โรงงานรับจ้างผลิต บริษัทรับทำระบบ หรือผู้จัดจำหน่ายรายเล็กจำนวนมากเติบโตมาจากลูกค้ารายใหญ่เพียงรายเดียว ในปีแรกเรื่องนี้ดูเป็นข่าวดี ยอดสั่งสม่ำเสมอ ไม่ต้องหาลูกค้าใหม่ และกำลังผลิตถูกใช้เต็ม แต่เมื่อเวลาผ่านไป ราคาถูกกดมากขึ้น เงื่อนไขการจ่ายยาวขึ้น และธุรกิจแทบไม่มีอำนาจต่อรอง เพราะถ้าลูกค้ารายนี้หายไป รายได้ส่วนใหญ่หายไปด้วย
คู่มือนี้ไม่ได้บอกว่าให้เลิกขายลูกค้ารายใหญ่ ลูกค้ารายใหญ่ที่ดีเป็นรากฐานของธุรกิจได้ แต่เจ้าของควรรู้ว่าตนพึ่งพามากเพียงใด สัญญาปกป้องอะไรได้บ้าง และข้อสัญญาใดที่ปิดทางกระจายความเสี่ยงของท่านเอง ก่อนที่ลูกค้าจะตัดสินใจเปลี่ยนแผน
คำตอบหลัก
ความเสี่ยงจากลูกค้ารายเดียวลดได้สองทาง คือทางธุรกิจ ด้วยการหาลูกค้าและช่องทางใหม่อย่างต่อเนื่อง และทางสัญญา ด้วยการให้ลูกค้ารายใหญ่ผูกพันในสิ่งที่ท่านลงทุนไป เช่น ระยะเวลาบอกกล่าวก่อนเลิก ปริมาณขั้นต่ำ การรับซื้อสต็อก และความเป็นเจ้าของแม่พิมพ์ ข้อสัญญาห้ามขายให้รายอื่นควรถูกตรวจและต่อรองอย่างรอบคอบ เพราะมันปิดทางกระจายความเสี่ยง
หลักกฎหมาย กฎหมายไทยให้คู่สัญญาตกลงกันได้อย่างกว้าง แต่ในสัญญาสำเร็จรูป พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 กำหนดให้ข้อตกลงที่ทำให้ผู้กำหนดสัญญาได้เปรียบอีกฝ่ายเกินสมควรมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี ส่วน พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57 เกี่ยวกับการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้ามีแนวทางปฏิบัติประกอบในบางธุรกิจ เบี้ยปรับที่ใช้ในสัญญาเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 และศาลลดได้ตามมาตรา 383
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา อย่ารอให้กฎหมายแก้สัญญาให้ภายหลัง ข้อต่อสู้เหล่านี้ใช้เวลา ไม่แน่นอน และไม่ช่วยธุรกิจที่เงินสดหมดก่อนคดีจบ เวลาที่มีอำนาจต่อรองมากที่สุดคือก่อนลงทุนเพิ่ม เช่น ก่อนซื้อเครื่องจักรหรือสั่งแม่พิมพ์ให้ลูกค้า ควรใช้ช่วงนั้นเจรจาข้อสัญญาป้องกัน
1. วัดว่าพึ่งพามากแค่ไหน (โดยไม่ต้องใช้ตัวเลขสวย ๆ)
ไม่จำเป็นต้องมีสูตรซับซ้อน ให้ถามคำถามเหล่านี้ตรง ๆ แล้วเขียนคำตอบลงกระดาษ
| คำถาม | สัญญาณอันตราย |
|---|---|
| ถ้าลูกค้ารายนี้หายไปพรุ่งนี้ ธุรกิจยังจ่ายเงินเดือนได้กี่เดือน | ตอบได้สั้นมาก |
| ส่วนใหญ่ของรายได้หรือกำไรมาจากลูกค้ารายนี้หรือไม่ | ใช่ |
| ลูกค้ารายนี้ใช้กำลังผลิตหรือกำลังคนส่วนใหญ่หรือไม่ | ใช่ |
| เรามีเครื่องจักร แม่พิมพ์ หรือสต็อกที่ใช้ได้กับลูกค้ารายนี้เท่านั้นหรือไม่ | ใช่ |
| ลูกค้ากำหนดราคาให้เราหรือเราเป็นผู้เสนอ | ลูกค้ากำหนด |
| ลูกค้าเป็นผู้ถือแบรนด์ ข้อมูลลูกค้าปลายทาง หรือสิทธิในผลงานหรือไม่ | ใช่ |
| ลูกค้าจ่ายช้ากว่ารายอื่นและเราไม่กล้าทวงหรือไม่ | ใช่ |
| ผู้ตัดสินใจฝั่งลูกค้าเป็นบุคคลเดียวที่เปลี่ยนแล้วความสัมพันธ์จะเปลี่ยน | ใช่ |
หากตอบว่าใช่หลายข้อ ท่านอยู่ในภาวะพึ่งพาสูง ซึ่งไม่ได้แปลว่าต้องตกใจ แต่แปลว่าต้องมีแผนสองสามข้อต่อไปนี้ ทั้งในมุมสัญญาและมุมธุรกิจ
ควรทำเป็น รายงานรายไตรมาส ที่ดูสัดส่วนรายได้และกำไรโดยแยกตามลูกค้า ผู้ทำบัญชีจัดให้ได้ง่ายจากข้อมูลที่มีอยู่แล้ว และให้เทียบกับไตรมาสก่อน เพื่อดูแนวโน้มว่าการพึ่งพาเพิ่มหรือลด
2. สัญญาปกป้องสิ่งที่ท่านลงทุนไป
ความเสี่ยงสูงสุดไม่ใช่การสูญเสียลูกค้า แต่คือการสูญเสียลูกค้าหลังจากลงทุนเพื่อเขาไปแล้ว ข้อสัญญาที่ควรขอ
2.1 ระยะเวลาบอกกล่าวก่อนเลิก
ลูกค้ารายใหญ่มักสงวนสิทธิยกเลิกคำสั่งซื้อหรือเลิกสัญญาโดยไม่ต้องมีเหตุและบอกกล่าวสั้นมาก ควรขอ
- ระยะบอกกล่าวล่วงหน้าที่พอให้ปรับกำลังคนและหาลูกค้าทดแทน ยิ่งท่านลงทุนมาก ยิ่งควรยาว
- การจ่ายค่างานที่ทำแล้วและวัสดุที่สั่งไว้จนถึงวันเลิก
- สิทธิเท่ากัน คือผู้ขายเลิกสัญญาโดยบอกกล่าวล่วงหน้าตามสมควรได้ด้วย
ข้อสัญญาที่ให้สิทธิฝ่ายเดียวเลิกได้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรนี้ คือหนึ่งในตัวอย่างที่ พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม มาตรา 4 พูดถึง ใช้เป็นข้อต่อรองได้ แต่ไม่ควรถือเป็นเหตุผลให้ยอมเซ็น
2.2 ปริมาณขั้นต่ำและประมาณการสั่งซื้อ
สัญญาแบบกรอบ (framework) ที่ไม่รับประกันปริมาณมักทำให้ผู้ขายแบกความเสี่ยงทั้งหมด หากท่านต้องจองกำลังผลิตหรือสต็อก ให้ขอ
- ปริมาณสั่งซื้อขั้นต่ำต่อรอบเวลา พร้อมผลเมื่อสั่งต่ำกว่า เช่น จ่ายค่าชดเชยกำลังผลิตที่จองไว้
- ประมาณการการสั่งซื้อล่วงหน้าที่ลูกค้าส่งเป็นระยะ และให้ลูกค้ารับผิดชอบวัสดุที่ผู้ขายสั่งตามประมาณการนั้น
- ข้อกำหนดว่าเมื่อลูกค้ายกเลิกหรือลดคำสั่งซื้อ วัสดุและงานระหว่างทำที่ผลิตเฉพาะลูกค้าต้องซื้อคืน
2.3 การรับซื้อสต็อกคืน
เมื่อท่านซื้อวัตถุดิบหรือผลิตชิ้นงานเฉพาะลูกค้า ควรกำหนดว่าหากลูกค้าเลิกหรือเปลี่ยนแบบ ลูกค้าต้องซื้อวัสดุคงเหลือและงานระหว่างทำในราคาที่ตกลง ไม่เช่นนั้นสต็อกกลายเป็นต้นทุนของท่าน ผลคือเงินที่ควรจ่ายซัพพลายเออร์ ถูกผูกอยู่ในของที่ขายต่อไม่ได้ ดูความสัมพันธ์กับสภาพคล่องในกำไรแต่เงินไม่พอ
2.4 ความเป็นเจ้าของแม่พิมพ์ เครื่องมือ และงานที่พัฒนาร่วมกัน
ใครจ่ายค่าแม่พิมพ์ ใครเป็นเจ้าของ และใครเอาไปใช้กับผู้ผลิตรายอื่นได้ ต้องเขียนไว้ก่อนเริ่มผลิต ถ้าลูกค้าจ่ายค่าแม่พิมพ์ ลูกค้ามักต้องการเป็นเจ้าของและย้ายไปโรงงานอื่นได้ ท่านควรขอให้ลูกค้าจ่ายค่าแม่พิมพ์ที่เกิดจริงหรือผ่อนจ่ายผ่านราคา และชัดเจนว่าสิทธิในกระบวนการและความรู้เฉพาะของท่านยังเป็นของท่าน ดูการเปลี่ยนโรงงาน OEM ที่อธิบายเรื่องนี้จากมุมผู้ว่าจ้าง
2.5 เงื่อนไขการจ่ายเงินและการหักเงิน
ลูกค้ารายใหญ่มักควบคุมวันจ่ายเงินผ่านการตรวจรับและอนุมัติ ทำให้ผู้ขายที่พึ่งพาลูกค้ารายเดียวไม่กล้าทวง ข้อสัญญาที่ควรปรับคือกำหนดจ่ายที่แน่นอน การตรวจรับที่มีกรอบเวลา และการจำกัดการหักเงิน ตามที่อธิบายในคู่มือตรวจสัญญาลูกค้ารายใหญ่ หากลูกค้าไม่จ่ายจริง ดูใบแจ้งหนี้ค้างชำระ
3. ข้อสัญญาผูกขาดและข้อห้ามที่ปิดทางกระจายความเสี่ยง
สัญญากับลูกค้ารายใหญ่บางฉบับมีข้อที่ขัดกับการหาลูกค้าอื่นโดยตรง
- ข้อห้ามขายให้ลูกค้ารายอื่น (exclusivity) ห้ามผลิตหรือขายสินค้าหรือบริการที่คล้ายกันให้รายอื่น
- สิทธิปฏิเสธก่อน (right of first refusal) ต้องเสนอให้ลูกค้ารายนี้ก่อนขายผลิตภัณฑ์ใหม่
- ลูกค้าที่ได้รับราคาดีที่สุด (most favoured customer) ต้องให้ราคาไม่สูงกว่ารายอื่น ซึ่งกดราคาของลูกค้ารายอื่นไปด้วย
- ห้ามติดต่อลูกค้าปลายทาง ห้ามขายตรงต่อผู้ซื้อของลูกค้า
- ข้อห้ามบริการลูกค้าที่เป็นคู่แข่งของลูกค้า
ข้อห้ามเหล่านี้ไม่ได้ผิดกฎหมายโดยอัตโนมัติ คู่สัญญามีเสรีภาพในการตกลง แต่ผลของมันรุนแรงต่อผู้ขายที่เล็กกว่า ควรถามว่า
- ขอบเขตของข้อห้ามกว้างแค่ไหน ครอบคลุมสินค้าทุกชนิดหรือเฉพาะสินค้าที่ทำให้ลูกค้ารายนี้
- ระยะเวลาและพื้นที่ที่ห้ามคือเท่าใด และยังมีผลหลังสัญญาสิ้นสุดหรือไม่
- ลูกค้าให้อะไรตอบแทนที่คุ้มกับการถูกห้าม เช่น ปริมาณสั่งซื้อรับประกัน หรือค่าชดเชย
- หากลูกค้าลดออเดอร์ ข้อห้ามยังมีผลอยู่หรือไม่ ควรขอให้ข้อห้ามหมดผลเมื่อลูกค้าสั่งต่ำกว่าปริมาณที่ตกลง
- ถ้าละเมิดข้อห้ามมีผลอย่างไร ค่าปรับหรือสิทธิเลิกสัญญา
หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีสองส่วน ส่วนแรกคือ พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ซึ่งให้ข้อตกลงในสัญญาสำเร็จรูปที่ได้เปรียบเกินสมควรมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี ส่วนที่สองคือกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ซึ่งข้อตกลงจำกัดการแข่งขันบางลักษณะอาจเข้าข่ายหากมีผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาด การเข้าข่ายหรือไม่ขึ้นอยู่กับอำนาจตลาดและข้อเท็จจริง เรายังไม่ควรสรุปว่าข้อห้ามใดผิดหรือไม่ผิดโดยไม่ตรวจสัญญาและตลาดจริง
เรื่องที่ควรระวังเพิ่มคือ เบี้ยปรับ สำหรับการละเมิดข้อห้าม ศาลลดได้ตามมาตรา 383 หากสูงเกินส่วน แต่ไม่ควรเซ็นโดยหวังพึ่งสิ่งนี้
4. ลูกค้ารายใหญ่ใช้อำนาจต่อรองเกินสมควร: กฎหมายช่วยได้แค่ไหน
เมื่อลูกค้ากดราคา เลื่อนจ่าย หักเงินเกินเหตุ หรือเปลี่ยนเงื่อนไขกลางทาง ผู้ขายมักถามว่ากฎหมายห้ามหรือไม่ คำตอบมีหลายชั้น
- สัญญา ถ้าสัญญากำหนดไว้ ลูกค้าอาจทำได้ตามสัญญา ปัญหาจึงอยู่ที่ตอนเซ็น
- พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ใช้ได้กับสัญญาสำเร็จรูปและข้อที่ได้เปรียบเกินสมควร ให้ศาลบังคับได้เท่าที่เป็นธรรม
- พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57 เกี่ยวกับการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) เผยแพร่แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับธุรกิจบางประเภท เช่น ค้าส่งค้าปลีก ผู้ที่เห็นว่าได้รับผลกระทบต้องดูว่าพฤติกรรมตรงกับแนวทางและมีผลกระทบตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ควรตรวจประกาศและแนวทางฉบับล่าสุดจากเว็บไซต์ของสำนักงานก่อนอ้างอิง
ทั้งสองทางไม่ใช่เครื่องมือหลัก ทั้งสองทางใช้เวลา ต้องมีหลักฐาน และอาจทำให้ความสัมพันธ์กับลูกค้าสิ้นสุด ผู้ขายที่พึ่งพาลูกค้ารายเดียวมักไม่อยากเสี่ยงเช่นนั้น วิธีที่ได้ผลกว่าคือสร้างอำนาจต่อรองผ่านลูกค้ารายอื่นและข้อสัญญาที่ดีตั้งแต่ต้น
5. กระจายความเสี่ยงโดยไม่ผิดสัญญา
ลำดับที่แนะนำ
- อ่านสัญญาเดิมก่อน ตรวจข้อห้ามขายรายอื่น ข้อห้ามติดต่อลูกค้าปลายทาง ข้อลับ และสิทธิของลูกค้าในแบบและแม่พิมพ์ ก่อนติดต่อลูกค้าใหม่
- แยกสิ่งที่เป็นของท่านออกจากสิ่งที่เป็นของลูกค้า ความรู้ กระบวนการ และเครื่องมือทั่วไปของท่านนำไปใช้กับรายอื่นได้ แต่แบบ ข้อมูลลับ และแม่พิมพ์ของลูกค้านำไปใช้ไม่ได้
- กันกำลังผลิตหรือกำลังคนส่วนหนึ่งสำหรับลูกค้ารายอื่นอย่างจงใจ แม้ลูกค้ารายใหญ่จะขอเต็มกำลัง
- หาลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ใช้ความสามารถเดียวกัน หรือขยายไปบริการเสริม ดูเลือกกลุ่มลูกค้าธุรกิจ B2B ที่เปรียบเทียบลูกค้าภาครัฐ องค์กรใหญ่ SME และลูกค้าต่างประเทศ
- เปลี่ยนโมเดลรายได้ เช่น สัญญารายเดือนหรือบริการหลังการขาย เพื่อให้รายได้คาดการณ์ได้ ดูคู่มือโมเดลธุรกิจสำหรับ SME
- ตั้งเป้าหมายและติดตาม กำหนดเป้าหมายการกระจายเป็นลายลักษณ์อักษร ทบทวนทุกไตรมาส
หากลูกค้ารายใหญ่เป็นตัวแทนจำหน่ายหรือคู่ค้าที่ท่านขายผ่าน และต้องเลิกความสัมพันธ์ ดูการเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่าย
6. เมื่อลูกค้ารายใหญ่ลดออเดอร์หรือขอเปลี่ยนเงื่อนไข
เตรียมตัวไว้ก่อนว่าจะเกิดสิ่งนี้ ลำดับการรับมือ
- ขอเป็นหนังสือ ขอให้ลูกค้าแจ้งการเปลี่ยนแปลงและเหตุผลเป็นอีเมลหรือหนังสือ
- ตรวจสัญญา ลูกค้าทำได้ตามสัญญาหรือไม่ มีระยะบอกกล่าว ปริมาณขั้นต่ำ หรือการซื้อสต็อกคืนหรือไม่
- รวบรวมภาระที่ผูกอยู่ ใบสั่งซื้อที่ออกแล้ว วัสดุที่สั่งไว้ งานระหว่างทำ แม่พิมพ์ และสัญญาจ้างที่ผูกกับลูกค้ารายนี้
- คำนวณจุดที่ยังมีกำไรของเงื่อนไขใหม่ ก่อนตอบ
- เสนอข้อแลกเปลี่ยน เช่น ราคาที่ลดแลกกับปริมาณขั้นต่ำหรือระยะสัญญายาวขึ้น
- ดำเนินแผนกระจายลูกค้าทันที ไม่รอให้ยอดหาย
- ถ้ามีการผิดสัญญา เช่น ยกเลิกโดยไม่แจ้งตามสัญญา หรือไม่ชำระค่างานที่ทำแล้ว ให้ส่งหนังสือแจ้งตามสัญญาและขอคำปรึกษา ดูหนังสือทวงถาม
ระวังอย่าแสดงทีท่าที่ทำให้ลูกค้ามีเหตุเลิกสัญญา เช่น ชะลอการส่งมอบเป็นการตอบโต้โดยไม่มีสิทธิตามสัญญา
7. ตัวอย่างข้อสัญญาป้องกัน
ตัวอย่างประกอบ ต้องปรับให้เข้ากับธุรกรรมจริง
ข้อ ... การเลิกสัญญาและภาระที่ค้างอยู่
(1) คู่สัญญาฝ่ายใดประสงค์เลิกสัญญานี้โดยไม่มีเหตุผิดสัญญา
ต้องบอกกล่าวเป็นหนังสืออย่างน้อย ... วัน
(2) เมื่อสัญญาสิ้นสุด ผู้ซื้อตกลงชำระ (ก) ค่าสินค้าและงานที่ส่งมอบหรือทำเสร็จแล้ว
(ข) ค่าวัสดุและงานระหว่างทำที่ผู้ขายสั่งหรือผลิตตามใบสั่งซื้อหรือประมาณการที่ผู้ซื้อส่งให้
ในราคาทุนตามหลักฐาน และ (ค) ค่าใช้จ่ายส่วนที่ยังไม่คุ้มทุนของแม่พิมพ์
ตามเอกสารแนบ ... ผู้ซื้อมีสิทธิรับมอบสิ่งที่ชำระเงินแล้ว
(3) ข้อห้ามขายให้ผู้อื่นตามข้อ ... สิ้นผลเมื่อผู้ซื้อสั่งซื้อต่ำกว่าปริมาณขั้นต่ำ
ในสองรอบติดต่อกัน
ตัวอย่างนี้ไม่ได้รับประกันว่าลูกค้ารายใดจะยอมรับ ผลจริงของแต่ละข้อขึ้นอยู่กับอำนาจต่อรองและข้อเท็จจริงของธุรกิจ
8. เช็กลิสต์ลดการพึ่งพาลูกค้ารายเดียว
- ทำรายงานสัดส่วนรายได้และกำไรแยกตามลูกค้า และทบทวนทุกไตรมาส
- ตอบแล้วว่าถ้าลูกค้ารายใหญ่หายไป ธุรกิจอยู่ได้กี่เดือน
- สัญญามีระยะบอกกล่าวก่อนเลิกที่สมเหตุสมผล และจ่ายค่างานกับวัสดุที่สั่งไว้
- มีปริมาณสั่งซื้อขั้นต่ำหรือค่าชดเชยกำลังผลิตที่จอง หากลงทุนเฉพาะลูกค้า
- มีข้อซื้อสต็อกคืนและงานระหว่างทำที่ผลิตเฉพาะ
- ความเป็นเจ้าของแม่พิมพ์ เครื่องมือ และความรู้ของแต่ละฝ่ายเขียนไว้ชัด
- ตรวจแล้วว่ามีข้อห้ามขายรายอื่น ข้อสิทธิปฏิเสธก่อน หรือข้อราคาดีที่สุดหรือไม่ และต่อรองขอบเขตแล้ว
- กำหนดวันจ่ายแน่นอน การตรวจรับมีกรอบเวลา และจำกัดการหักเงิน
- กันกำลังผลิตหรือกำลังคนส่วนหนึ่งสำหรับลูกค้ารายอื่น
- มีแผนติดต่อกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ไม่ขัดสัญญาเดิม
อ่านเพิ่มเติม
- ตรวจสัญญาลูกค้ารายใหญ่ก่อนเซ็น ข้อสัญญาเรื่องการจ่ายเงิน เบี้ยปรับ ความรับผิด และการเลิกสัญญา
- ลูกค้ารายใหญ่ขอให้รับงานในนามบริษัท สำหรับฟรีแลนซ์และผู้ประกอบการรายเล็กที่ต้องปรับรูปแบบธุรกิจ
- ใบแจ้งหนี้ค้างชำระจากลูกค้าธุรกิจ เมื่อลูกค้ารายใหญ่ไม่จ่าย
- เลิกสัญญาตัวแทนจำหน่าย เมื่อความสัมพันธ์การค้าสิ้นสุด
- เลือกกลุ่มลูกค้าธุรกิจ B2B ทางเลือกในการกระจายกลุ่มลูกค้า
- เปลี่ยนโรงงาน OEM ความเป็นเจ้าของแม่พิมพ์และสูตร
การมีลูกค้ารายใหญ่ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือการลงทุนเพื่อเขาโดยไม่มีข้อสัญญาป้องกัน ควรเจรจาระยะบอกกล่าว ปริมาณขั้นต่ำ และการซื้อสต็อกคืนก่อนลงทุน และกระจายลูกค้าไปพร้อมกัน
เราช่วย SME ตรวจสัญญากับลูกค้ารายใหญ่ ระบุข้อที่ควรแก้ จัดทำข้อเสนอแก้ไข และจัดทำหนังสือทวงถามหรือหนังสือแจ้งเมื่อมีการผิดสัญญา ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ สัญญาและเอกสาร และ หนังสือทวงถาม
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

