สถานการณ์ที่เจ้าหนี้เจอบ่อยคือ ระหว่างทวงหรือระหว่างฟ้อง ลูกหนี้ที่เคยมีบ้าน มีที่ดิน มีรถ กลับไม่มีอะไรเหลือในชื่อตัวเอง ที่ดินโอนไปเป็นชื่อลูก รถขายให้เพื่อนในราคาต่ำ หรือเครื่องจักรของบริษัทถูกย้ายไปอยู่กับบริษัทใหม่ของญาติ
กฎหมายไม่ได้ปล่อยให้ลูกหนี้ทำแบบนี้ได้ง่าย ๆ เจ้าหนี้มีเครื่องมือสามอย่าง ใช้คนละช่วงเวลา และแต่ละอย่างมีกำหนดเวลาของตัวเอง
1. ขอยึดหรืออายัดไว้ก่อนศาลพิพากษา
ถ้าเห็นสัญญาณตั้งแต่ก่อนหรือระหว่างคดี เจ้าหนี้ขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวได้ เช่น ขอยึดหรืออายัดทรัพย์ของลูกหนี้ไว้ก่อนพิพากษา เพื่อไม่ให้ทรัพย์หายไปก่อนที่คำพิพากษาจะบังคับได้
เงื่อนไขคือต้องมีหลักฐานว่าลูกหนี้กำลังโยกย้าย ซ่อน หรือจำหน่ายทรัพย์ เพื่อให้พ้นการบังคับคดี ความรู้สึกว่าลูกหนี้น่าจะหนีไม่พอ หลักฐานที่ใช้ได้ เช่น ประกาศขายทรัพย์ การเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนในช่วงที่ถูกทวง หรือข้อความที่ลูกหนี้บอกเองว่าจะโอนทรัพย์ออกไป
2. ฟ้องเพิกถอนการฉ้อฉล (ทางแพ่ง)
ถ้าลูกหนี้โอนทรัพย์ออกไปแล้ว เจ้าหนี้ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนการโอนได้ เมื่อการโอนนั้นทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ และลูกหนี้รู้อยู่ว่าจะทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ
- ถ้าเป็นการให้เปล่า เช่น ยกที่ดินให้ลูก ดูเพียงว่าลูกหนี้รู้หรือไม่
- ถ้าเป็นการขายโดยมีค่าตอบแทน ต้องพิสูจน์ด้วยว่าผู้ซื้อรู้ข้อเท็จจริงนั้น ราคาที่ต่ำผิดปกติ ความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ และจังหวะเวลาที่ตรงกับช่วงถูกทวง เป็นพยานแวดล้อมที่ศาลนำมาพิจารณา
กำหนดเวลา: ต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่เจ้าหนี้รู้เหตุที่จะเพิกถอน และไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่ลูกหนี้ทำการโอน เจ้าหนี้ที่รู้เรื่องการโอนแล้วรอให้คดีหลักจบก่อน อาจพ้นกำหนดหนึ่งปีไปแล้ว
เมื่อศาลเพิกถอน ทรัพย์จะกลับมาเป็นของลูกหนี้ และเจ้าหนี้บังคับคดีกับทรัพย์นั้นได้
3. ดำเนินคดีโกงเจ้าหนี้ (ทางอาญา)
การย้าย ซ่อน หรือโอนทรัพย์ไปให้ผู้อื่น โดยรู้ว่าเจ้าหนี้ใช้หรือน่าจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ เพื่อไม่ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระ อาจเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้
ความผิดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ ถ้าพ้นกำหนดนี้ คดีอาญาจะขาดอายุความ
คดีอาญาไม่ได้ทำให้เจ้าหนี้ได้เงินคืนโดยตรง แต่ในทางปฏิบัติมักทำให้ลูกหนี้กลับมาเจรจา ทั้งนี้ต้องใช้อย่างระมัดระวัง การแจ้งความโดยไม่มีมูลเพื่อบีบให้จ่ายหนี้เป็นความเสี่ยงของเจ้าหนี้เอง
หาหลักฐานการโอนได้จากที่ไหน
- ทะเบียนนิติบุคคล ข้อมูลกรรมการ ผู้ถือหุ้น และการเปลี่ยนแปลงของบริษัท ขอตรวจจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ บริษัทที่เปลี่ยนผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในช่วงที่ถูกทวงหนี้เป็นสัญญาณสำคัญ
- ข้อมูลที่ดินที่ทราบที่ตั้ง ประวัติการจดทะเบียนของแปลงที่เคยเป็นของลูกหนี้
- พยานบุคคลและข้อความ คนในวงการเดียวกัน ประกาศขายทรัพย์ หรือแชตที่ลูกหนี้พูดถึงการโอน
ข้อมูลบางประเภท เช่น บัญชีเงินฝาก ขอได้เฉพาะผ่านศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าหนี้ต้องใช้เฉพาะช่องทางที่ชอบด้วยกฎหมาย
จังหวะเวลาคือทุกอย่าง
เครื่องมือทั้งสามอย่างมีกำหนดเวลาที่สั้นกว่าที่เจ้าหนี้ส่วนใหญ่คิด สามเดือนสำหรับคดีอาญา หนึ่งปีสำหรับการเพิกถอน และคำขอคุ้มครองชั่วคราวได้ผลก็ต่อเมื่อทรัพย์ยังอยู่ เจ้าหนี้ที่เห็นสัญญาณแล้วรอดูต่อ มักเสียทั้งสามโอกาสพร้อมกัน
📌 ดูเพิ่ม: สืบทรัพย์และบังคับคดี · ชนะคดีแล้วลูกหนี้ไม่จ่าย บังคับคดีต้องทำภายใน 10 ปี
ถ้าท่านเห็นว่าลูกหนี้กำลังโอนหรือซ่อนทรัพย์ ปรึกษาทีมทนายของเรา โดยเร็ว เราจะช่วยประเมินว่าเครื่องมือไหนยังใช้ได้ทัน และหลักฐานที่มีพอหรือไม่
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย

