันทีในที่ประชุม ไม่ให้เวลาคิดหรือขอคำปรึกษา | ลดความเป็นอิสระของการตัดสินใจ |
| ลูกจ้างไม่เคยแสดงความประสงค์จะลาออกมาก่อน | ไม่มีเหตุผลอื่นที่อธิบายการลาออก |
| นายจ้างหาคนใหม่มาแทนตำแหน่งทันที | แสดงว่านายจ้างวางแผนไว้ก่อน |
| ลูกจ้างคัดค้านหรือขอกลับเข้าทำงานในเวลาอันสั้น | ไม่สอดคล้องกับการลาออกด้วยความสมัครใจ |
ข้อควรระวัง นายจ้างอาจโต้ว่าลูกจ้างขอลาออกเองเพื่อไปทำงานใหม่ หรือเลือกลาออกเพื่อรักษาประวัติ ซึ่งเป็นสิทธิของลูกจ้างที่จะเลือกเช่นกัน ศาลจึงดูภาพรวมของพยานหลักฐาน
3. ถูกกดดัน ถือเป็นข่มขู่ที่ทำให้ใบลาออกเป็นโมฆียะหรือไม่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 กำหนดว่าการแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่เป็นโมฆียะ ถ้าการข่มขู่นั้นร้ายแรงและใกล้จะถึง จนทำให้ผู้ถูกข่มขู่มีมูลต้องกลัว และถ้าไม่มีการข่มขู่ก็คงไม่ทำนิติกรรมนั้น มาตรา 165 กำหนดว่า การขู่ว่าจะใช้สิทธิตามปกตินิยมไม่ใช่การข่มขู่ และการกระทำเพราะความนับถือยำเกรงไม่ถือว่าถูกข่มขู่ มาตรา 166 ให้การข่มขู่เป็นเหตุแม้ผู้ข่มขู่เป็นบุคคลภายนอก
ในงานแรงงาน เส้นแบ่งอยู่ตรงนี้
- มักไม่ถึงขั้นข่มขู่ การบอกว่า "ถ้าคุณมีความผิดจริง เราจะลงโทษทางวินัยตามระเบียบ" เพราะนายจ้างมีสิทธิทำเช่นนั้นตามปกติ
- อาจเข้าข่าย การขู่ว่าจะแจ้งความหรือฟ้องคดีอาญาโดยไม่มีมูล การขู่ทำร้ายหรือประจาน การกักตัวไม่ให้ออกจากห้อง หรือการยึดเอกสารสำคัญไว้จนกว่าจะเซ็น
เวลา มาตรา 181 กำหนดว่า บอกล้างโมฆียะกรรมไม่ได้เมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้ หรือพ้นสิบปีนับแต่ทำนิติกรรม ถ้าตั้งใจจะอ้างข้อนี้ อย่ารอให้ถึงปลายปี เพราะหลักฐานเลือนเร็ว และการนิ่งเฉยทำให้นายจ้างอ้างได้ว่าลูกจ้างยอมรับ
กรณีหลอกลวง เช่น นายจ้างบอกข้อเท็จจริงเท็จว่าถ้าลาออกจะได้เงินก้อนแต่ไม่ได้ เป็นประเด็นแยกตามมาตรา 159 ที่ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
ในตัวอย่างของเรา "ไม่เซ็นพรุ่งนี้จะออกหนังสือเลิกจ้างเพราะทำผิดวินัย" เป็นคำพูดที่อาจถูกมองว่าเป็นการใช้สิทธิตามปกติ ถ้านายจ้างมีเหตุทางวินัยจริง แต่ถ้าไม่มีเหตุจริงและพูดเพียงเพื่อบีบ ข้อเท็จจริงนี้เองเป็นหลักฐานของการเลิกจ้างที่นายจ้างอาจแก้ตัวยาก
4. ลาออกแล้วเปลี่ยนใจ ถอนได้ไหม
หลักทั่วไป ใบลาออกที่ไปถึงนายจ้างแล้วลูกจ้างไม่อาจถอนฝ่ายเดียว ต้องให้นายจ้างยินยอม หากนายจ้างยอมให้ถอนก็ควรมีหนังสือยืนยัน ถ้านายจ้างไม่ยอม การโต้แย้งต้องอาศัยเหตุอื่น เช่น เป็นเลิกจ้างอำพราง หรือการแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่ ไม่ใช่เหตุผลว่าเปลี่ยนใจ ดังนั้นข้อความแรกหลังเซ็นจึงสำคัญ (ดูหัวข้อ 6) เพราะแสดงว่าลูกจ้างไม่ได้ยอมรับ
5. หลักฐานที่ช่วยแยก "ลาออกเอง" กับ "ข้อพิพาท"
เริ่มจากเขียนไทม์ไลน์ขณะความจำยังชัด ตารางตัวอย่างตามเรื่องของคุณภูริ
| เมื่อไร | ใครพูดหรือทำอะไร | หลักฐานที่มี | ใครรู้เห็น |
|---|---|---|---|
| วันพุธ | หัวหน้าบอกปากเปล่าว่า "ฝ่ายบุคคลจะคุยด้วย" | ไม่มี | ไม่มี |
| วันพฤหัสบดี | คุณวรรณาส่ง LINE นัดประชุมบ่ายวันศุกร์ ไม่บอกหัวข้อ | ภาพหน้าจอ LINE | ไม่มี |
| วันศุกร์ 14.00 | ยื่นใบลาออกที่พิมพ์แล้ว พูดว่า "ไม่เซ็นพรุ่งนี้ออกหนังสือเลิกจ้าง" | ใบลาออก | ผู้จัดการ เพื่อนที่นั่งหน้าห้อง |
| วันศุกร์ 14.20 | คุณภูริเซ็น ถูกขอให้ส่งคืนบัตรพนักงานทันที | ไม่มี | เพื่อนร่วมงาน |
| วันศุกร์ 19.00 | ส่งข้อความคัดค้านถึงฝ่ายบุคคล | ภาพข้อความพร้อมเวลา | ไม่มี |
| วันจันทร์ | ประกาศรับสมัครตำแหน่งเดียวกัน | ภาพหน้าจอประกาศ | ไม่มี |
สิ่งที่ควรเก็บ
- ข้อความแชต LINE อีเมล และข้อความที่ส่งถึงฝ่ายบุคคลหรือหัวหน้า โดยเฉพาะข้อความที่เขียนว่า "เลือกเอา ลาออกหรือโดนไล่ออก" เก็บทั้งบทสนทนา ไม่ใช่เฉพาะประโยคเดียว ให้เห็นวันที่ เวลา และชื่อผู้ส่ง สำรองไว้ในที่ที่ไม่ใช่โทรศัพท์เครื่องเดียว
- คำเชิญประชุม อีเมลหรือข้อความนัดหมาย หัวข้อ ผู้เข้าร่วม และเวลา
- ตัวใบลาออก ใครพิมพ์ ไฟล์ต้นฉบับอยู่ที่ใคร วันที่ในเอกสารตรงกับวันที่เซ็นหรือไม่ ถ้อยคำเป็นของลูกจ้างหรือเป็นแบบฟอร์มสำเร็จรูป มีคำว่า "ไม่มีข้อเรียกร้องใด ๆ" หรือไม่ ถ่ายรูปไว้ก่อนส่งคืน
- พยาน คนที่เห็นหรือได้ยินเหตุการณ์ และคนที่ลูกจ้างเล่าให้ฟังทันทีหลังเหตุการณ์ จดชื่อ ตำแหน่ง และสิ่งที่เขาเห็น อย่ากดดันพยาน และเข้าใจว่าพยานที่ยังทำงานอยู่อาจลังเล
- เอกสารงาน สัญญาจ้าง ข้อบังคับการทำงาน ประวัติการเตือน ผลประเมิน สลิปเงินเดือน เพื่อดูว่าก่อนหน้านี้มีเหตุวินัยจริงหรือไม่ ถ้าเกี่ยวกับการประเมินผลงาน ดู แผนปรับปรุงผลงาน PIP
- เหตุการณ์หลังเซ็น ตำแหน่งที่ถูกประกาศรับคนใหม่ การปิดสิทธิเข้าระบบ การสั่งให้ส่งของคืน และการจ่ายเงินสุดท้าย
เก็บเฉพาะข้อมูลที่ท่านเข้าถึงได้โดยชอบ อย่าเข้าบัญชี อีเมล หรือโทรศัพท์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะอาจผิด พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ PDPA การบันทึกเสียงสนทนาที่ท่านเป็นคู่สนทนาเองเป็นเรื่องที่ศาลอาจพิจารณาน้ำหนัก ควรปรึกษาทนายก่อนใช้ อย่าเผยแพร่คลิปหรือโพสต์ประจานนายจ้าง
6. หลังเซ็นแล้ว ควรทำอะไรทันที
- ส่งข้อความคัดค้านสั้น ๆ เป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันเดียวกัน หรืออย่างช้าภายในไม่กี่วัน ส่งทาง LINE หรืออีเมลที่นายจ้างใช้ติดต่อกับท่านอยู่แล้ว ตัวอย่างข้อความ
เรียน คุณวรรณา ฝ่ายบุคคล
ตามที่เมื่อวันที่ ... เวลาประมาณ ... น. ที่ห้องประชุม ท่านแจ้งว่าหากข้าพเจ้าไม่เซ็นใบลาออก
จะถูกออกหนังสือเลิกจ้างในวันรุ่งขึ้น และยื่นใบลาออกที่จัดพิมพ์ไว้ให้ข้าพเจ้าเซ็นทันที
ข้าพเจ้าจึงเซ็นไปเพราะถูกกดดัน มิได้ลาออกด้วยความสมัครใจ
ข้าพเจ้าไม่ยอมรับว่านี่เป็นการลาออก และถือว่าบริษัทเป็นฝ่ายให้ข้าพเจ้าออกจากงาน
ขอให้บริษัทส่งสำเนาใบลาออกที่ข้าพเจ้าเซ็น พร้อมเหตุผลของบริษัทเป็นหนังสือ
และยังไม่ถือว่าข้าพเจ้าสละสิทธิใด ๆ
ภูริ (ชื่อนามสกุลจริง) วันที่ ...
- เก็บสำเนาทุกอย่าง ถ่ายรูปใบลาออก บัตร ระเบียบ และเอกสารที่นายจ้างให้ ส่งสำเนาไปที่อีเมลส่วนตัว
- อย่าเซ็นเอกสารเพิ่ม โดยเฉพาะใบรับเงินครบถ้วน ข้อตกลงสละสิทธิ หรือใบรับของ อ่านและขอเวลาตรวจก่อน เอกสารเหล่านี้อาจกระทบสิทธิที่เหลือ ดู ข้อตกลงยุติข้อพิพาทแรงงานก่อนเซ็น
- ขอเอกสารที่ท่านมีสิทธิได้ หนังสือรับรองการทำงาน สลิปเงินเดือนล่าสุด และหนังสือยืนยันวันที่สิ้นสุด
- ตัดสินใจช่องทางเรียกร้อง ร้องพนักงานตรวจแรงงานหรือฟ้องศาลแรงงานมีข้อจำกัดต่างกัน และมีกำหนดเวลาที่ต้องระวัง อ่าน ร้องกรมแรงงานหรือฟ้องศาลแรงงาน และ ขึ้นศาลแรงงานครั้งแรก แล้วปรึกษาทนายก่อนยื่น
7. ถ้าเป็นการเลิกจ้างอำพราง เรียกร้องอะไรได้บ้าง
ถ้าศาลเห็นว่านายจ้างเป็นฝ่ายเลิกจ้าง ผลอาจประกอบด้วย
| รายการ | ฐานกฎหมาย | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ค่าชดเชย | มาตรา 118 | ตามอายุงาน เริ่มที่อายุงานครบ 120 วัน ได้ 30 วัน ครบ 1 ปี 90 วัน ครบ 3 ปี 180 วัน ครบ 6 ปี 240 วัน ครบ 10 ปี 300 วัน ครบ 20 ปี 400 วัน ยกเว้นกรณีตามมาตรา 119 |
| สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า | มาตรา 17 และ 17/1 | ปกติเท่ากับค่าจ้างหนึ่งรอบการจ่าย ขึ้นกับสัญญาและรอบจ่าย |
| ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม | พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49 | ศาลพิจารณาอายุงาน ความเดือดร้อน สาเหตุเลิกจ้าง และสถานะการเงินของนายจ้าง |
| ค่าจ้างและเงินอื่นที่ค้าง | ตามสัญญาและกฎหมาย | เช่น เงินเดือนงวดสุดท้าย วันหยุดพักผ่อนที่ยังไม่ได้ใช้ ถ้ามีสิทธิ |
ในตัวอย่าง คุณภูริอายุงานสี่ปี เงินเดือน 18,000 บาท ค่าจ้างวันละ 600 บาท ค่าชดเชยตามมาตรา 118 ที่ 180 วันเท่ากับ 108,000 บาท ถ้านายจ้างพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุตามมาตรา 119 เช่น ทำผิดซ้ำคำเตือนเป็นหนังสือ ค่าชดเชยอาจไม่ได้ เงินจริงขึ้นกับพยานหลักฐานและการวินิจฉัยของศาล ตัวเลขนี้ไม่ใช่การรับรองผลคดี
ประกันสังคมกรณีว่างงาน สำนักงานประกันสังคมแยกสิทธิของผู้ที่ลาออกกับผู้ที่ถูกเลิกจ้างในอัตราและระยะเวลาที่จ่าย และผู้ว่างงานต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานภายในกำหนดเวลา เราไม่ได้ยืนยันตัวเลขล่าสุดจากหน้าเว็บของสำนักงานประกันสังคมในการเขียนคู่มือนี้ จึงไม่ขอระบุอัตรา ให้ตรวจที่ สำนักงานประกันสังคม หรือสายด่วน 1506 ข้อควรรู้คือ เหตุที่ระบุในแบบรายงานการสิ้นสุดการจ้างที่นายจ้างส่งอาจกระทบการพิจารณา ถ้าท่านเห็นว่าไม่ตรงความจริง ให้แจ้งคัดค้านเป็นหนังสือและเก็บสำเนา
8. สำหรับ HR: คุยเรื่องการออกจากงานอย่างไรไม่ให้กลายเป็นข้อพิพาท
ถ้านายจ้างต้องการให้พนักงานออกจริง การบีบให้เซ็นใบลาออกเสี่ยงกว่าที่คิด เพราะอาจถูกมองเป็นเลิกจ้างที่ไม่มีเหตุผลรองรับ และต้องจ่ายทั้งค่าชดเชยและค่าเสียหาย แนวทางที่ปลอดภัยกว่า
- ตัดสินใจก่อนว่าเป็นอะไร ถ้าบริษัทเป็นฝ่ายให้ออก ให้ทำเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุผลและจ่ายสิทธิตามกฎหมาย ถ้าพนักงานอยากลาออกเอง ให้พนักงานเป็นผู้เริ่มและเขียนเอง
- อย่าให้เลือกแบบมีเวลาบีบ ให้เวลาอย่างน้อยหนึ่งถึงสองวันทำการ แจ้งว่าสามารถขอคำปรึกษาได้ ไม่เรียกให้เซ็นทันทีในที่ประชุม
- ให้พนักงานเขียนเอง หรืออย่างน้อยให้ระบุวันที่และถ้อยคำเองได้ ไม่ใช้แบบฟอร์มที่นายจ้างพิมพ์พร้อมข้อความสละสิทธิ
- ห้ามขู่เกินสิทธิ เช่น ขู่แจ้งความโดยไม่มีมูล ถ้ามีเหตุวินัยจริงให้ใช้ขั้นตอนตามข้อบังคับการทำงาน ดู ข้อบังคับและการสอบสวนทางวินัย
- ถ้าตกลงออกร่วมกัน ทำเป็นข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรที่ระบุเงินที่จ่ายและให้พนักงานมีเวลาอ่าน ดู ข้อตกลงยุติข้อพิพาทแรงงาน
- บันทึกการคุย จดสรุปการประชุม ผู้เข้าร่วม และเหตุผล โดยบันทึกตามความจริง
ดูบริการเอกสารและข้อบังคับด้านทรัพยากรบุคคล
9. เช็กลิสต์
ทันทีหลังเซ็น
- เขียนไทม์ไลน์ตามตารางในหัวข้อ 5 ขณะที่ความจำยังชัด
- ส่งข้อความคัดค้านสั้น ๆ ถึงนายจ้าง และเก็บภาพหลักฐานการส่ง
- ถ่ายรูปหรือขอสำเนาใบลาออกที่เซ็น
- ไม่เซ็นเอกสารเพิ่มก่อนได้อ่านและปรึกษา
หลักฐาน
- สำรองแชต LINE อีเมล และคำเชิญประชุมทั้งบทสนทนา
- จดชื่อและช่องทางติดต่อพยาน
- เก็บสัญญาจ้าง ข้อบังคับ ประวัติการเตือน สลิปเงินเดือน
- จดข้อเท็จจริงหลังเซ็น เช่น ประกาศรับคนแทน
ช่องทางและเวลา
- เลือกช่องทางระหว่างพนักงานตรวจแรงงานกับศาลแรงงาน
- นับกำหนดเวลาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเวลาบอกล้างตามมาตรา 181 ถ้าจะอ้างข่มขู่
- ตรวจสิทธิประกันสังคมกรณีว่างงานและขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานตามกำหนด
อ่านเพิ่มเติม
- ถูกเลิกจ้าง ทำอย่างไร — ภาพรวมสิทธิลูกจ้างและกำหนดเวลา
- ค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง — วิธีคิดค่าชดเชยและเงินที่เกี่ยวข้อง
- ขึ้นศาลแรงงานครั้งแรก — ขั้นตอนไกล่เกลี่ยและสืบพยาน
- ร้องกรมแรงงานหรือฟ้องศาลแรงงาน — เลือกช่องทางเรียกร้อง
- ข้อตกลงยุติข้อพิพาทแรงงานก่อนเซ็น — ก่อนเซ็นใบรับเงินหรือสละสิทธิ
- แผนปรับปรุงผลงาน PIP — เมื่อการให้ออกเริ่มจากเรื่องผลงาน
ใบลาออกที่เซ็นแล้วไม่ได้ตัดสิทธิทุกอย่างโดยอัตโนมัติ แต่ผลขึ้นกับว่าท่านพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นและทำอะไรหลังเซ็น
เราช่วยตรวจใบลาออกและหลักฐาน จัดไทม์ไลน์ ร่างหนังสือคัดค้าน และวางแผนเลือกช่องทางระหว่างพนักงานตรวจแรงงานกับศาลแรงงาน สำหรับนายจ้าง เราช่วยออกแบบขั้นตอนการยุติการจ้างที่ไม่สร้างข้อพิพาท ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ คดีและที่ปรึกษากฎหมายแรงงาน และ เอกสารและข้อบังคับด้านทรัพยากรบุคคล
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

