ผู้ประกอบการหลายรายอยากเปลี่ยนวิธีขายสิ่งที่ตนมี ร้านขายอุปกรณ์เครื่องมือสงสัยว่าควรให้เช่ารายวันแทนขายขาด ผู้ผลิตเครื่องจักรอยากให้ลูกค้าจ่ายตามจำนวนชิ้นที่ผลิตแทนจ่ายเต็มจำนวนทีเดียว ผู้ขายรถหรืออุปกรณ์อยากปล่อยผ่อน ส่วนผู้ประกอบการรายเล็กกลัวว่าถ้าให้เช่าแล้วเครื่องเสียหาย หรือผ่อนแล้วลูกค้าหนี
สี่แบบนี้คือ ขายขาด ให้เช่า เช่าซื้อ และคิดตามการใช้งาน ต่างกันที่ใครเป็นเจ้าของทรัพย์สินในแต่ละช่วงเวลา ใครรับความเสี่ยง และเงินเข้ามาเมื่อไร สัญญาและภาษีก็ต่างกันตามไปด้วย
คำตอบหลัก
ถ้าอยากให้ลูกค้าเริ่มใช้ง่ายและมีรายได้ต่อเนื่อง การให้เช่าหรือคิดตามการใช้งานตอบโจทย์ แต่ผู้ให้บริการต้องลงทุนถือทรัพย์สินเอง ดูแลรักษา และรับความเสี่ยงของทรัพย์สิน ส่วนการขายขาดได้เงินเร็วและโอนความเสี่ยงออกไป แต่ผู้ขายต้องรับผิดตามกฎหมายเมื่อสินค้าชำรุดบกพร่อง ส่วนเช่าซื้อเป็นสัญญาแบบพิเศษที่กฎหมายกำหนดเรื่องแบบและผลของการผิดนัด จึงต้องเขียนสัญญาให้ถูกต้องก่อนส่งมอบ
หลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453 ว่าด้วยสัญญาซื้อขายซึ่งกรรมสิทธิ์โอนไปเป็นของผู้ซื้อ มาตรา 537 ว่าด้วยสัญญาเช่าทรัพย์สินที่ผู้ให้เช่าให้ผู้เช่าใช้หรือเก็บกินทรัพย์สินชั่วระยะเวลาหนึ่ง โดยผู้เช่าให้ค่าเช่า มาตรา 538 ว่าด้วยการเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปีซึ่งต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน มิฉะนั้นฟ้องบังคับได้เพียงสามปี มาตรา 572 ว่าด้วยเช่าซื้อซึ่งต้องทำเป็นหนังสือ ไม่เช่นนั้นเป็นโมฆะ และมาตรา 573 กับ 574 ว่าด้วยการเลิกสัญญาเช่าซื้อโดยผู้เช่าซื้อและผลของการผิดนัด
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ให้เลือกโมเดลจากคำถามสามข้อ คือ ใครควรถือทรัพย์สินและเงินทุน ใครเก่งกว่าในการดูแลรักษา และลูกค้าอยากจ่ายแบบไหน ไม่ควรเลือกเพราะเห็นคู่แข่งทำ จากนั้นเขียนสัญญาให้เหมาะกับโมเดลนั้น ไม่ใช้แบบสัญญาซื้อขายกับงานให้เช่า เพราะผลทางกฎหมายต่างกันมาก
1. สี่โมเดลต่างกันอย่างไรในสาระสำคัญ
| ประเด็น | ขายขาด | ให้เช่า | เช่าซื้อ | คิดตามการใช้งาน |
|---|---|---|---|---|
| กรรมสิทธิ์ | โอนให้ผู้ซื้อ | คงเป็นของผู้ให้เช่า | คงเป็นของเจ้าของจนกว่าผู้เช่าซื้อชำระครบและตกลงโอน | คงเป็นของผู้ให้บริการ |
| ผู้ใช้ | ผู้ซื้อ | ผู้เช่า | ผู้เช่าซื้อ | ลูกค้าใช้ ผู้ให้บริการถือเครื่อง |
| เงินที่ได้ | ได้ทีเดียวหรือผ่อนตามที่ตกลง | ค่าเช่าเป็นงวด | ค่าเช่าซื้อเป็นงวด | ตามปริมาณหรือเวลาใช้ |
| ความเสี่ยงทรัพย์สิน | ตกแก่ผู้ซื้อหลังโอน | ผู้ให้เช่ารับความเสื่อมปกติ ผู้เช่ารับความเสียหายจากการใช้ผิด | ผู้เช่าซื้อรับความเสี่ยงสูงตามสัญญา | ผู้ให้บริการรับความเสี่ยงส่วนใหญ่ |
| การซ่อมบำรุง | ผู้ซื้อ ยกเว้นรับประกัน | ผู้ให้เช่าซ่อมความชำรุดที่ไม่ใช่จากผู้เช่า | ผู้เช่าซื้อตามสัญญา | ผู้ให้บริการเป็นหลัก |
| รูปแบบสัญญาที่กฎหมายบังคับ | ไม่บังคับเว้นบางประเภททรัพย์ | ไม่บังคับ เว้นอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี | ต้องทำเป็นหนังสือ | ไม่มีบทเฉพาะ ทำตามที่ตกลง |
ตารางนี้เป็นภาพรวมเท่านั้น รายละเอียดจริงขึ้นกับข้อสัญญาและประเภททรัพย์
2. ขายขาด: ได้เงินเร็ว แต่ยังมีความรับผิดหลังขาย
การขายขาดโอนกรรมสิทธิ์เมื่อผู้ซื้อได้ตกลงซื้อ (มาตรา 453) ผู้ขายได้เงิน ไม่ต้องถือทรัพย์สิน แต่ยังต้องรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องและอาจรับผิดต่อความเสียหายจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ดูรายละเอียดในขายสินค้าอย่างเดียวหรือขายพร้อมบริการหลังการขาย
เมื่อขายผ่อนโดยโอนกรรมสิทธิ์ทันที ผู้ขายกลายเป็นเจ้าหนี้ธรรมดา หากลูกค้าไม่ชำระ ผู้ขายยึดสินค้าคืนเองไม่ได้ จึงต้องพึ่งการฟ้องร้อง ถ้าต้องการให้กรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ขายจนชำระครบ แปลว่าต้องใช้สัญญาแบบอื่น เช่น เช่าซื้อ หรือสัญญาขายที่ระบุว่าผู้ขายสงวนกรรมสิทธิ์ตามที่กฎหมายอนุญาต ซึ่งควรให้ทนายความตรวจก่อนใช้
3. ให้เช่า: ผู้ให้เช่าถือทรัพย์สิน ผู้เช่าได้ใช้
สัญญาเช่าตามมาตรา 537 คือการให้ใช้ทรัพย์สินชั่วระยะเวลาหนึ่งโดยผู้เช่าให้ค่าเช่า ผู้ให้เช่าได้รายได้ซ้ำ ๆ และได้ทรัพย์สินคืน แต่ต้องรับความเสี่ยงของทรัพย์สิน
สิ่งที่สัญญาเช่าควรระบุ
- รายละเอียดทรัพย์สิน รุ่น หมายเลขเครื่อง สภาพ ณ วันส่งมอบ พร้อมรูปหรือใบตรวจรับ
- ระยะเวลาเช่า วันเริ่ม วันสิ้นสุด การต่อสัญญา และสิทธิบอกเลิกก่อนกำหนด
- ค่าเช่าและการชำระ วันที่ชำระ ผลของการจ่ายล่าช้า เงินประกัน และเงื่อนไขการคืนเงินประกัน
- การใช้ทรัพย์สิน ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด สถานที่ตั้ง ห้ามให้ผู้อื่นใช้ต่อหรือเช่าช่วง ห้ามดัดแปลง
- การดูแลรักษา ใครทำความสะอาด ตรวจเช็กตามรอบ ใครจ่ายค่าอะไหล่สิ้นเปลือง ใครซ่อมความเสียหายจากการใช้ผิด
- ความเสียหายและสูญหาย ความรับผิดเมื่อทรัพย์สินสูญหาย เสียหาย หรือถูกขโมย ประกันภัยต้องทำโดยใคร ผู้รับประโยชน์คือใคร
- การคืนทรัพย์สิน วิธีตรวจรับ เกณฑ์ความเสื่อมตามปกติ และค่าปรับเมื่อคืนล่าช้า
- การติดตามทรัพย์สิน สิทธิเข้าตรวจหรือเรียกคืนเมื่อผู้เช่าผิดสัญญา
การเช่าเกินสามปี ตามมาตรา 538 การเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปีต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นฟ้องร้องบังคับได้เพียงสามปี หากธุรกิจให้เช่าพื้นที่หรือสถานที่ เช่น โรงงานหรืออาคาร ต้องใส่ใจข้อนี้ ดูการเช่าโรงงานสำเร็จรูป และเช่าบ้าน เช่าหอ เช่าร้าน สิทธิผู้เช่าและผู้ให้เช่า ส่วนสังหาริมทรัพย์ เช่น เครื่องมือ อุปกรณ์ ไม่มีบทกำหนดการจดทะเบียนนี้ แต่ควรทำเป็นหนังสือ
4. เช่าซื้อ: ผ่อนส่งแล้วจึงเป็นเจ้าของ
เช่าซื้อตามมาตรา 572 คือเจ้าของให้เช่าทรัพย์สิน และให้คำมั่นว่าจะขายหรือให้ทรัพย์สินตกเป็นของผู้เช่าเมื่อผู้เช่าชำระเงินครบตามเงื่อนไข ผู้ให้เช่าซื้อจึงสงวนกรรมสิทธิ์ไว้จนกว่าชำระครบ
ข้อกำหนดสำคัญ
- ต้องทำเป็นหนังสือ มาตรา 572 วรรคสอง ระบุว่าสัญญาเช่าซื้อถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ เป็นโมฆะ และแนวคำพิพากษาศาลฎีกาถือว่าคู่สัญญาต้องลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย การส่งมอบทรัพย์สินก่อนมีสัญญาที่ลงนามเป็นความเสี่ยง
- ผู้เช่าซื้อเลิกสัญญาได้ มาตรา 573 ให้ผู้เช่าซื้อบอกเลิกได้ด้วยการส่งทรัพย์สินคืน ข้อสัญญาที่ปิดสิทธินี้เสมอควรตรวจก่อนใช้
- ผู้ให้เช่าซื้อเลิกเมื่อผู้เช่าผิดนัด มาตรา 574 วางหลักเรื่องการเลิกสัญญาเมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระ และการริบเงินที่ชำระแล้ว ซึ่งมีรายละเอียดของเงื่อนไข ควรอ่านจากตัวบทและตรวจแนวคำพิพากษา
- เบี้ยปรับและการริบเงิน ข้อสัญญาที่ริบเงินที่ชำระไปแล้วอาจถูกศาลลดตามหลักเบี้ยปรับได้ ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้อำนาจ
ผู้บริโภคและรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ การให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์แก่ผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ถูกควบคุมสัญญาตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งมีประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญากำหนดเรื่องข้อสัญญาและเอกสาร ผู้ประกอบการควรตรวจประกาศฉบับล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคก่อนใช้แบบสัญญา เพราะข้อที่ขัดกับประกาศอาจไม่เป็นผล และในทางปฏิบัติอาจเกิดความรับผิดทางปกครอง ผู้เช่าซื้อที่ผ่อนไม่ไหวมีสิทธิหลายประการ ดูผ่อนรถหรือบ้านไม่ไหว โดนยึดทำอย่างไร
ธุรกิจที่เช่าซื้อทรัพย์สินประเภทอื่น เช่น เครื่องจักรให้ผู้ประกอบการ ไม่เข้าข่ายประกาศสัญญาผู้บริโภค แต่ยังต้องทำตามมาตรา 572 และลูกค้าธุรกิจก็ยังอ้างเรื่องข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมได้ หากสัญญาเป็นแบบสำเร็จรูป
5. คิดตามการใช้งาน: ขายผลลัพธ์ ไม่ขายเครื่อง
โมเดลที่ลูกค้าจ่ายตามปริมาณการใช้ เช่น ตามจำนวนแผ่นที่พิมพ์ จำนวนชั่วโมงเครื่อง หรือจำนวนครั้ง มักมีลักษณะผู้ให้บริการติดตั้งเครื่องไว้ที่ลูกค้า ถือกรรมสิทธิ์ ดูแลซ่อม แล้วเก็บเงินตามการใช้ ไม่มีบทกฎหมายเฉพาะ ผลทางกฎหมายจึงมาจากสัญญา ซึ่งอาจมีส่วนผสมของเช่า บริการ และการขายวัสดุสิ้นเปลือง
จุดที่ต้องเขียนให้ชัดกว่าโมเดลอื่น
- วิธีวัดการใช้ ใครวัด ด้วยเครื่องมืออะไร ลูกค้าตรวจสอบได้หรือไม่ และเมื่อเครื่องวัดเสียจะคิดอย่างไร
- ค่าขั้นต่ำ มีหรือไม่ เป็นการคุ้มครองต้นทุนของผู้ให้บริการที่ลงทุนไว้
- ระยะเวลาผูกพัน ผู้ให้บริการลงทุนเครื่อง จึงมักต้องมีระยะเวลาขั้นต่ำ และผลเมื่อเลิกก่อนกำหนด
- กรรมสิทธิ์และการเข้าถึง ผู้ให้บริการสามารถเข้าไปบำรุงรักษาหรือรับเครื่องคืนได้เมื่อใด
- ความเสี่ยงของเครื่อง ความเสียหายจากเพลิงไหม้ น้ำท่วม การขโมย ใครทำประกัน
- ข้อมูลที่เครื่องเก็บ ถ้าเครื่องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลธุรกิจของลูกค้า ผู้ให้บริการอาจเป็นผู้ประมวลผลหรือผู้ควบคุมข้อมูลตาม PDPA ดูเช็กลิสต์ PDPA สำหรับธุรกิจ
- ระดับบริการ เวลาตอบสนองและเวลาแก้ไข ดูMSA และ SLA
ข้อควรระวัง การเขียนสัญญาแบบนี้ให้เป็นสัญญาบริการล้วน ๆ ไม่ได้ทำให้พ้นจากหลักของสัญญาเช่า ถ้าความจริงลูกค้าครอบครองและใช้ทรัพย์สินเอง ศาลดูเนื้อหาของสัญญา ไม่ใช่ชื่อ
6. ใครรับความเสี่ยงของทรัพย์สิน และใครซ่อม
ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือไม่ได้ตกลงเรื่องความเสี่ยง ผู้ประกอบการจึงควรสร้างตารางเหตุการณ์และผู้รับภาระ
| เหตุการณ์ | ผู้ให้เช่า/ให้บริการ | ผู้เช่า/ลูกค้า |
|---|---|---|
| เสื่อมสภาพจากการใช้ปกติ | ซ่อมหรือเปลี่ยน | ไม่ต้องรับผิด |
| ความเสียหายจากการใช้ผิดวิธี | ซ่อมแล้วเรียกเก็บ | รับผิดชอบค่าซ่อม |
| ทรัพย์สินสูญหายหรือถูกขโมย | ตามประกันและสัญญา | รับผิดตามข้อสัญญา ถ้ามี |
| เครื่องขัดข้องจากความชำรุดเดิม | รับผิดชอบ | แจ้งทันที |
| ภัยธรรมชาติ | ตามประกันและสัญญา | ตามสัญญา |
ในกรณีเหตุสุดวิสัย ควรเขียนข้อตกลงล่วงหน้าว่าค่าเช่าหรือค่าบริการจะเป็นอย่างไรเมื่อทรัพย์สินใช้ไม่ได้ ไม่ควรพึ่งการตีความภายหลัง และควรให้ทั้งสองฝ่ายตรวจสภาพทรัพย์สินพร้อมบันทึกภาพทุกครั้งที่ส่งและรับคืน
7. ภาษีและบัญชี: ส่วนที่ต้องถามนักบัญชีก่อนเปลี่ยนโมเดล
เมื่อเปลี่ยนจากขายขาดเป็นให้เช่า รายได้ที่เคยเข้าครั้งเดียวกระจายเป็นงวด แต่ต้นทุนทรัพย์สินจ่ายล่วงหน้า กระแสเงินสดจะตึงช่วงแรก จึงต้องวางแผนทุนหมุนเวียนก่อน ดูกำไรแต่เงินไม่พอ
ประเด็นที่ควรถามนักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญภาษีของกิจการ
- ภาษีมูลค่าเพิ่มของการให้เช่าและค่าบริการ ซึ่งมีจังหวะความรับผิดต่างจากการขายสินค้า และอาจต่างกันตามประเภททรัพย์สิน ควรตรวจกับกรมสรรพากร
- การหักค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินที่ให้เช่า
- ภาษีหัก ณ ที่จ่ายของค่าเช่า ซึ่งผู้เช่าที่เป็นนิติบุคคลอาจต้องหักเมื่อจ่ายค่าเช่าตามที่กฎหมายกำหนด
- การรับรู้รายได้ของเช่าซื้อซึ่งมีโครงสร้างต่างจากค่าเช่าทั่วไป
- ภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนสัญญาเช่า หากเป็นอสังหาริมทรัพย์
คู่มือนี้ไม่ได้กล่าวถึงอัตราภาษี เพราะอัตราและเงื่อนไขเปลี่ยนได้ ควรตรวจกับกรมสรรพากรหรือนักบัญชีก่อน
8. ผลต่อวัตถุประสงค์ของบริษัท ใบอนุญาต และสต็อก
- วัตถุประสงค์ของบริษัท บริษัทที่เปลี่ยนไปให้เช่าควรตรวจว่าวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้รวมถึงการให้เช่าหรือไม่ หากไม่ มีขั้นตอนแก้ไขตามที่กฎหมายกำหนด ดูหลังการจดทะเบียน: การเปลี่ยนแปลงกรรมการ ทุน ที่อยู่ หรือวัตถุประสงค์
- ใบอนุญาตและมาตรฐานสินค้า สินค้าบางชนิดมีเงื่อนไขการขายหรือการนำไปให้ผู้อื่นใช้ ควรตรวจกฎเฉพาะของสินค้านั้น
- สต็อกกับทรัพย์สิน เครื่องที่เคยเป็นสินค้าคงคลังเมื่อนำไปให้เช่าจะกลายเป็นทรัพย์สินถาวร ผลทางบัญชีและภาษีควรให้นักบัญชีกำหนด
- ผู้ถือหุ้นต่างชาติ การให้เช่าบางประเภทอาจเข้าข่ายธุรกิจที่มีข้อจำกัดสำหรับบริษัทที่ต่างชาติถือหุ้นข้างมาก ควรตรวจกับที่ปรึกษา
9. ทางเลือกผสมและการเปลี่ยนโมเดลระหว่างทาง
หลายธุรกิจใช้หลายโมเดลคู่กัน เช่น ขายเครื่องแล้วให้เช่าอุปกรณ์เสริม หรือให้เช่าก่อนแล้วให้สิทธิซื้อเมื่อครบกำหนด ข้อควรระวัง
- ให้เช่าพร้อมสิทธิซื้อ อาจเข้าลักษณะเช่าซื้อ และต้องทำตามมาตรา 572 หากข้อสัญญาทำให้ผู้เช่ากลายเป็นเจ้าของเมื่อชำระครบ
- เปลี่ยนจากเช่าเป็นซื้อ กำหนดวิธีคิดมูลค่าซื้อ และผลต่อค่าเช่าที่จ่ายไปแล้ว
- เปลี่ยนจากขายเป็นเช่าให้ลูกค้าเดิม ต้องไม่กระทบสัญญาขายเดิมและการรับประกันที่ยังไม่หมด
ก่อนเปลี่ยนโมเดลทั้งธุรกิจ ลองกับลูกค้าชุดเล็กก่อน ดูทดลองเปลี่ยนโมเดลธุรกิจแบบนำร่อง
10. เช็กลิสต์ก่อนเลือกโมเดล
- ตอบได้ว่าใครควรถือทรัพย์สินและรับภาระเงินทุน
- ประเมินความสามารถในการบำรุงรักษา อะไหล่ และการติดตามทรัพย์สิน
- เลือกประเภทสัญญาให้ตรงกับความจริง (ขาย เช่า เช่าซื้อ หรือบริการคิดตามการใช้)
- หากเช่าซื้อ ให้ทำสัญญาเป็นหนังสือและลงนามก่อนส่งมอบ
- หากเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี ให้จดทะเบียนตามมาตรา 538
- ระบุผู้รับผิดชอบความเสี่ยง ประกันภัย และการซ่อมบำรุงในสัญญา
- กำหนดวิธีวัดการใช้งานและการโต้แย้งตัวเลข (ถ้าคิดตามการใช้)
- ตรวจประกาศสัญญาผู้บริโภค หากลูกค้าเป็นผู้บริโภคและทรัพย์สินเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์
- ให้นักบัญชีตรวจภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และค่าเสื่อมราคา
- ตรวจวัตถุประสงค์ของบริษัทและใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
- ทดลองกับลูกค้ากลุ่มเล็กก่อน
อ่านเพิ่มเติม
- ขายสินค้าอย่างเดียวหรือขายพร้อมบริการหลังการขาย — ความรับผิดหลังขายและการรับประกัน
- ตั้งราคา SaaS และสัญญาแบบสมาชิก — เมื่อคิดตามการใช้งานเป็นซอฟต์แวร์
- MSA และ SLA สำหรับสัญญาบริการรายเดือน — ระดับการให้บริการและการซ่อมบำรุง
- ผ่อนรถหรือบ้านไม่ไหว โดนยึดทำอย่างไร — มุมมองของผู้เช่าซื้อ
- การเช่าโรงงานสำเร็จรูป — เมื่อทรัพย์สินที่ให้เช่าเป็นอสังหาริมทรัพย์
- โมเดลธุรกิจและผลทางกฎหมาย — ภาพรวมการเลือกโมเดล
เลือกโมเดลจากผู้ที่ควรถือทรัพย์สินและรับความเสี่ยง แล้วเขียนสัญญาให้ตรงกับโมเดลนั้น โดยเฉพาะเช่าซื้อที่ต้องทำเป็นหนังสือ และการเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปีที่ต้องจดทะเบียน
เราช่วยร่างและตรวจสัญญาเช่า สัญญาเช่าซื้อ และสัญญาบริการคิดตามการใช้งานให้เหมาะกับทรัพย์สินและลูกค้าของคุณ ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ สัญญาและเอกสาร และ ที่ปรึกษากฎหมายรายเดือน
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

