ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

เป็นทั้งกรรมการและลูกจ้างของบริษัท ถูกถอดจากตำแหน่งหนึ่ง อีกตำแหน่งสิ้นสุดด้วยหรือไม่

ถอดกรรมการไม่ได้ทำให้สัญญาจ้างสิ้นสุดเอง และเลิกจ้างก็ไม่ได้ถอดกรรมการหรือโอนหุ้น แยกสี่สถานะ กรรมการ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้น ผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมเช็กลิสต์ก่อนเปลี่ยนบทบาทหรือเลิกจ้าง

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ7 พฤศจิกายน 256912 นาที
เป็นทั้งกรรมการและลูกจ้างของบริษัท ถูกถอดจากตำแหน่งหนึ่ง อีกตำแหน่งสิ้นสุดด้วยหรือไม่

คำตอบหลัก

ไม่ ตำแหน่งหนึ่งสิ้นสุดไม่ทำให้อีกตำแหน่งสิ้นสุดเอง ความเป็นกรรมการ ความเป็นลูกจ้าง ความเป็นผู้ถือหุ้น และความเป็นผู้มีอำนาจลงนามเป็นสี่สถานะที่มีที่มาและขั้นตอนคนละชุด คนหนึ่งอาจถือทั้งสี่อยู่พร้อมกัน แต่เมื่อจะเปลี่ยนสถานะใดต้องทำตามขั้นตอนของสถานะนั้นแยกกัน

การถอดกรรมการต้องมีมติที่ประชุมใหญ่ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1151) ส่วนการเลิกจ้างต้องทำตามกฎหมายแรงงาน คือบอกกล่าวล่วงหน้า จ่ายค่าชดเชย และไม่ให้เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม หุ้นยังอยู่กับเจ้าของเดิมจนกว่าจะโอนกัน อำนาจลงนามเปลี่ยนที่ทะเบียนและที่ธนาคาร

ข้อที่ต้องตรวจก่อนทุกครั้งคือ คนนี้เป็น "ลูกจ้าง" ตามกฎหมายจริงหรือไม่ เพราะกรรมการบางคนรับเงินเดือนแต่ไม่ได้อยู่ใต้การบังคับบัญชาของใคร ผลของการเลิกจ้างจึงต่างกันมาก

1. สี่สถานะ แยกอย่างไร

สถานะได้มาจากสิ้นสุดด้วยหลักฐานที่ดู
กรรมการมติที่ประชุมใหญ่ตั้ง ตามข้อบังคับถูกถอนโดยที่ประชุมใหญ่ ลาออก หรือครบวาระมติ ทะเบียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
ลูกจ้างสัญญาจ้างแรงงาน (มาตรา 575)เลิกสัญญา ลาออก ครบกำหนด หรือเลิกจ้างสัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน ประกันสังคม
ผู้ถือหุ้นถือหุ้นจากการจัดตั้งหรือการโอนโอนหุ้น หรือเหตุอื่นตามกฎหมายทะเบียนผู้ถือหุ้น หนังสือบริคณห์สนธิ สัญญาผู้ถือหุ้น
ผู้มีอำนาจลงนามหนังสือรับรองบริษัท มติกรรมการ และใบมอบอำนาจธนาคารแก้ไขที่ทะเบียนและที่ธนาคารแยกกันหนังสือรับรอง ใบเปิดบัญชี ตัวอย่างลายมือชื่อ

อย่างหนึ่งที่มักสับสนคือ "ตำแหน่ง" ที่เรียกกันในบริษัท เช่น กรรมการผู้จัดการ ผู้อำนวยการ หัวหน้าฝ่าย บางตำแหน่งเป็นชื่อในโครงสร้างงาน ไม่ใช่กรรมการตามกฎหมายเสมอไป ต้องดูทะเบียนว่าเขามีชื่อเป็นกรรมการหรือไม่

2. ถอดกรรมการ ทำอย่างไร

มาตรา 1151 บัญญัติว่า "อันผู้เป็นกรรมการนั้น เฉพาะแต่ที่ประชุมใหญ่เท่านั้นอาจจะตั้งหรือถอนได้" ศาลฎีกาในคำพิพากษาฎีกาที่ 12046/2547 วินิจฉัยว่าถ้าข้อบังคับให้ที่ประชุมใหญ่ตั้งกรรมการแต่ไม่ได้พูดถึงการถอด ก็ต้องใช้หลักตามมาตรา 1151 และที่ประชุมใหญ่ถอดกรรมการได้ แม้ก่อนหน้านั้นเคยมีมติตั้งให้เป็นกรรมการตลอดไป เมื่อกฎหมายให้ที่ประชุมใหญ่เท่านั้นเป็นผู้ถอน กรรมการที่เหลือจึงลงมติถอดกันเองไม่ได้ ต้องไปที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น

  • ตรวจข้อบังคับว่ากำหนดองค์ประชุมและเสียงข้างมากไว้อย่างไร
  • ส่งหนังสือนัดประชุมให้ถูกต้อง และระบุเรื่องถอดกรรมการเป็นวาระโดยเฉพาะ ศาลฎีกาในคำพิพากษาฎีกาที่ 3413/2560 วินิจฉัยว่าการถอดกรรมการเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ถือหุ้นควรทราบล่วงหน้า การลงมติถอดในวาระ "เรื่องอื่น ๆ" โดยหนังสือนัดประชุมไม่ได้ระบุเรื่องนี้ไว้ เป็นการลงมตินอกวาระและไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  • ถ้าบริษัทมีผู้ถือหุ้นไม่กี่คนและคนที่จะถูกถอดถือหุ้นมาก ให้ดูก่อนว่าเสียงในที่ประชุมพอหรือไม่ และมีสัญญาผู้ถือหุ้นที่จำกัดสิทธิถอดหรือไม่

การที่กรรมการลาออกเป็นอีกทางหนึ่ง มาตรา 1153/1 กำหนดให้กรรมการยื่นใบลาออกต่อบริษัท และการลาออกมีผลนับแต่วันที่ใบลาออกไปถึงบริษัท ไม่ต้องรอจดทะเบียน ก่อนมีบทบัญญัตินี้ ศาลฎีกาในคำพิพากษาฎีกาที่ 2203/2547 ก็ถือว่าการลาออกมีผลทันทีเมื่อแสดงเจตนาต่อบริษัท โดยใช้หลักตัวแทน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังต้องจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงกรรมการตามมาตรา 1157 เพื่อให้ทะเบียนตรงกับความจริง

3. เลิกจ้าง เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง

ถ้าคนนี้เป็นลูกจ้าง การเลิกจ้างต้องทำตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

บอกกล่าวล่วงหน้า (มาตรา 17) สัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ทั้งนายจ้างและลูกจ้างบอกเลิกได้โดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือ ในเมื่อถึงหรือก่อนถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่ง เพื่อให้มีผลเมื่อถึงกำหนดจ่ายคราวถัดไป และไม่ต้องบอกล่วงหน้าเกินสามเดือน นายจ้างอาจจ่ายค่าจ้างตามจำนวนที่ต้องจ่ายจนถึงวันเลิกสัญญาตามที่บอกกล่าวและให้ออกทันทีได้ ถ้าเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าว มาตรา 17/1 ให้จ่ายค่าจ้างเท่าที่ควรได้รับจนถึงวันที่การเลิกสัญญามีผล

ค่าชดเชย (มาตรา 118) ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างและทำงานติดต่อกันครบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดได้ค่าชดเชยตามอัตราสุดท้าย

อายุงานต่อเนื่องค่าชดเชยไม่น้อยกว่า (ค่าจ้างอัตราสุดท้าย)
ครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี30 วัน
ครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี90 วัน
ครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี180 วัน
ครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี240 วัน
ครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี300 วัน
ครบ 20 ปีขึ้นไป400 วัน

เหตุที่ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย (มาตรา 119) ได้แก่ ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ประมาทเลินเล่อจนเสียหายร้ายแรง ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมหลังเตือนเป็นหนังสือ (เว้นกรณีร้ายแรง) ละทิ้งหน้าที่สามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด และนายจ้างต้องระบุข้อเท็จจริงของเหตุไว้ในหนังสือเลิกจ้างหรือแจ้งตอนเลิกจ้าง ไม่เช่นนั้นยกขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้

เพียงแค่ "ไม่พอใจที่เขาเป็นกรรมการแล้วขัดแย้งกับเรา" ไม่ใช่เหตุตามมาตรา 119 ถ้าเลิกจ้างด้วยเหตุแบบนี้ ลูกจ้างยังได้ค่าชดเชย และอาจฟ้องว่าเลิกจ้างไม่เป็นธรรมต่อศาลแรงงานได้ตามพ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 ซึ่งศาลอาจสั่งให้จ่ายค่าเสียหายแทนการกลับเข้าทำงานหรือให้กลับเข้าทำงาน

4. กรรมการเป็น "ลูกจ้าง" จริงหรือไม่

สัญญาจ้างแรงงานตามมาตรา 575 คือสัญญาที่ลูกจ้างตกลงทำงานให้นายจ้าง และนายจ้างตกลงให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้ แนวคิดที่ศาลใช้โดยทั่วไปมองที่ข้อเท็จจริง ไม่ใช่ชื่อเอกสาร ได้แก่

  • การบังคับบัญชา มีใครสั่งงาน กำหนดเวลา ประเมินผล หรือไม่ ถ้าเขาเป็นผู้กำหนดนโยบายของบริษัทเองโดยไม่มีใครสั่ง น้ำหนักจะไปทางกรรมการมากกว่าลูกจ้าง
  • ค่าจ้าง จ่ายเป็นเงินเดือนประจำ มีสลิป หักภาษีและประกันสังคมหรือไม่ หรือเป็นเพียงเงินที่เจ้าของดึงจากบริษัท
  • สัญญาจ้างและระเบียบ มีสัญญาจ้าง ข้อบังคับการทำงาน การลา การเข้าออกงานหรือไม่
  • ตำแหน่งในบริษัท คนที่เป็นกรรมการและมีหน้าที่จัดการบริษัทมักถูกมองเป็นผู้แสดงเจตนาแทนนายจ้างมากกว่า

ศาลฎีกามีคำพิพากษาหลายเรื่องที่คู่ความเป็นกรรมการแต่ขอสิทธิอย่างลูกจ้าง เช่น ค่าชดเชย บางเรื่องศาลถือว่าเป็นลูกจ้าง บางเรื่องถือว่ากรรมการทำหน้าที่แทนนายจ้าง ผลจึงต่างกันไปตามข้อเท็จจริง คู่มือนี้จึงไม่สรุปเป็นกฎตายตัว อย่าตั้งสมมติฐานว่า "เป็นกรรมการแล้วย่อมไม่ใช่ลูกจ้าง" หรือ "รับเงินเดือนแล้วย่อมเป็นลูกจ้าง"

5. เงินเดือน กับ ค่าตอบแทนกรรมการ

สองอย่างนี้มีฐานคนละอย่าง เงินเดือนตามสัญญาจ้างจ่ายตามที่ตกลง ส่วนค่าตอบแทนกรรมการขึ้นกับข้อบังคับและมติของบริษัท เมื่อถอดกรรมการ ค่าตอบแทนกรรมการหยุดไปตามมติ แต่เงินเดือนของลูกจ้างยังต้องจ่ายต่อจนกว่าสัญญาจ้างจะสิ้นสุดอย่างถูกต้อง

  • ตรวจว่าที่ผ่านมาจ่ายอะไรในชื่อเงินเดือน และอะไรในชื่อค่าตอบแทนกรรมการ ถ้ารวมกันเป็นก้อนเดียวโดยไม่แยก จะอธิบายยากเมื่อเกิดข้อพิพาท
  • เรื่องภาษีและประกันสังคมของแต่ละส่วนให้ปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนปรับโครงสร้าง (ตรวจเรื่องภาษีบัญชี)

6. หุ้น ไม่หายไปไหน

การพ้นจากกรรมการหรือถูกเลิกจ้างไม่ได้ทำให้หุ้นที่ถืออยู่ถูกโอนหรือริบ ถ้าบริษัทหรือผู้ถือหุ้นอื่นต้องการให้เขาออกจากการเป็นผู้ถือหุ้นด้วย ต้องมีการซื้อขายหรือโอนหุ้นตามข้อบังคับ สัญญาผู้ถือหุ้น หรือข้อตกลงใหม่ และจดทะเบียนในทะเบียนผู้ถือหุ้นให้ครบ ในทางกลับกัน ถ้าเขายังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เขาจะยังมีเสียงในที่ประชุมใหญ่ซึ่งอาจตั้งตัวเองกลับเป็นกรรมการได้ จึงควรประเมินเรื่องนี้ก่อนลงมติถอด

ถ้าเป็นบริษัทครอบครัวหรือมีผู้ถือหุ้นร่วมกันหลายคน ดู ธุรกิจครอบครัว: แบ่งบทบาท ค่าตอบแทน และกติกาตัดสินใจ ประกอบ

7. อำนาจลงนาม ต้องแก้ที่ทะเบียนและที่ธนาคารแยกกัน

อำนาจลงนามผูกพันบริษัทระบุไว้ในหนังสือรับรองบริษัทที่ DBD เมื่อเปลี่ยนกรรมการ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1157 ให้บริษัทนำความไปจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง ในคำพิพากษาฎีกาที่ 1328/2535 ที่ประชุมใหญ่มีมติให้กรรมการสองคนพ้นตำแหน่ง แต่หนังสือรับรองบริษัทยังมีชื่อทั้งสองและไม่มีการจดทะเบียนถอนชื่อ ศาลฎีกาจึงถือว่าทั้งสองยังไม่พ้นจากการเป็นกรรมการ

ธนาคารไม่ได้อัปเดตตามทะเบียนอัตโนมัติ ต้องแจ้งธนาคารด้วยมติหรือหนังสือแต่งตั้งผู้มีอำนาจเบิกถอนใหม่ และตัวอย่างลายมือชื่อ โดยแต่ละธนาคารมีแบบฟอร์มของตน ตราประทับบริษัท (ถ้ามี) บัตรรหัสธนาคารออนไลน์ และใบมอบอำนาจที่เคยให้ไว้ ต้องเก็บคืนหรือยกเลิกเช่นกัน

8. ส่งมอบงาน ต้องส่งอะไรบ้าง

ดูรายการละเอียดใน กรรมการลาออกแล้ว ต้องส่งมอบอะไร สรุปสำหรับกรณีนี้

  • ธนาคาร ผู้มีอำนาจลงนาม โทเคน บัตร อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง
  • ตราประทับบริษัท (ถ้ามี) สมุดทะเบียน เอกสารสำคัญ สัญญาที่กำลังดำเนินการ
  • บัญชีอีเมลบริษัท ระบบบัญชี คลาวด์ โดเมน เว็บไซต์ แพลตฟอร์มโฆษณา
  • ใบมอบอำนาจที่เคยออกให้เขา และที่เขาเคยออกให้คนอื่น
  • ทรัพย์สินที่เขาถือไว้ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ รถ บัตรเครดิตบริษัท
  • เจ้าหนี้และลูกหนี้ที่เขาเป็นผู้ติดต่อหลัก และการแจ้งคู่ค้า
  • ถ้าเขาเป็นผู้ให้ค้ำประกันหนี้ของบริษัท ต้องเจรจากับเจ้าหนี้แยกต่างหาก ดู กรรมการลาออก ขายหุ้นแล้ว ยังรับผิดตามสัญญาค้ำประกันหรือไม่

9. สามรูปแบบบริษัท ประเด็นต่างกันอย่างไร

บริษัทที่จ้างผู้จัดการมืออาชีพ ผู้จัดการอาจเป็นกรรมการด้วยหรือเป็นเพียงลูกจ้าง ถ้าเป็นกรรมการด้วย ควรเขียนในสัญญาจ้างและมติให้ชัดว่าการพ้นกรรมการมีผลต่อสัญญาจ้างอย่างไร จะเป็นเหตุเลิกจ้างได้หรือไม่ และค่าตอบแทนส่วนใดหยุด เพราะถ้าไม่เขียนไว้ การถอดกรรมการอย่างเดียวไม่ทำให้สัญญาจ้างสิ้นสุด

บริษัทครอบครัว ผู้ก่อตั้งหรือญาติมักเป็นทั้งกรรมการ ผู้ถือหุ้น และรับเงินเดือน ควรแยกเอกสารและเงินแต่ละอย่าง และตกลงเรื่องการออกจากบทบาทไว้ล่วงหน้าในสัญญาผู้ถือหุ้นหรือข้อตกลงครอบครัว เพราะเมื่อเกิดความขัดแย้ง ความเป็นญาติทำให้การเลิกจ้างอย่างเป็นธรรมยากขึ้น

บริษัทลูกของบริษัทต่างชาติ กรรมการหรือผู้บริหารต่างชาติอาจได้รับการแต่งตั้งโดยบริษัทแม่ ใบอนุญาตทำงานอาจผูกกับตำแหน่งและนายจ้าง เมื่อพ้นตำแหน่งหรือสิ้นสุดการจ้าง ต้องตรวจว่าต้องแจ้งหรือแก้ไขใบอนุญาตและวีซ่าหรือไม่ (ดู เปลี่ยนนายจ้าง เปลี่ยนตำแหน่ง) และบริษัทแม่ต้องแต่งตั้งผู้แทนใหม่ตามเอกสารของกลุ่ม ผู้บริหารที่ได้รับค่าตอบแทนจากทั้งสองบริษัทต้องตรวจว่าใครเป็นนายจ้างจริง

10. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ถอดกรรมการด้วยมติคณะกรรมการ ทั้งที่มาตรา 1151 ให้ที่ประชุมใหญ่เท่านั้น
  • คิดว่าเลิกจ้างแล้วเขาพ้นจากกรรมการ หรือถอดกรรมการแล้วไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
  • ไม่จดทะเบียนเปลี่ยนกรรมการภายใน 14 วัน หรือจดทะเบียนแล้วแต่ไม่แจ้งธนาคาร
  • ให้ออกด้วยวาจา ไม่มีหนังสือเลิกจ้างระบุเหตุ ทำให้ยกเหตุตามมาตรา 119 ภายหลังไม่ได้
  • ปล่อยให้เขายังเข้าระบบ อีเมล หรือบัญชีธนาคารหลังพ้นตำแหน่ง
  • สับสนเงินเดือนกับเงินที่เจ้าของเบิกจากบริษัท ดู เงินเดือน เงินปันผล เงินยืมของเจ้าของ

11. เช็กลิสต์ก่อนเปลี่ยนบทบาท เลิกจ้าง หรือส่งมอบงาน

  • ระบุให้ชัดว่าเขามีสถานะใดบ้าง กรรมการ ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้น ผู้มีอำนาจลงนาม และตำแหน่งที่ใช้เรียกในองค์กร
  • ตรวจข้อบังคับ สัญญาผู้ถือหุ้น และสัญญาจ้างว่าพูดถึงการพ้นตำแหน่งไว้อย่างไร
  • ประเมินว่าเขาเป็นลูกจ้างตามมาตรา 575 หรือไม่ จากค่าจ้าง การบังคับบัญชา และการทำงานจริง
  • ถ้าจะถอดกรรมการ เตรียมหนังสือนัดประชุมใหญ่ที่ครบถ้วนและมติ
  • ถ้าจะเลิกจ้าง ตรวจเหตุตามมาตรา 119 คำนวณบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 และค่าชดเชยตามมาตรา 118
  • ทำหนังสือเลิกจ้างที่ระบุข้อเท็จจริงของเหตุ
  • จดทะเบียนเปลี่ยนกรรมการภายใน 14 วัน (มาตรา 1157)
  • แจ้งธนาคารเปลี่ยนผู้มีอำนาจลงนาม ตัวอย่างลายมือชื่อ และรหัสออนไลน์
  • เรียกคืนทรัพย์สิน ตราประทับ เอกสาร และปิดสิทธิเข้าระบบ
  • ตกลงเรื่องหุ้น ถ้าจะให้ออกจากผู้ถือหุ้นด้วย และเรื่องการค้ำประกัน
  • ถ้าเป็นชาวต่างชาติ ตรวจใบอนุญาตทำงานและวีซ่า
  • แจ้งคู่ค้า ลูกค้า และทีมงานถึงผู้รับหน้าที่ต่อ

อ่านเพิ่มเติม

ถอดกรรมการ เลิกจ้าง โอนหุ้น และเปลี่ยนผู้มีอำนาจลงนามเป็นสี่ขั้นตอนแยกกัน ต้องตัดสินใจและทำเอกสารให้ครบทุกขั้นตอนที่ตั้งใจจะทำ ไม่ใช่หวังให้ขั้นหนึ่งพาอีกขั้นไปด้วย

เราช่วยตรวจสถานะของบุคคลนั้นทั้งสี่ด้าน วางลำดับขั้นตอนถอดกรรมการและเลิกจ้าง ร่างหนังสือนัดประชุมใหญ่ มติ หนังสือเลิกจ้าง และดูแลการจดทะเบียนและการส่งมอบ ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ งานเลขานุการบริษัท งานแรงงานและการปฏิบัติตามกฎหมาย และ ที่ปรึกษากฎหมายประจำบริษัท


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

ถอดผู้ถือหุ้นรายหนึ่งออกจากการเป็นกรรมการแล้ว สัญญาจ้างของเขาสิ้นสุดโดยอัตโนมัติหรือไม่+

ไม่ การเป็นกรรมการกับการเป็นลูกจ้างเป็นคนละความสัมพันธ์ ถ้าเขาเป็นลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงานจริง การสิ้นสุดของสัญญาจ้างต้องเป็นไปตามกฎหมายแรงงาน เช่น บอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 และจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ส่วนการถอดกรรมการเป็นเรื่องของที่ประชุมใหญ่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1151

ใครมีอำนาจถอดกรรมการบริษัทจำกัด+

ตามมาตรา 1151 เฉพาะที่ประชุมใหญ่เท่านั้นที่ตั้งหรือถอนกรรมการได้ กรรมการด้วยกันจึงลงมติถอดเพื่อนกรรมการเองไม่ได้ ศาลฎีกาในคำพิพากษาฎีกาที่ 12046/2547 วินิจฉัยว่าเมื่อข้อบังคับให้ที่ประชุมใหญ่ตั้งกรรมการแต่ไม่ได้กำหนดเรื่องการถอด ต้องใช้มาตรา 1151 และที่ประชุมใหญ่ถอดกรรมการได้ แม้เคยมีมติตั้งให้เป็นกรรมการตลอดไป ควรตรวจข้อบังคับของบริษัทและหนังสือนัดประชุมให้ถูกต้องก่อนลงมติ

ถอดหรือลาออกจากกรรมการแล้ว หุ้นที่ถืออยู่หายไปหรือไม่+

ไม่ สถานะผู้ถือหุ้นเป็นเรื่องความเป็นเจ้าของหุ้น จะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อมีการโอนหุ้นตามขั้นตอนที่กฎหมายและข้อบังคับกำหนด หรือมีเหตุอื่นตามกฎหมาย การพ้นตำแหน่งกรรมการหรือถูกเลิกจ้างไม่ทำให้หุ้นถูกริบหรือโอนเอง เว้นแต่มีสัญญาผู้ถือหุ้นที่ตกลงเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้า ซึ่งต้องตรวจเงื่อนไขและความสมบูรณ์ของสัญญานั้นเป็นรายกรณี

เปลี่ยนกรรมการแล้วต้องจดทะเบียนภายในเมื่อไร+

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1157 กำหนดว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ ให้บริษัทนำความไปจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง ในระหว่างที่ยังไม่จดทะเบียน บุคคลภายนอกมักยึดทะเบียนเป็นหลัก จึงไม่ควรปล่อยให้ค้าง

กรรมการที่เป็นผู้จัดการ เป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงานเสมอหรือไม่+

ไม่เสมอ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่ามีลักษณะสัญญาจ้างแรงงานตามมาตรา 575 หรือไม่ คือทำงานให้บริษัทโดยได้รับค่าจ้างตลอดเวลาที่ทำงาน และอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของนายจ้าง ถ้าเขาเป็นผู้ตัดสินใจสูงสุดของบริษัทเอง ไม่มีใครสั่งเขา ศาลอาจไม่ถือว่าเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน ควรดูทั้งสัญญา เอกสารเงินเดือน และการทำงานจริง

บริษัทลูกของบริษัทต่างชาติ ต้องทำอะไรเพิ่มเมื่อกรรมการต่างชาติพ้นตำแหน่ง+

นอกจากถอดกรรมการและจดทะเบียนตามปกติ ควรตรวจว่าเขาถือใบอนุญาตทำงานที่ผูกกับตำแหน่งหรือไม่ และต้องแจ้งหรือแก้ไขใบอนุญาตหรือไม่ รวมถึงเรื่องหนังสือมอบอำนาจจากบริษัทแม่ และคำสั่งภายในกลุ่ม รายละเอียดขึ้นอยู่กับประเภทใบอนุญาตและสิทธิที่ได้รับ ควรตรวจเอกสารจริงก่อนดำเนินการ

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา