ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

เลือกกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) ในไทย: ภาครัฐ องค์กรใหญ่ SME และลูกค้าต่างประเทศ ต่างกันอย่างไรทางกฎหมาย

เปรียบเทียบลูกค้าธุรกิจ 5 กลุ่ม ได้แก่ ภาครัฐ องค์กรใหญ่ SME ต่างประเทศ และอุตสาหกรรมควบคุม ว่าความเสี่ยงสัญญา การเก็บเงิน และภาษีต่างกันอย่างไร

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ21 ตุลาคม 256910 นาที
เลือกกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) ในไทย: ภาครัฐ องค์กรใหญ่ SME และลูกค้าต่างประเทศ ต่างกันอย่างไรทางกฎหมาย

ธุรกิจที่ขายให้ธุรกิจด้วยกัน (B2B) มักเลือกลูกค้าตามโอกาสที่เข้ามา ใครสั่งก่อนก็ขายให้ก่อน แต่ลูกค้าแต่ละกลุ่มมีรูปแบบความเสี่ยงต่างกันมาก ลูกค้าภาครัฐมีกระบวนการและเอกสารที่เข้มงวด ลูกค้าองค์กรใหญ่ถือสัญญาของตัวเองและต่อรองยาก ลูกค้า SME จ่ายเงินไม่แน่นอน และลูกค้าต่างประเทศมีเรื่องภาษีและการเก็บเงินข้ามประเทศ

คู่มือนี้ช่วยให้เจ้าของธุรกิจเปรียบเทียบกลุ่มลูกค้า ว่าแต่ละกลุ่มต้องเตรียมอะไรด้านกฎหมาย และควรถามคำถามใดก่อนตัดสินใจเจาะตลาดกลุ่มนั้น เป็นการมองภาพรวมเพื่อเลือกกลยุทธ์ ไม่ใช่คำแนะนำภาษีหรือบัญชีเฉพาะราย ซึ่งควรปรึกษานักบัญชีหรือผู้สอบบัญชีของท่าน

คำตอบหลัก

ไม่มีกลุ่มลูกค้าที่ดีที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ ควรเลือกกลุ่มที่ความเสี่ยงตรงกับสิ่งที่ธุรกิจของท่านรับได้ เช่น ภาครัฐเสี่ยงเอกสารและกระบวนการแต่ผิดนัดชำระน้อย องค์กรใหญ่เสี่ยงสัญญาที่ไม่สมดุลและการพึ่งพา SME เสี่ยงเครดิต ลูกค้าต่างประเทศเสี่ยงภาษีและการเก็บเงินข้ามประเทศ และควรกระจายกลุ่มลูกค้าไม่ให้พึ่งกลุ่มใดกลุ่มเดียว

หลักกฎหมาย งานขายให้ภาครัฐอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และกฎหมายลำดับรองรวมทั้งระบบ e-GP ส่วนลูกค้าเอกชนอยู่ภายใต้สัญญาและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ภายใต้ประมวลรัษฎากร ซึ่งการส่งออกบริการอาจเข้าข่ายอัตราศูนย์ตามเงื่อนไข และลูกค้าในอุตสาหกรรมควบคุมต้องดูกฎหมายเฉพาะของหน่วยงานกำกับนั้น

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ก่อนเจาะกลุ่มใหม่ ให้เขียนสามเรื่องลงกระดาษ คือ ใครเป็นผู้กำหนดสัญญา ใช้เวลานานเท่าไรกว่าจะได้รับเงิน และถ้าลูกค้าไม่จ่ายเราทำอะไรได้บ้าง หากตอบสามข้อนี้ไม่ได้ ยังไม่ควรลงทุนเพิ่มเพื่อกลุ่มนั้น

1. เปรียบเทียบเบื้องต้นก่อนลงรายละเอียด

กลุ่มลูกค้าจุดเด่นความเสี่ยงหลักทางกฎหมาย
ภาครัฐผู้ชำระมีตัวตนชัด กระบวนการมีกฎเกณฑ์เอกสารและคุณสมบัติ หลักประกัน การตรวจรับ ระยะเวลาจ่าย
องค์กรใหญ่ปริมาณมาก ความต่อเนื่องสัญญาของเขา อำนาจต่อรองต่ำ พึ่งพารายเดียว
SMEตัดสินใจเร็ว ต่อรองได้เครดิต การติดตามหนี้ ต้องมีหลักประกัน
ต่างประเทศตลาดกว้าง รายได้ต่างสกุลภาษี กฎหมายที่ใช้บังคับ การบังคับคำพิพากษาข้ามประเทศ
อุตสาหกรรมควบคุมลูกค้ามั่นคงและมีมาตรฐานข้อกำหนดของผู้กำกับ การตรวจสอบ ข้อมูลที่เป็นความลับ

ตารางนี้เป็นภาพกว้างเท่านั้น บางธุรกิจในแต่ละกลุ่มมีลักษณะต่างออกไปได้

2. ลูกค้าภาครัฐ

การขายให้หน่วยงานรัฐมักเกิดผ่านการจัดซื้อจัดจ้างตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระบบ e-GP ที่กรมบัญชีกลางดูแล ผู้ขายควรเข้าใจแนวคิดต่อไปนี้ก่อนเข้าตลาดนี้

  • ลงทะเบียนและคุณสมบัติ ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติและเอกสารตามที่ประกาศกำหนด และต้องรักษาข้อมูลในระบบให้เป็นปัจจุบัน
  • วิธีจัดหา งานแต่ละประเภทใช้วิธีต่างกัน เช่น ประกวดราคา สอบราคา หรือวิธีเฉพาะเจาะจง ผู้ขายควรอ่านเอกสารและประกาศของโครงการนั้นโดยละเอียด ไม่ควรสรุปจากประสบการณ์โครงการเก่า
  • หลักประกัน บางโครงการกำหนดหลักประกันซองและหลักประกันสัญญา ซึ่งอยู่ในรูปแบบที่ประกาศกำหนด ผู้ขายต้องเตรียมสภาพคล่องหรือวงเงินค้ำประกันจากธนาคาร ดูผลต่อเงินสดในกำไรแต่เงินไม่พอ
  • การตรวจรับและการจ่ายเงิน เงินมาเมื่อตรวจรับแล้วตามขั้นตอน ผู้ขายควรวางแผนเงินสดตามนี้
  • ผลของการผิดสัญญา สัญญาภาครัฐมักมีค่าปรับและสิทธิบอกเลิกตามรูปแบบมาตรฐาน และหน่วยงานอาจมีผลต่อการเสนอราคาครั้งต่อไป

จุดที่ธุรกิจเล็กมักพลาดคือเงื่อนไขและเอกสารที่ส่งช้าหรือไม่ครบ ไม่ใช่ราคา ควรจัดคนรับผิดชอบเอกสารโครงการแยกต่างหาก และไม่ยื่นงานที่ไม่แน่ใจว่าส่งมอบได้ เพราะผิดสัญญาแล้วอาจกระทบการเสนอราคางานรัฐในอนาคต

3. ลูกค้าองค์กรใหญ่

ลูกค้าองค์กรใหญ่ให้ปริมาณงานและความต่อเนื่อง แต่สัญญามักเป็นฉบับของเขา ประเด็นที่ต้องอ่านอยู่ในคู่มือตรวจสัญญาลูกค้ารายใหญ่ เช่น การจ่ายเงิน การตรวจรับ เบี้ยปรับ ความรับผิด และการเลิกสัญญาฝ่ายเดียว

ประเด็นเฉพาะของกลุ่มนี้

  • ขั้นตอนขึ้นทะเบียนผู้ขาย (vendor onboarding) มักขอเอกสารบริษัท ผลตรวจสอบ และเอกสารด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ใช้เวลานาน ต้องเตรียมตัวล่วงหน้า
  • ลูกค้าต้องการนิติบุคคล ผู้รับงานที่เป็นบุคคลธรรมดามักถูกขอให้จัดตั้งบริษัทก่อน ดูลูกค้ารายใหญ่ขอให้รับงานในนามบริษัท
  • การพึ่งพา ลูกค้ารายใหญ่ที่มีสัดส่วนสูงเปลี่ยนความเสี่ยงของเรา ดูพึ่งลูกค้ารายใหญ่รายเดียว
  • เงื่อนไขการจ่ายเงินที่ยาว ลูกค้าอาจกำหนดรอบจ่ายเป็นรอบ ๆ ไม่ตรงกับรอบจ่ายซัพพลายเออร์ของเรา

ข้อดีที่ควรใช้ คือชื่อเสียงของลูกค้าช่วยเปิดตลาดอื่นได้ และความเสี่ยงที่ลูกค้าไม่มีเงินจ่ายมักต่ำกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ถูกหักเงินหรือจ่ายช้า

4. ลูกค้า SME

ลูกค้า SME ตัดสินใจเร็วและยอมคุยเงื่อนไขได้ แต่ความเสี่ยงอยู่ที่เครดิต

  • ตรวจสถานะก่อนให้เครดิต ตรวจการจดทะเบียน กรรมการ ผู้มีอำนาจลงนาม และประวัติการชำระ ดูเรื่องผู้มีอำนาจลงนามในใครผูกพันบริษัทได้
  • เริ่มด้วยมัดจำหรือชำระล่วงหน้า ลูกค้าใหม่ควรเริ่มจากวงเงินเล็กและเงื่อนไขเข้ม แล้วค่อยขยายเมื่อมีประวัติ
  • ขอหลักประกัน เช่น ผู้ค้ำประกันที่เป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้น สัญญาค้ำประกันต้องทำเป็นหนังสือและระบุขอบเขตชัดเจน ดูมุมของผู้ถูกขอให้ค้ำในความเสี่ยงของผู้ค้ำประกัน
  • ใบแจ้งหนี้และการติดตาม ออกใบแจ้งหนี้ถูกต้องตามกำหนด และทวงถามอย่างเป็นระบบ ดูใบแจ้งหนี้ค้างชำระ

หากลูกค้า SME ผิดนัดชำระ ต้นทุนการติดตามมักสูงเมื่อเทียบกับมูลค่างาน จึงควรป้องกันตั้งแต่ก่อนส่งงาน มากกว่ารอฟ้องภายหลัง

5. ลูกค้าต่างประเทศ

ลูกค้าต่างประเทศเปิดตลาดกว้างและอาจจ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศ แต่เพิ่มประเด็นที่ต้องวางแผน

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม การส่งออกสินค้าและบริการบางลักษณะอาจเสียภาษีในอัตราศูนย์ตามประมวลรัษฎากร ซึ่งต้องเข้าเงื่อนไข เช่น สถานที่ใช้บริการ และเอกสารหลักฐาน ดูส่งออกบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราศูนย์ และตรวจกับนักบัญชีหรือกรมสรรพากรสำหรับกรณีของท่าน
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่ายในต่างประเทศ ประเทศของลูกค้าอาจหักภาษีก่อนจ่าย ควรรวมไว้ในการเสนอราคาและตรวจสนธิสัญญาภาษี
  • กฎหมายที่ใช้บังคับและศาล สัญญาควรระบุกฎหมายและวิธีระงับข้อพิพาท เช่น อนุญาโตตุลาการ เพราะการบังคับคำพิพากษาข้ามประเทศยุ่งยาก
  • วิธีรับเงิน การรับเงินล่วงหน้า หรือเลตเตอร์ออฟเครดิต ลดความเสี่ยงการเก็บเงิน
  • ภาษาและหลักฐาน เก็บสัญญา ใบสั่งซื้อ และหลักฐานการให้บริการไว้ครบ เพราะใช้พิสูจน์สิทธิทั้งด้านภาษีและการเรียกเงิน

กฎภาษีมีรายละเอียดมาก อย่าตั้งราคาหรือสรุปสถานะภาษีจากบทความทั่วไป ให้ตรวจกับนักบัญชีก่อนออกใบแจ้งหนี้ใบแรก

6. ลูกค้าในอุตสาหกรรมที่มีกฎหมายควบคุม

ลูกค้าที่เป็นสถาบันการเงิน ประกัน สุขภาพ อาหารและยา หรือผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ อยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับที่มีข้อกำหนดของตนเอง ซึ่งส่งต่อมาถึงผู้ขายผ่านสัญญา

  • การตรวจสอบผู้ขาย ลูกค้าอาจขอสิทธิตรวจสอบสถานที่ เอกสาร หรือกระบวนการของเรา
  • ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลลับ ผู้ขายที่เข้าถึงข้อมูลมักต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูลและมาตรการรักษาความปลอดภัย
  • ใบอนุญาตและมาตรฐาน ผู้ขายอาจต้องมีใบอนุญาตหรือการรับรองเฉพาะ
  • การจ้างช่วงต่อ สัญญามักจำกัดการใช้ผู้รับเหมาช่วง
  • สิทธิเลิกสัญญาและการรายงานเหตุการณ์ มักเข้มกว่าสัญญาทั่วไป

กลุ่มนี้ใช้เวลาเตรียมนานแต่เมื่อผ่านแล้วความสัมพันธ์มักมั่นคง ควรขอรายการข้อกำหนดทั้งหมดก่อนเสนอราคา และถามผู้เชี่ยวชาญของอุตสาหกรรมนั้นเมื่อข้อกำหนดนอกเหนือความรู้ของเรา

7. จับคู่กลุ่มลูกค้ากับธุรกิจของท่าน

ถามตัวเองด้วยคำถามต่อไปนี้

  1. ธุรกิจของเรามีเงินสดรองรับเวลารอเงินได้นานแค่ไหน ถ้าน้อย ลูกค้าที่จ่ายช้าไม่เหมาะ
  2. เรามีคนจัดการเอกสารจำนวนมากหรือไม่ ถ้าไม่ ภาครัฐและองค์กรควบคุมจะเป็นภาระ
  3. เราต้องการลูกค้าจำนวนมากรายย่อย หรือไม่กี่รายใหญ่ ซึ่งมีผลต่อความเสี่ยงพึ่งพา
  4. สินค้าหรือบริการของเราผูกกับมาตรฐานหรือใบอนุญาตอะไรหรือไม่
  5. เราสามารถยอมรับสัญญาของลูกค้าได้ หรือจำเป็นต้องใช้สัญญาของเราเอง
  6. เรามีวิธีเก็บเงินที่เหมาะกับกลุ่มนั้นหรือไม่ เช่น หลักประกัน การรับเงินล่วงหน้า

ธุรกิจที่เติบโตดีมักผสมสองถึงสามกลุ่ม เช่น ลูกค้าองค์กรหนึ่งถึงสองรายเพื่อความต่อเนื่อง ร่วมกับลูกค้า SME จำนวนมากเพื่อกำไรต่อรายการ และลูกค้าต่างประเทศเพื่อกระจายความเสี่ยง ดูการกระจายความเสี่ยงโดยไม่ผิดสัญญาในพึ่งลูกค้ารายใหญ่รายเดียว

8. สัญญาควรต่างกันตามกลุ่ม

  • ภาครัฐ ใช้แบบสัญญาและเงื่อนไขตามที่หน่วยงานกำหนด ผู้ขายแทบต่อรองไม่ได้ จึงต้องอ่านก่อนยื่นเสนอราคา
  • องค์กรใหญ่ ต่อรองเฉพาะประเด็นที่สำคัญ เช่น การจ่ายเงิน ความรับผิด การเลิกสัญญา
  • SME ใช้สัญญามาตรฐานของเราเองที่กระชับ มีมัดจำ ดอกเบี้ยผิดนัด และผู้ค้ำประกัน
  • ต่างประเทศ ระบุกฎหมายที่ใช้ ศาลหรืออนุญาโตตุลาการ สกุลเงิน และภาระภาษี
  • อุตสาหกรรมควบคุม เตรียมภาคผนวกข้อมูล ความปลอดภัย และการตรวจสอบ

ถ้าเป็นงานบริการต่อเนื่อง สัญญากรอบและข้อตกลงระดับบริการ (SLA) เป็นรูปแบบที่ใช้กับหลายกลุ่ม ดูสัญญากรอบและ SLA

9. เช็กลิสต์ก่อนเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่

  • เขียนแล้วว่าใครกำหนดสัญญา และเราต่อรองข้อใดได้บ้าง
  • ประเมินระยะเวลากว่าจะได้รับเงิน และสภาพคล่องรองรับได้
  • ภาครัฐ อ่านเอกสารโครงการ ตรวจคุณสมบัติ และเตรียมหลักประกันก่อนยื่น
  • องค์กรใหญ่ เตรียมเอกสารขึ้นทะเบียนผู้ขายและตรวจสัญญา
  • SME ตรวจสถานะลูกค้า กำหนดมัดจำหรือหลักประกัน
  • ต่างประเทศ ตรวจสถานะภาษีกับนักบัญชี ระบุกฎหมายที่ใช้และวิธีรับเงิน
  • อุตสาหกรรมควบคุม ขอรายการข้อกำหนดของผู้กำกับและตรวจว่าเราปฏิบัติตามได้
  • มีแผนกระจายกลุ่มลูกค้า ไม่ให้พึ่งกลุ่มหรือรายเดียว

อ่านเพิ่มเติม

ลูกค้าต่างกลุ่มมีความเสี่ยงต่างแบบ จึงควรเลือกกลุ่มที่ธุรกิจของท่านรับความเสี่ยงนั้นได้ และไม่พึ่งกลุ่มใดกลุ่มเดียว

เราช่วยธุรกิจตรวจสัญญากับลูกค้าแต่ละกลุ่ม จัดทำสัญญามาตรฐานของธุรกิจ และดำเนินการเรียกชำระหนี้เมื่อลูกค้าผิดนัด ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ สัญญาและเอกสาร และ หนังสือทวงถาม


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

ธุรกิจที่จะขายให้ภาครัฐต้องเตรียมอะไรก่อน+

ต้องดูว่างานจัดซื้อจัดจ้างอยู่ภายใต้พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) โดยทั่วไปผู้ประกอบการต้องลงทะเบียนและยื่นเอกสารตามที่ประกาศกำหนด รวมถึงหลักประกันซองหรือหลักประกันสัญญาในงานที่กำหนด รายละเอียดและเงื่อนไขของแต่ละโครงการต้องอ่านจากเอกสารประกวดราคาหรือประกาศของโครงการนั้น ก่อนยื่นเสนอราคา

ขายให้ลูกค้าองค์กรใหญ่ปลอดภัยกว่าขายให้ SME หรือไม่+

ไม่เสมอไป ลูกค้าองค์กรใหญ่มักจ่ายได้แน่นอนกว่าแต่เป็นฝ่ายกำหนดสัญญา ระยะเวลาจ่ายเงินและเงื่อนไขการตรวจรับ ส่วน SME ต่อรองง่ายกว่าแต่มีความเสี่ยงด้านเครดิตมากกว่า ควรเลือกตามความสามารถรับความเสี่ยงของธุรกิจเรา และไม่ควรพึ่งกลุ่มใดกลุ่มเดียวทั้งหมด

ขายบริการให้ลูกค้าต่างประเทศต้องจด VAT หรือไม่+

ขึ้นอยู่กับว่าผู้ให้บริการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ และบริการนั้นเข้าลักษณะการส่งออกบริการที่ประมวลรัษฎากรยกเว้นหรือเสียภาษีในอัตราศูนย์หรือไม่ เงื่อนไขขึ้นอยู่กับสถานที่ใช้บริการและลักษณะบริการ จึงต้องตรวจข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี และปรึกษานักบัญชีหรือกรมสรรพากร

ลูกค้า SME ขอให้ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการค้ำประกัน ควรทำอย่างไร+

ฝั่งเราที่เป็นผู้ขาย การขอหลักประกันจากลูกค้า SME เช่น ผู้ค้ำประกันหรือเช็คล่วงหน้า เป็นเครื่องมือลดความเสี่ยงที่ทำได้ แต่สัญญาค้ำประกันต้องทำเป็นหนังสือและขอบเขตความรับผิดต้องชัดเจน หากเราเองเป็นผู้ถูกขอให้ค้ำประกัน ควรอ่านความเสี่ยงก่อนเซ็น

ลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมควบคุมต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ+

ลูกค้าที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีกฎหมายเฉพาะ เช่น ธุรกิจการเงิน สุขภาพ หรืออาหารและยา อาจกำหนดให้ผู้ขายต้องผ่านมาตรฐาน ตรวจสอบ หรือรักษาข้อมูลตามที่หน่วยงานกำกับกำหนด และสัญญามักมีข้อกำหนดเรื่องการตรวจสอบและการเลิกสัญญาที่เข้มกว่า ควรขอรายการข้อกำหนดเหล่านี้ก่อนเสนอราคา

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา