ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

ขาด ให้เช่า เช่าซื้อ หรือคิดตามการใช้งาน: เลือกโมเดลรายได้และผลทางกฎหมาย

เทียบการขายขาด ให้เช่า เช่าซื้อ และคิดตามการใช้งาน ว่าความเป็นเจ้าของ ความเสี่ยง การซ่อมบำรุง สัญญา และภาษีต่างกันอย่างไรสำหรับผู้ประกอบการไทย

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ21 ตุลาคม 256912 นาที
ขาด ให้เช่า เช่าซื้อ หรือคิดตามการใช้งาน: เลือกโมเดลรายได้และผลทางกฎหมาย

ผู้ประกอบการหลายรายอยากเปลี่ยนวิธีขายสิ่งที่ตนมี ร้านขายอุปกรณ์เครื่องมือสงสัยว่าควรให้เช่ารายวันแทนขายขาด ผู้ผลิตเครื่องจักรอยากให้ลูกค้าจ่ายตามจำนวนชิ้นที่ผลิตแทนจ่ายเต็มจำนวนทีเดียว ผู้ขายรถหรืออุปกรณ์อยากปล่อยผ่อน ส่วนผู้ประกอบการรายเล็กกลัวว่าถ้าให้เช่าแล้วเครื่องเสียหาย หรือผ่อนแล้วลูกค้าหนี

สี่แบบนี้คือ ขายขาด ให้เช่า เช่าซื้อ และคิดตามการใช้งาน ต่างกันที่ใครเป็นเจ้าของทรัพย์สินในแต่ละช่วงเวลา ใครรับความเสี่ยง และเงินเข้ามาเมื่อไร สัญญาและภาษีก็ต่างกันตามไปด้วย

คำตอบหลัก

ถ้าอยากให้ลูกค้าเริ่มใช้ง่ายและมีรายได้ต่อเนื่อง การให้เช่าหรือคิดตามการใช้งานตอบโจทย์ แต่ผู้ให้บริการต้องลงทุนถือทรัพย์สินเอง ดูแลรักษา และรับความเสี่ยงของทรัพย์สิน ส่วนการขายขาดได้เงินเร็วและโอนความเสี่ยงออกไป แต่ผู้ขายต้องรับผิดตามกฎหมายเมื่อสินค้าชำรุดบกพร่อง ส่วนเช่าซื้อเป็นสัญญาแบบพิเศษที่กฎหมายกำหนดเรื่องแบบและผลของการผิดนัด จึงต้องเขียนสัญญาให้ถูกต้องก่อนส่งมอบ

หลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453 ว่าด้วยสัญญาซื้อขายซึ่งกรรมสิทธิ์โอนไปเป็นของผู้ซื้อ มาตรา 537 ว่าด้วยสัญญาเช่าทรัพย์สินที่ผู้ให้เช่าให้ผู้เช่าใช้หรือเก็บกินทรัพย์สินชั่วระยะเวลาหนึ่ง โดยผู้เช่าให้ค่าเช่า มาตรา 538 ว่าด้วยการเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปีซึ่งต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน มิฉะนั้นฟ้องบังคับได้เพียงสามปี มาตรา 572 ว่าด้วยเช่าซื้อซึ่งต้องทำเป็นหนังสือ ไม่เช่นนั้นเป็นโมฆะ และมาตรา 573 กับ 574 ว่าด้วยการเลิกสัญญาเช่าซื้อโดยผู้เช่าซื้อและผลของการผิดนัด

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ให้เลือกโมเดลจากคำถามสามข้อ คือ ใครควรถือทรัพย์สินและเงินทุน ใครเก่งกว่าในการดูแลรักษา และลูกค้าอยากจ่ายแบบไหน ไม่ควรเลือกเพราะเห็นคู่แข่งทำ จากนั้นเขียนสัญญาให้เหมาะกับโมเดลนั้น ไม่ใช้แบบสัญญาซื้อขายกับงานให้เช่า เพราะผลทางกฎหมายต่างกันมาก

1. สี่โมเดลต่างกันอย่างไรในสาระสำคัญ

ประเด็นขายขาดให้เช่าเช่าซื้อคิดตามการใช้งาน
กรรมสิทธิ์โอนให้ผู้ซื้อคงเป็นของผู้ให้เช่าคงเป็นของเจ้าของจนกว่าผู้เช่าซื้อชำระครบและตกลงโอนคงเป็นของผู้ให้บริการ
ผู้ใช้ผู้ซื้อผู้เช่าผู้เช่าซื้อลูกค้าใช้ ผู้ให้บริการถือเครื่อง
เงินที่ได้ได้ทีเดียวหรือผ่อนตามที่ตกลงค่าเช่าเป็นงวดค่าเช่าซื้อเป็นงวดตามปริมาณหรือเวลาใช้
ความเสี่ยงทรัพย์สินตกแก่ผู้ซื้อหลังโอนผู้ให้เช่ารับความเสื่อมปกติ ผู้เช่ารับความเสียหายจากการใช้ผิดผู้เช่าซื้อรับความเสี่ยงสูงตามสัญญาผู้ให้บริการรับความเสี่ยงส่วนใหญ่
การซ่อมบำรุงผู้ซื้อ ยกเว้นรับประกันผู้ให้เช่าซ่อมความชำรุดที่ไม่ใช่จากผู้เช่าผู้เช่าซื้อตามสัญญาผู้ให้บริการเป็นหลัก
รูปแบบสัญญาที่กฎหมายบังคับไม่บังคับเว้นบางประเภททรัพย์ไม่บังคับ เว้นอสังหาริมทรัพย์เกินสามปีต้องทำเป็นหนังสือไม่มีบทเฉพาะ ทำตามที่ตกลง

ตารางนี้เป็นภาพรวมเท่านั้น รายละเอียดจริงขึ้นกับข้อสัญญาและประเภททรัพย์

2. ขายขาด: ได้เงินเร็ว แต่ยังมีความรับผิดหลังขาย

การขายขาดโอนกรรมสิทธิ์เมื่อผู้ซื้อได้ตกลงซื้อ (มาตรา 453) ผู้ขายได้เงิน ไม่ต้องถือทรัพย์สิน แต่ยังต้องรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องและอาจรับผิดต่อความเสียหายจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ดูรายละเอียดในขายสินค้าอย่างเดียวหรือขายพร้อมบริการหลังการขาย

เมื่อขายผ่อนโดยโอนกรรมสิทธิ์ทันที ผู้ขายกลายเป็นเจ้าหนี้ธรรมดา หากลูกค้าไม่ชำระ ผู้ขายยึดสินค้าคืนเองไม่ได้ จึงต้องพึ่งการฟ้องร้อง ถ้าต้องการให้กรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ขายจนชำระครบ แปลว่าต้องใช้สัญญาแบบอื่น เช่น เช่าซื้อ หรือสัญญาขายที่ระบุว่าผู้ขายสงวนกรรมสิทธิ์ตามที่กฎหมายอนุญาต ซึ่งควรให้ทนายความตรวจก่อนใช้

3. ให้เช่า: ผู้ให้เช่าถือทรัพย์สิน ผู้เช่าได้ใช้

สัญญาเช่าตามมาตรา 537 คือการให้ใช้ทรัพย์สินชั่วระยะเวลาหนึ่งโดยผู้เช่าให้ค่าเช่า ผู้ให้เช่าได้รายได้ซ้ำ ๆ และได้ทรัพย์สินคืน แต่ต้องรับความเสี่ยงของทรัพย์สิน

สิ่งที่สัญญาเช่าควรระบุ

  • รายละเอียดทรัพย์สิน รุ่น หมายเลขเครื่อง สภาพ ณ วันส่งมอบ พร้อมรูปหรือใบตรวจรับ
  • ระยะเวลาเช่า วันเริ่ม วันสิ้นสุด การต่อสัญญา และสิทธิบอกเลิกก่อนกำหนด
  • ค่าเช่าและการชำระ วันที่ชำระ ผลของการจ่ายล่าช้า เงินประกัน และเงื่อนไขการคืนเงินประกัน
  • การใช้ทรัพย์สิน ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด สถานที่ตั้ง ห้ามให้ผู้อื่นใช้ต่อหรือเช่าช่วง ห้ามดัดแปลง
  • การดูแลรักษา ใครทำความสะอาด ตรวจเช็กตามรอบ ใครจ่ายค่าอะไหล่สิ้นเปลือง ใครซ่อมความเสียหายจากการใช้ผิด
  • ความเสียหายและสูญหาย ความรับผิดเมื่อทรัพย์สินสูญหาย เสียหาย หรือถูกขโมย ประกันภัยต้องทำโดยใคร ผู้รับประโยชน์คือใคร
  • การคืนทรัพย์สิน วิธีตรวจรับ เกณฑ์ความเสื่อมตามปกติ และค่าปรับเมื่อคืนล่าช้า
  • การติดตามทรัพย์สิน สิทธิเข้าตรวจหรือเรียกคืนเมื่อผู้เช่าผิดสัญญา

การเช่าเกินสามปี ตามมาตรา 538 การเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปีต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นฟ้องร้องบังคับได้เพียงสามปี หากธุรกิจให้เช่าพื้นที่หรือสถานที่ เช่น โรงงานหรืออาคาร ต้องใส่ใจข้อนี้ ดูการเช่าโรงงานสำเร็จรูป และเช่าบ้าน เช่าหอ เช่าร้าน สิทธิผู้เช่าและผู้ให้เช่า ส่วนสังหาริมทรัพย์ เช่น เครื่องมือ อุปกรณ์ ไม่มีบทกำหนดการจดทะเบียนนี้ แต่ควรทำเป็นหนังสือ

4. เช่าซื้อ: ผ่อนส่งแล้วจึงเป็นเจ้าของ

เช่าซื้อตามมาตรา 572 คือเจ้าของให้เช่าทรัพย์สิน และให้คำมั่นว่าจะขายหรือให้ทรัพย์สินตกเป็นของผู้เช่าเมื่อผู้เช่าชำระเงินครบตามเงื่อนไข ผู้ให้เช่าซื้อจึงสงวนกรรมสิทธิ์ไว้จนกว่าชำระครบ

ข้อกำหนดสำคัญ

  1. ต้องทำเป็นหนังสือ มาตรา 572 วรรคสอง ระบุว่าสัญญาเช่าซื้อถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ เป็นโมฆะ และแนวคำพิพากษาศาลฎีกาถือว่าคู่สัญญาต้องลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย การส่งมอบทรัพย์สินก่อนมีสัญญาที่ลงนามเป็นความเสี่ยง
  2. ผู้เช่าซื้อเลิกสัญญาได้ มาตรา 573 ให้ผู้เช่าซื้อบอกเลิกได้ด้วยการส่งทรัพย์สินคืน ข้อสัญญาที่ปิดสิทธินี้เสมอควรตรวจก่อนใช้
  3. ผู้ให้เช่าซื้อเลิกเมื่อผู้เช่าผิดนัด มาตรา 574 วางหลักเรื่องการเลิกสัญญาเมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระ และการริบเงินที่ชำระแล้ว ซึ่งมีรายละเอียดของเงื่อนไข ควรอ่านจากตัวบทและตรวจแนวคำพิพากษา
  4. เบี้ยปรับและการริบเงิน ข้อสัญญาที่ริบเงินที่ชำระไปแล้วอาจถูกศาลลดตามหลักเบี้ยปรับได้ ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้อำนาจ

ผู้บริโภคและรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ การให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์แก่ผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ถูกควบคุมสัญญาตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งมีประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญากำหนดเรื่องข้อสัญญาและเอกสาร ผู้ประกอบการควรตรวจประกาศฉบับล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคก่อนใช้แบบสัญญา เพราะข้อที่ขัดกับประกาศอาจไม่เป็นผล และในทางปฏิบัติอาจเกิดความรับผิดทางปกครอง ผู้เช่าซื้อที่ผ่อนไม่ไหวมีสิทธิหลายประการ ดูผ่อนรถหรือบ้านไม่ไหว โดนยึดทำอย่างไร

ธุรกิจที่เช่าซื้อทรัพย์สินประเภทอื่น เช่น เครื่องจักรให้ผู้ประกอบการ ไม่เข้าข่ายประกาศสัญญาผู้บริโภค แต่ยังต้องทำตามมาตรา 572 และลูกค้าธุรกิจก็ยังอ้างเรื่องข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมได้ หากสัญญาเป็นแบบสำเร็จรูป

5. คิดตามการใช้งาน: ขายผลลัพธ์ ไม่ขายเครื่อง

โมเดลที่ลูกค้าจ่ายตามปริมาณการใช้ เช่น ตามจำนวนแผ่นที่พิมพ์ จำนวนชั่วโมงเครื่อง หรือจำนวนครั้ง มักมีลักษณะผู้ให้บริการติดตั้งเครื่องไว้ที่ลูกค้า ถือกรรมสิทธิ์ ดูแลซ่อม แล้วเก็บเงินตามการใช้ ไม่มีบทกฎหมายเฉพาะ ผลทางกฎหมายจึงมาจากสัญญา ซึ่งอาจมีส่วนผสมของเช่า บริการ และการขายวัสดุสิ้นเปลือง

จุดที่ต้องเขียนให้ชัดกว่าโมเดลอื่น

  • วิธีวัดการใช้ ใครวัด ด้วยเครื่องมืออะไร ลูกค้าตรวจสอบได้หรือไม่ และเมื่อเครื่องวัดเสียจะคิดอย่างไร
  • ค่าขั้นต่ำ มีหรือไม่ เป็นการคุ้มครองต้นทุนของผู้ให้บริการที่ลงทุนไว้
  • ระยะเวลาผูกพัน ผู้ให้บริการลงทุนเครื่อง จึงมักต้องมีระยะเวลาขั้นต่ำ และผลเมื่อเลิกก่อนกำหนด
  • กรรมสิทธิ์และการเข้าถึง ผู้ให้บริการสามารถเข้าไปบำรุงรักษาหรือรับเครื่องคืนได้เมื่อใด
  • ความเสี่ยงของเครื่อง ความเสียหายจากเพลิงไหม้ น้ำท่วม การขโมย ใครทำประกัน
  • ข้อมูลที่เครื่องเก็บ ถ้าเครื่องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลธุรกิจของลูกค้า ผู้ให้บริการอาจเป็นผู้ประมวลผลหรือผู้ควบคุมข้อมูลตาม PDPA ดูเช็กลิสต์ PDPA สำหรับธุรกิจ
  • ระดับบริการ เวลาตอบสนองและเวลาแก้ไข ดูMSA และ SLA

ข้อควรระวัง การเขียนสัญญาแบบนี้ให้เป็นสัญญาบริการล้วน ๆ ไม่ได้ทำให้พ้นจากหลักของสัญญาเช่า ถ้าความจริงลูกค้าครอบครองและใช้ทรัพย์สินเอง ศาลดูเนื้อหาของสัญญา ไม่ใช่ชื่อ

6. ใครรับความเสี่ยงของทรัพย์สิน และใครซ่อม

ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือไม่ได้ตกลงเรื่องความเสี่ยง ผู้ประกอบการจึงควรสร้างตารางเหตุการณ์และผู้รับภาระ

เหตุการณ์ผู้ให้เช่า/ให้บริการผู้เช่า/ลูกค้า
เสื่อมสภาพจากการใช้ปกติซ่อมหรือเปลี่ยนไม่ต้องรับผิด
ความเสียหายจากการใช้ผิดวิธีซ่อมแล้วเรียกเก็บรับผิดชอบค่าซ่อม
ทรัพย์สินสูญหายหรือถูกขโมยตามประกันและสัญญารับผิดตามข้อสัญญา ถ้ามี
เครื่องขัดข้องจากความชำรุดเดิมรับผิดชอบแจ้งทันที
ภัยธรรมชาติตามประกันและสัญญาตามสัญญา

ในกรณีเหตุสุดวิสัย ควรเขียนข้อตกลงล่วงหน้าว่าค่าเช่าหรือค่าบริการจะเป็นอย่างไรเมื่อทรัพย์สินใช้ไม่ได้ ไม่ควรพึ่งการตีความภายหลัง และควรให้ทั้งสองฝ่ายตรวจสภาพทรัพย์สินพร้อมบันทึกภาพทุกครั้งที่ส่งและรับคืน

7. ภาษีและบัญชี: ส่วนที่ต้องถามนักบัญชีก่อนเปลี่ยนโมเดล

เมื่อเปลี่ยนจากขายขาดเป็นให้เช่า รายได้ที่เคยเข้าครั้งเดียวกระจายเป็นงวด แต่ต้นทุนทรัพย์สินจ่ายล่วงหน้า กระแสเงินสดจะตึงช่วงแรก จึงต้องวางแผนทุนหมุนเวียนก่อน ดูกำไรแต่เงินไม่พอ

ประเด็นที่ควรถามนักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญภาษีของกิจการ

  • ภาษีมูลค่าเพิ่มของการให้เช่าและค่าบริการ ซึ่งมีจังหวะความรับผิดต่างจากการขายสินค้า และอาจต่างกันตามประเภททรัพย์สิน ควรตรวจกับกรมสรรพากร
  • การหักค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินที่ให้เช่า
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่ายของค่าเช่า ซึ่งผู้เช่าที่เป็นนิติบุคคลอาจต้องหักเมื่อจ่ายค่าเช่าตามที่กฎหมายกำหนด
  • การรับรู้รายได้ของเช่าซื้อซึ่งมีโครงสร้างต่างจากค่าเช่าทั่วไป
  • ภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนสัญญาเช่า หากเป็นอสังหาริมทรัพย์

คู่มือนี้ไม่ได้กล่าวถึงอัตราภาษี เพราะอัตราและเงื่อนไขเปลี่ยนได้ ควรตรวจกับกรมสรรพากรหรือนักบัญชีก่อน

8. ผลต่อวัตถุประสงค์ของบริษัท ใบอนุญาต และสต็อก

  • วัตถุประสงค์ของบริษัท บริษัทที่เปลี่ยนไปให้เช่าควรตรวจว่าวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้รวมถึงการให้เช่าหรือไม่ หากไม่ มีขั้นตอนแก้ไขตามที่กฎหมายกำหนด ดูหลังการจดทะเบียน: การเปลี่ยนแปลงกรรมการ ทุน ที่อยู่ หรือวัตถุประสงค์
  • ใบอนุญาตและมาตรฐานสินค้า สินค้าบางชนิดมีเงื่อนไขการขายหรือการนำไปให้ผู้อื่นใช้ ควรตรวจกฎเฉพาะของสินค้านั้น
  • สต็อกกับทรัพย์สิน เครื่องที่เคยเป็นสินค้าคงคลังเมื่อนำไปให้เช่าจะกลายเป็นทรัพย์สินถาวร ผลทางบัญชีและภาษีควรให้นักบัญชีกำหนด
  • ผู้ถือหุ้นต่างชาติ การให้เช่าบางประเภทอาจเข้าข่ายธุรกิจที่มีข้อจำกัดสำหรับบริษัทที่ต่างชาติถือหุ้นข้างมาก ควรตรวจกับที่ปรึกษา

9. ทางเลือกผสมและการเปลี่ยนโมเดลระหว่างทาง

หลายธุรกิจใช้หลายโมเดลคู่กัน เช่น ขายเครื่องแล้วให้เช่าอุปกรณ์เสริม หรือให้เช่าก่อนแล้วให้สิทธิซื้อเมื่อครบกำหนด ข้อควรระวัง

  • ให้เช่าพร้อมสิทธิซื้อ อาจเข้าลักษณะเช่าซื้อ และต้องทำตามมาตรา 572 หากข้อสัญญาทำให้ผู้เช่ากลายเป็นเจ้าของเมื่อชำระครบ
  • เปลี่ยนจากเช่าเป็นซื้อ กำหนดวิธีคิดมูลค่าซื้อ และผลต่อค่าเช่าที่จ่ายไปแล้ว
  • เปลี่ยนจากขายเป็นเช่าให้ลูกค้าเดิม ต้องไม่กระทบสัญญาขายเดิมและการรับประกันที่ยังไม่หมด

ก่อนเปลี่ยนโมเดลทั้งธุรกิจ ลองกับลูกค้าชุดเล็กก่อน ดูทดลองเปลี่ยนโมเดลธุรกิจแบบนำร่อง

10. เช็กลิสต์ก่อนเลือกโมเดล

  • ตอบได้ว่าใครควรถือทรัพย์สินและรับภาระเงินทุน
  • ประเมินความสามารถในการบำรุงรักษา อะไหล่ และการติดตามทรัพย์สิน
  • เลือกประเภทสัญญาให้ตรงกับความจริง (ขาย เช่า เช่าซื้อ หรือบริการคิดตามการใช้)
  • หากเช่าซื้อ ให้ทำสัญญาเป็นหนังสือและลงนามก่อนส่งมอบ
  • หากเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี ให้จดทะเบียนตามมาตรา 538
  • ระบุผู้รับผิดชอบความเสี่ยง ประกันภัย และการซ่อมบำรุงในสัญญา
  • กำหนดวิธีวัดการใช้งานและการโต้แย้งตัวเลข (ถ้าคิดตามการใช้)
  • ตรวจประกาศสัญญาผู้บริโภค หากลูกค้าเป็นผู้บริโภคและทรัพย์สินเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์
  • ให้นักบัญชีตรวจภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และค่าเสื่อมราคา
  • ตรวจวัตถุประสงค์ของบริษัทและใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
  • ทดลองกับลูกค้ากลุ่มเล็กก่อน

อ่านเพิ่มเติม

เลือกโมเดลจากผู้ที่ควรถือทรัพย์สินและรับความเสี่ยง แล้วเขียนสัญญาให้ตรงกับโมเดลนั้น โดยเฉพาะเช่าซื้อที่ต้องทำเป็นหนังสือ และการเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปีที่ต้องจดทะเบียน

เราช่วยร่างและตรวจสัญญาเช่า สัญญาเช่าซื้อ และสัญญาบริการคิดตามการใช้งานให้เหมาะกับทรัพย์สินและลูกค้าของคุณ ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ สัญญาและเอกสาร และ ที่ปรึกษากฎหมายรายเดือน


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาเช่าซื้อที่ไม่ได้ทำเป็นหนังสือมีผลอย่างไร+

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 วรรคสอง ระบุว่าสัญญาเช่าซื้อถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าเป็นโมฆะ แนวคำพิพากษาศาลฎีกาถือว่าต้องมีลายมือชื่อของคู่สัญญาด้วย จึงไม่ควรเริ่มส่งมอบทรัพย์สินโดยตกลงปากเปล่าหรือเพียงทางแชต ควรให้คู่สัญญาลงนามในสัญญาก่อนส่งมอบ

ให้เช่าอุปกรณ์เกินสามปี ต้องทำอย่างไร+

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 กำหนดว่าเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปีต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หากไม่ทำ ฟ้องร้องบังคับได้เพียงสามปี ส่วนการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ เช่น เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ไม่มีบทบังคับเรื่องจดทะเบียนเช่นนี้ แต่ควรทำเป็นหนังสือเพื่อใช้พิสูจน์ และตรวจว่าทรัพย์ที่ติดตั้งกับอาคารเป็นสังหาริมทรัพย์หรือส่วนควบของที่ดินหรือไม่

ถ้าเครื่องที่ให้เช่าเสียเพราะลูกค้าใช้ผิดวิธี ใครต้องซ่อม+

ตามหลักทั่วไปของสัญญาเช่า ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ส่งมอบทรัพย์สินที่ใช้งานได้ตามสัญญา และผู้เช่าต้องใช้ทรัพย์สินตามปกติและรักษาทรัพย์สินเหมือนวิญญูชน ความเสียหายจากการใช้ผิดวิธีจึงมักตกแก่ผู้เช่า แต่ต้องดูข้อสัญญาเป็นสำคัญ ควรเขียนคู่มือการใช้งานที่ผู้เช่าห้ามทำ และการแจ้งเหตุขัดข้องไว้ในสัญญา

รถหรือจักรยานยนต์ให้เช่าซื้อแก่ผู้บริโภค มีกฎเพิ่มหรือไม่+

มี การให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์แก่ผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ถูกควบคุมสัญญาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งมีประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญากำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับสัญญาและเอกสาร ผู้ประกอบการควรตรวจประกาศฉบับล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคก่อนใช้แบบสัญญา

เปลี่ยนจากขายขาดมาให้เช่า ต้องจดทะเบียนอะไรเพิ่มหรือไม่+

ขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์และลักษณะการดำเนินงาน บริษัทอาจต้องตรวจวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้ว่ารวมการให้เช่าหรือไม่ ตรวจใบอนุญาตที่เกี่ยวกับสินค้านั้น และปรึกษานักบัญชีเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และการบันทึกทรัพย์สินที่ให้เช่า

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา