ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

เจ้าของบริษัทจะรับเงินจากบริษัทอย่างไร: เงินเดือน เงินปันผล เงินทดรอง และเงินกู้ต่างกันอย่างไร

เงินในบัญชีบริษัทไม่ใช่เงินของเจ้าของ แม้เจ้าของจะถือหุ้นเกือบทั้งหมด คู่มือนี้แยกสี่ทางที่เจ้าของรับเงินจากบริษัทได้ เหตุผล เอกสาร และผู้อนุมัติของแต่ละทาง เงื่อนไขกฎหมายบริษัทก่อนจ่ายเงินปันผล และสิ่งที่ต้องรวบรวมเมื่อบัญชีบริษัทจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนตัวไปแล้ว

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ5 พฤศจิกายน 256913 นาที
เจ้าของบริษัทจะรับเงินจากบริษัทอย่างไร: เงินเดือน เงินปันผล เงินทดรอง และเงินกู้ต่างกันอย่างไร

ในบริษัทขนาดเล็ก เจ้าของมักใช้บัญชีบริษัทเหมือนกระเป๋าเงินอีกใบ เติมเงินเข้าเมื่อบริษัทขาด ถอนออกเมื่อต้องใช้ จ่ายค่าบ้าน ค่ารถ หรือค่าเรียนลูกจากบัญชีเดียวกัน เพราะคิดว่า "บริษัทก็เป็นของเรา" ปัญหาจะปรากฏตอนปิดงบ เมื่อผู้สอบบัญชีพบยอด "ลูกหนี้กรรมการ" ก้อนใหญ่ ตอนสรรพากรถามที่มาของรายการ หรือตอนมีผู้ถือหุ้นอีกคนที่ไม่เห็นด้วย

คู่มือนี้เขียนสำหรับเจ้าของบริษัทไทยที่ต้องจัดการเงินในชีวิตประจำวัน ถ้าคุณเป็นบริษัทแม่ต่างชาติที่ต้องการนำกำไรออกจากบริษัทลูกในไทย ดูคู่มือโครงสร้างบริษัทลูกในไทยและการนำกำไรกลับ แทน

คำตอบหลัก

บริษัทจำกัดเป็นนิติบุคคลแยกจากผู้ถือหุ้น เงินในบัญชีบริษัทเป็นของบริษัท แม้บริษัทจะมีเจ้าของตัวจริงเพียงคนเดียวก็ตาม เจ้าของรับเงินจากบริษัทได้สี่ทางหลัก แต่ละทางมีเหตุผล เอกสาร และผู้อนุมัติต่างกัน

ทางเหตุผลที่รับเงินเอกสารหลักผู้อนุมัติ
เงินเดือนหรือบำเหน็จกรรมการทำงานให้บริษัท หรือเป็นกรรมการสัญญาจ้างหรือมติ รายการจ่ายเงินเดือน หลักฐานหักภาษีบำเหน็จกรรมการ ที่ประชุมใหญ่ (มาตรา 1150) เงินเดือนพนักงาน ตามอำนาจที่บริษัทกำหนด
เงินปันผลผลตอบแทนจากหุ้นเมื่อบริษัทมีกำไรงบการเงิน มติที่ประชุมใหญ่ หนังสือแจ้งผู้ถือหุ้นที่ประชุมใหญ่ หรือกรรมการสำหรับเงินปันผลระหว่างกาล (มาตรา 1201)
เงินทดรองหรือเงินเบิกคืนจ่ายค่าใช้จ่ายของบริษัทแทน หรือรับเงินไปใช้ในงานบริษัทใบเสร็จในชื่อบริษัท ใบเบิก ใบเคลียร์เงินทดรองผู้มีอำนาจอนุมัติรายจ่าย
เงินกู้บริษัทกู้จากเจ้าของ หรือเจ้าของกู้จากบริษัทสัญญากู้ มติอนุมัติ ตารางชำระคืนคณะกรรมการ และระวังเรื่องประโยชน์ขัดกัน

หลักที่ต้องจำ คือเงินที่ออกจากบริษัทไปยังเจ้าของต้องตอบได้ว่าเป็นทางไหนในสี่ทางนี้ ถ้าตอบไม่ได้ ผู้สอบบัญชีมักบันทึกเป็นลูกหนี้กรรมการ และสรรพากรอาจมองเป็นเงินกู้ที่ต้องคิดดอกเบี้ยหรือรายจ่ายที่หักไม่ได้

1. ทำไมต้องแยกเงินบริษัทกับเงินผู้ถือหุ้น แม้เจ้าของจะเป็นคนเดียว

  • บริษัทมีเจ้าหนี้ของตัวเอง ถ้าบริษัทมีปัญหาการเงิน เงินที่เจ้าของถอนออกไปโดยไม่มีเหตุตามกฎหมายอาจถูกเรียกคืน และการปนเงินทำให้ความแยกกันระหว่างบริษัทกับตัวเจ้าของอ่อนลงในสายตาเจ้าหนี้และศาล
  • ภาษีคิดต่างกันตามประเภทเงิน เงินเดือนหักภาษีแบบหนึ่ง เงินปันผลหักอีกแบบ เงินกู้ไม่ใช่รายได้แต่ต้องคืน ถ้าไม่ระบุประเภท ภาระภาษีจะถูกกำหนดภายหลังโดยผู้อื่น
  • ผู้ถือหุ้นรายอื่นมีสิทธิ แม้ถือเพียงไม่กี่หุ้น เช่น ญาติหรือหุ้นส่วนที่ร่วมตั้งบริษัท ดูสิทธิเหล่านี้ในคู่มือสิทธิผู้ถือหุ้นส่วนน้อย
  • ธนาคารและผู้ลงทุนอ่านงบ ลูกหนี้กรรมการก้อนใหญ่ในงบทำให้การขอสินเชื่อหรือขายกิจการยากขึ้น

วิธีแยกในทางปฏิบัติ

  • เปิดบัญชีธนาคารของบริษัทแยก และไม่จ่ายค่าใช้จ่ายส่วนตัวจากบัญชีนี้
  • กำหนดเงินเดือนของเจ้าของเป็นยอดคงที่ทุกเดือน แทนการถอนตามต้องการ
  • มีระเบียบเบิกค่าใช้จ่ายและเงินทดรองที่เจ้าของก็ต้องทำตาม
  • ถ้าเจ้าของเติมเงินเข้าบริษัท ให้ระบุทันทีว่าเป็นเงินกู้หรือเงินเพิ่มทุน ดูความต่างในคู่มือทุนจดทะเบียนและเงินทุนหมุนเวียน

2. เงินเดือนและบำเหน็จกรรมการ: ใครอนุมัติ และต้องมีเอกสารอะไร

เจ้าของอาจรับเงินจากบริษัทได้สองฐานะ คือ ในฐานะผู้ทำงาน เช่น ผู้จัดการทั่วไป และในฐานะกรรมการ

  • บำเหน็จกรรมการ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1150 กำหนดให้ที่ประชุมใหญ่เป็นผู้กำหนดบำเหน็จกรรมการ กรรมการจึงไม่ควรลงมติให้ค่าตอบแทนตัวเองโดยไม่มีมติผู้ถือหุ้นรองรับ
  • เงินเดือนในฐานะผู้ทำงาน ควรมีสัญญาจ้างหรือหนังสือกำหนดตำแหน่ง หน้าที่ และอัตราเงินเดือน อนุมัติโดยผู้มีอำนาจตามที่บริษัทกำหนด และเข้าระบบเงินเดือนเหมือนพนักงานคนอื่น

เอกสารที่ควรมี

  • มติที่ประชุมใหญ่เรื่องบำเหน็จกรรมการ หรือสัญญาจ้างสำหรับเงินเดือน
  • รายการจ่ายเงินเดือน และหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายและการยื่นแบบ
  • ถ้ามีฐานะเป็นลูกจ้าง ตรวจเรื่องประกันสังคมด้วย

ข้อควรระวัง ค่าตอบแทนที่สูงเกินงานที่ทำจริง หรือจ่ายเป็นก้อนเมื่อบริษัทมีเงินเหลือโดยไม่มีหลักเกณฑ์ อาจถูกตั้งคำถามว่าเป็นรายจ่ายของบริษัทจริงหรือไม่ เงินเดือนที่สม่ำเสมอและมีเอกสารรองรับตรวจสอบได้ง่ายกว่า

3. เงินปันผล: ต้องตรวจอะไรก่อนจ่าย

เงินปันผลเป็นเรื่องกฎหมายบริษัทก่อนเป็นเรื่องภาษี บริษัทที่มีเงินสดเหลือไม่ได้แปลว่าจ่ายเงินปันผลได้ เงื่อนไขหลักอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1201 ถึง 1205 และคู่มือบริษัทจำกัดของกรมบังคับคดี อธิบายไว้ในทำนองเดียวกัน

ด่านที่หนึ่ง มีกำไร และไม่มีขาดทุนสะสมค้าง มาตรา 1201 ให้จ่ายเงินปันผลได้แต่จากกำไร ถ้าบริษัทยังขาดทุนอยู่ ห้ามจ่ายจนกว่าจะแก้ไขให้หายขาดทุน ในทางปฏิบัติต้องดูทั้งกำไรของปีนี้และยอดกำไรหรือขาดทุนสะสมในงบแสดงฐานะการเงิน ปีนี้มีกำไรแต่ยังมีขาดทุนสะสมจากปีก่อน ต้องใช้กำไรชดเชยขาดทุนให้ครบก่อน

ด่านที่สอง กันทุนสำรอง มาตรา 1202 ให้บริษัทจัดสรรกำไรเป็นทุนสำรองอย่างน้อยหนึ่งในยี่สิบของกำไรทุกครั้งที่จ่ายเงินปันผล จนกว่าทุนสำรองจะถึงหนึ่งในสิบของทุนของบริษัท หรือมากกว่านั้นถ้าข้อบังคับกำหนด

ด่านที่สาม มีมติที่ถูกต้อง มาตรา 1201 กำหนดว่าห้ามประกาศจ่ายเงินปันผลเว้นแต่โดยมติที่ประชุมใหญ่ โดยทั่วไปคือที่ประชุมสามัญประจำปีที่อนุมัติงบการเงินด้วย ถ้าไม่มีมติ แม้บริษัทมีกำไรก็จ่ายไม่ได้ ส่วน เงินปันผลระหว่างกาล กรรมการจ่ายได้เมื่อเห็นว่าบริษัทมีกำไรพอสมควรที่จะทำเช่นนั้น ควรมีงบหรือตัวเลขระหว่างกาลรองรับในวันที่ลงมติ

ด่านที่สี่ แจ้งและจ่ายภายในเวลา มาตรา 1201 ให้จ่ายภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่หรือกรรมการลงมติ มาตรา 1204 ให้แจ้งการจ่ายเงินปันผลเป็นหนังสือถึงผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียน และมาตรา 1205 ห้ามคิดดอกเบี้ยเอาแก่บริษัทสำหรับเงินปันผลที่ยังไม่จ่าย ทะเบียนผู้ถือหุ้นจึงต้องเป็นปัจจุบัน ดูปัญหาทะเบียนผู้ถือหุ้นในคู่มือหุ้นมรดกและการจ่ายเงินปันผล

ด่านที่ห้า เงินสดพอ และภาษี กำไรในงบไม่เท่ากับเงินในบัญชี บริษัทอาจมีกำไรแต่เงินจมในลูกหนี้หรือสินค้า ดูคู่มือกำไรแต่เงินสดไม่พอ ด้านภาษี บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและยื่นแบบตามที่กฎหมายภาษีกำหนด ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาอาจเลือกให้ภาษีที่ถูกหักเป็นภาษีสุดท้าย หรือนำไปรวมคำนวณและใช้สิทธิเครดิตภาษีเงินปันผลตามเงื่อนไข ควรถามผู้ทำบัญชีก่อนเลือก

ถ้าจ่ายฝ่าฝืน มาตรา 1203 ให้เจ้าหนี้ของบริษัทเรียกให้คืนเงินปันผลที่จ่ายฝ่าฝืนมาตรา 1201 หรือ 1202 เข้าบริษัทได้ แต่ผู้ถือหุ้นที่รับไว้โดยสุจริตไม่ต้องคืน เจ้าของที่เป็นทั้งกรรมการและผู้ถือหุ้นยากจะอ้างว่าไม่รู้สถานะการเงินของบริษัท

เอกสารชุดเงินปันผล งบการเงินที่ตรวจสอบแล้ว มติกรรมการเสนอจ่าย หนังสือเชิญประชุม รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น หนังสือแจ้งผู้ถือหุ้น หลักฐานการโอนเงิน และหลักฐานการหักและนำส่งภาษี

4. เงินทดรองและเงินเบิกคืน: ต้องทำอย่างไรเมื่อเจ้าของจ่ายแทนบริษัท หรือบริษัทจ่ายล่วงหน้าให้เจ้าของ

เจ้าของจ่ายแทนบริษัทแล้วเบิกคืน

  • ขอใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จในชื่อบริษัท ไม่ใช่ชื่อเจ้าของ
  • ทำใบเบิกค่าใช้จ่าย ระบุวัตถุประสงค์และงานที่เกี่ยวข้อง
  • ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติ ถ้าเจ้าของเป็นผู้อนุมัติเพียงคนเดียว ควรมีผู้ตรวจอีกคน เช่น ผู้ทำบัญชี ดูการแบ่งอำนาจอนุมัติในคู่มือตารางอำนาจอนุมัติ
  • บริษัทโอนคืนเข้าบัญชีของเจ้าของตามยอดเอกสาร

บริษัทจ่ายเงินทดรองให้เจ้าของไปใช้ในงานบริษัท

  • ทำใบขอเบิกเงินทดรอง ระบุงานและกำหนดเคลียร์
  • เคลียร์ด้วยใบเสร็จภายในกำหนด และคืนเงินส่วนที่เหลือ
  • เงินทดรองที่ไม่เคลียร์จะค้างเป็นลูกหนี้กรรมการ

ลูกหนี้กรรมการเกิดจากตรงนี้มากที่สุด คือถอนเงินออกไปโดยไม่มีเอกสาร หรือรับเงินทดรองแล้วไม่เคลียร์ ยอดนี้มีผลทางภาษีด้วย ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) ให้เจ้าพนักงานประเมินกำหนดดอกเบี้ยตามราคาตลาดได้ เมื่อบริษัทให้กู้ยืมเงินโดยไม่มีดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร

5. เงินกู้ระหว่างเจ้าของกับบริษัท: ต้องทำอย่างไรให้ถูกต้อง

เจ้าของให้บริษัทกู้ พบบ่อยในช่วงตั้งบริษัทหรือขาดสภาพคล่อง

  • ทำสัญญากู้ ระบุจำนวน ดอกเบี้ย (ถ้ามี) และกำหนดชำระ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 กำหนดว่าการกู้ยืมเงินเกินสองพันบาท ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืม จะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ และการนำสืบว่าใช้เงินคืนแล้วต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้ยืม หรือได้เอกสารกู้คืนหรือแทงเพิกถอนแล้ว
  • ดอกเบี้ยต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด มาตรา 654 ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี
  • มีมติกรรมการอนุมัติการกู้ และบันทึกในบัญชีเป็นเงินกู้ยืมจากกรรมการ
  • โอนเงินผ่านธนาคารทั้งขาเข้าและขาคืน เพื่อมีหลักฐานชัด

บริษัทให้เจ้าของกู้

  • ต้องมีเหตุผลทางธุรกิจและอนุมัติตามอำนาจ เมื่อกรรมการเป็นผู้กู้เอง เป็นธุรกรรมที่มีประโยชน์ขัดกัน ดูวิธีอนุมัติในคู่มือธุรกรรมระหว่างบริษัทกับกรรมการ
  • ทำสัญญากู้ คิดดอกเบี้ยตามราคาตลาด เพราะความเสี่ยงตามมาตรา 65 ทวิ (4) ที่กล่าวไว้ในหัวข้อ 4
  • กำหนดตารางชำระคืนที่ทำได้จริง และชำระตามนั้น
  • ถ้าบริษัทมีผู้ถือหุ้นรายอื่น ควรเปิดเผยและขอความเห็นชอบ

อย่าใช้เงินกู้แทนเงินปันผล การให้เจ้าของกู้ซ้ำทุกปีโดยไม่มีการคืน เป็นการเลี่ยงเงื่อนไขเงินปันผลในหัวข้อ 3 และเสี่ยงทั้งทางกฎหมายบริษัทและภาษี

6. ถ้าบัญชีบริษัทจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนตัวไปแล้ว ต้องรวบรวมอะไรให้ทนายและนักบัญชี

เรื่องนี้แก้ได้ แต่ต้องแก้ด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่ด้วยเอกสารที่ทำขึ้นย้อนหลัง

เอกสารที่ควรรวบรวม

  • รายการเดินบัญชีธนาคารของบริษัทในช่วงที่เกี่ยวข้อง
  • ตารางรายการจ่าย วันที่ จำนวน ผู้รับ และเหตุผลที่จ่าย โดยแยกเป็นสามกลุ่ม คือ ค่าใช้จ่ายบริษัทที่มีเอกสาร ค่าใช้จ่ายบริษัทที่เอกสารไม่ครบ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว
  • ใบเสร็จและใบกำกับภาษีที่มีอยู่ และใบกำกับภาษีซื้อที่บริษัทอาจนำไปใช้สิทธิแล้ว
  • ทรัพย์สินที่ซื้อในชื่อบริษัทแต่ใช้ส่วนตัว เช่น รถยนต์ หรืออุปกรณ์
  • รายงานการประชุม มติ และสัญญาที่มีอยู่จริง
  • งบการเงินปีก่อนและยอดลูกหนี้กรรมการที่ผู้สอบบัญชีบันทึกไว้

ทางแก้ที่พบบ่อย ทนายและนักบัญชีจะช่วยเลือกตามข้อเท็จจริง เช่น

  • เจ้าของคืนเงินส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว
  • ทำสัญญากู้ตามความเป็นจริงในวันที่ทำ พร้อมตารางชำระคืนและดอกเบี้ย
  • ปรับเป็นค่าตอบแทนที่หักภาษีและยื่นแบบให้ถูกต้อง ถ้าข้อเท็จจริงรองรับ
  • หักกลบกับเงินปันผลที่ประกาศจ่ายโดยชอบตามหัวข้อ 3 ในภายหลัง
  • ไม่นำค่าใช้จ่ายส่วนตัวไปหักเป็นรายจ่ายของบริษัท และปรับภาษีซื้อที่ใช้สิทธิไม่ได้

สิ่งที่ไม่ควรทำ คือทำมติหรือสัญญาลงวันที่ย้อนหลังให้ดูเหมือนอนุมัติไว้ก่อน เอกสารที่ทำขึ้นใหม่ควรลงวันที่จริงและบันทึกว่ารับรองหรือแก้ไขรายการในอดีต ถ้าสรรพากรส่งหนังสือมาแล้ว ดูคู่มือรับมือหนังสือจากสรรพากร และถ้างานยื่นภาษีตกหล่นเพราะเปลี่ยนผู้ทำบัญชี ดูคู่มือเปลี่ยนผู้ทำบัญชี

7. เช็กลิสต์เงินของเจ้าของบริษัท

ตั้งระบบ

  • บัญชีธนาคารบริษัทแยกจากบัญชีส่วนตัว ไม่จ่ายค่าใช้จ่ายส่วนตัวจากบัญชีบริษัท
  • เงินเดือนเจ้าของเป็นยอดคงที่ มีสัญญาจ้างหรือมติรองรับ
  • บำเหน็จกรรมการมีมติที่ประชุมใหญ่ (มาตรา 1150)
  • ระเบียบเบิกค่าใช้จ่ายและเงินทดรอง ใช้กับเจ้าของด้วย
  • เงินที่เจ้าของเติมเข้าบริษัท ระบุว่าเป็นเงินกู้หรือเพิ่มทุน และมีสัญญาหรือมติ

ก่อนจ่ายเงินปันผล

  • งบการเงินแสดงกำไร และไม่มีขาดทุนสะสมค้าง
  • กันทุนสำรองตามมาตรา 1202 และข้อบังคับ
  • มีมติที่ประชุมใหญ่ หรือมติกรรมการสำหรับเงินปันผลระหว่างกาล
  • เงินสดพอโดยไม่กระทบการจ่ายหนี้และเงินเดือน
  • แจ้งผู้ถือหุ้นเป็นหนังสือ จ่ายภายในหนึ่งเดือน หักและนำส่งภาษี

ทุกสิ้นปี

  • ตรวจยอดลูกหนี้กรรมการและเงินกู้ยืมกรรมการ และเคลียร์ก่อนปิดงบ
  • เงินทดรองที่ค้าง เคลียร์ด้วยใบเสร็จหรือคืนเงิน
  • สัญญากู้ทุกฉบับมีตารางชำระและบันทึกดอกเบี้ย

อ่านเพิ่มเติม

เงินที่ออกจากบริษัทไปยังเจ้าของต้องตอบได้ว่าเป็นเงินเดือน เงินปันผล เงินเบิกคืน หรือเงินกู้ และแต่ละทางต้องมีเหตุผล เอกสาร และผู้อนุมัติของตัวเอง

เราช่วยจัดทำมติ สัญญากู้ระหว่างบริษัทกับกรรมการ เอกสารประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อจ่ายเงินปันผล และทำงานร่วมกับผู้ทำบัญชีเพื่อแก้ยอดลูกหนี้กรรมการที่ค้าง ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ ที่ปรึกษากฎหมายประจำบริษัท


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

บริษัทมีกำไรปีนี้ แต่ยังมีขาดทุนสะสมจากปีก่อน จ่ายเงินปันผลได้ไหม+

ไม่ได้จนกว่าจะชดเชยขาดทุนที่ค้างอยู่ให้ครบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1201 ให้จ่ายเงินปันผลได้แต่จากกำไรเท่านั้น และถ้าบริษัทยังขาดทุนอยู่ ห้ามแจกเงินปันผลจนกว่าจะแก้ไขให้หายขาดทุน คู่มือบริษัทจำกัดของกรมบังคับคดีอธิบายในทำนองเดียวกันว่า ขาดทุนในปีก่อนต้องหักจากกำไรปีต่อมาให้หมดก่อน (ดูหัวข้อ 3)

บริษัทมีเจ้าของคนเดียวในทางความจริง ต้องประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อจ่ายเงินปันผลด้วยหรือ+

ต้อง มาตรา 1201 กำหนดว่าห้ามประกาศจ่ายเงินปันผลเว้นแต่โดยมติที่ประชุมใหญ่ ส่วนเงินปันผลระหว่างกาล กรรมการจ่ายได้เมื่อเห็นว่าบริษัทมีกำไรพอสมควร ต้องจ่ายภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ลงมติ และแจ้งผู้ถือหุ้นเป็นหนังสือตามมาตรา 1204 ถ้าจ่ายฝ่าฝืน เจ้าหนี้ของบริษัทเรียกคืนได้ตามมาตรา 1203 (ดูหัวข้อ 3)

เจ้าของจ่ายค่าใช้จ่ายของบริษัทด้วยเงินส่วนตัวไปก่อน จะเบิกคืนอย่างไร+

เก็บใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จที่ออกในชื่อบริษัท ทำใบเบิกค่าใช้จ่ายระบุวัตถุประสงค์ ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติ แล้วบริษัทโอนคืนเข้าบัญชีของเจ้าของ ไม่ควรถอนเงินสดก้อนกลมโดยไม่มีเอกสาร เพราะผู้สอบบัญชีจะบันทึกเป็นลูกหนี้กรรมการ (ดูหัวข้อ 4)

บริษัทให้กรรมการกู้เงินโดยไม่คิดดอกเบี้ยได้ไหม+

ทำได้ในทางแพ่ง แต่มีความเสี่ยงทางภาษี ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) ให้เจ้าพนักงานประเมินกำหนดดอกเบี้ยตามราคาตลาดได้ เมื่อบริษัทให้กู้ยืมโดยไม่มีดอกเบี้ยหรือมีดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร ควรมีสัญญากู้ มติอนุมัติ อัตราดอกเบี้ย และกำหนดชำระคืน (ดูหัวข้อ 5)

บัญชีบริษัทจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนตัวไปหลายรายการแล้ว ต้องเตรียมอะไรให้ทนายและนักบัญชี+

รายการเดินบัญชีของช่วงที่เกี่ยวข้อง ตารางแยกรายการว่าเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทหรือส่วนตัว ใบเสร็จที่มี ผู้สั่งจ่าย ทรัพย์สินที่ซื้อในชื่อบริษัทแต่ใช้ส่วนตัว และรายงานการประชุมที่มีอยู่ จากนั้นจึงเลือกวิธีแก้ เช่น คืนเงิน ตั้งเป็นเงินกู้ที่มีสัญญา หรือปรับเป็นค่าตอบแทนที่หักภาษีถูกต้อง โดยไม่ทำเอกสารย้อนหลัง (ดูหัวข้อ 6)

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา