เหล็ก กระดาษ น้ำมันปาล์ม ปุ๋ย หรือพลาสติกเม็ด ราคาขึ้นเร็วกว่าที่ใครคาดไว้ ขณะที่ท่านผูกราคาขายไว้กับลูกค้าตลอดปี คำถามที่ตามมาคือ ขอปรับราคาได้ไหม ต้องแจ้งอย่างไร ใบสั่งซื้อที่รับไปแล้วเปลี่ยนได้หรือไม่ และถ้าลูกค้าไม่ยอม ท่านหยุดส่งของได้หรือเปล่า คำตอบมักไม่ใช่ที่ท่านหวัง แต่ก็มีทางจัดการที่ปลอดภัยทางกฎหมายหลายทาง
คู่มือนี้เหมาะกับบริษัทผู้ผลิตและผู้จำหน่ายที่ส่งของให้ลูกค้าประจำ หากท่านพึ่งผู้ผลิตรายเดียวอยู่ ดูแผนสำรองเมื่อพึ่งโรงงานผู้ผลิตรายเดียว ถ้าลูกค้ารายใหญ่ครอบงำยอดขายและต่อรองหนัก ดูความเสี่ยงจากการพึ่งลูกค้ารายใหญ่ และถ้าสัญญาที่ท่านเซ็นไปแล้วมาจากลูกค้ารายใหญ่ ดูคู่มือตรวจสัญญาที่ลูกค้ารายใหญ่ส่งมาให้ SME
คำตอบหลัก
ราคาที่ตกลงกันไว้ในสัญญาผูกพันทั้งสองฝ่าย แม้ต้นทุนของผู้ขายจะขึ้น ท่านขอปรับราคาได้แน่นอนเมื่อมีข้อสัญญาให้ปรับ (สูตรปรับราคา) หรือเมื่อลูกค้าตกลงแก้ไข นอกจากนั้นเป็นเรื่องเจรจา ถ้าเจรจาไม่สำเร็จ อย่าหยุดส่งของเอง ให้ส่งตามสัญญาไปก่อน หรือบอกเลิกตามข้อสัญญาที่มี
หลักกฎหมาย สัญญาที่ทำถูกต้องผูกพันคู่สัญญาตามที่ตกลง กฎหมายไทยไม่มีหลักทั่วไปที่ให้ศาลหรือคู่สัญญาปรับราคาเพียงเพราะต้นทุนเปลี่ยน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 ให้ใช้สิทธิและชำระหนี้โดยสุจริต ซึ่งใช้ประกอบการตีความและการเจรจา แต่ไม่ใช่เครื่องมือเปลี่ยนราคาฝ่ายเดียว มาตรา 8 นิยามเหตุสุดวิสัยว่าเป็นเหตุที่ป้องกันมิได้แม้ระมัดระวังตามสมควร และมาตรา 219 ปลดลูกหนี้เมื่อการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่ตนไม่ต้องรับผิดชอบ ทั้งสองเรื่องแคบ ต้นทุนที่แพงขึ้นแต่ยังส่งได้ มักไม่เข้า ส่วนการตกลงราคาใหม่ผ่านข้อเสนอและคำสนอง ต้องดูมาตรา 359 วรรคสอง และการเลิกสัญญาต้องดูมาตรา 386 และ 387
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ปัญหาส่วนใหญ่แก้ได้ก่อนเซ็นมากกว่าหลังต้นทุนขึ้น ถ้าท่านขายระยะยาว ให้ใส่สูตรปรับราคาที่เป็นกลางและตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้น ถ้าสัญญาไม่มีแล้ว ให้เปิดเจรจาเร็ว พร้อมหลักฐานต้นทุนที่ลูกค้าตรวจได้ และเสนอทางออกที่ลูกค้ารับได้ เช่น ปรับครึ่งหนึ่งหรือปรับชั่วคราว อย่าใช้การหยุดส่งเป็นเครื่องมือกดดัน เพราะผู้ที่เสี่ยงผิดสัญญาก่อนคือท่าน
ตัวอย่างสมมติตลอดคู่มือ คือ บริษัทผลิตกล่องกระดาษลูกฟูกรายเล็กในขอนแก่น ส่งกล่องบรรจุภัณฑ์ให้โรงงานแปรรูปผลไม้แห่งหนึ่งตามสัญญากรอบ 12 เดือน ราคากล่องคงที่ตลอดสัญญา ระหว่างปี ราคากระดาษเพิ่มขึ้นจนกำไรขั้นต้นเกือบหาย เราเรียกบริษัทผลิตกล่องว่า "โรงกล่อง" และโรงงานผลไม้ว่า "ลูกค้า"
1. ราคาที่ตกลงกันแล้ว ผูกพันแม้ต้นทุนขึ้นหรือไม่
ผูกพัน สัญญากรอบของโรงกล่องกำหนดราคาต่อใบไว้ตลอด 12 เดือนและไม่มีข้อปรับราคา ต้นทุนกระดาษที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นความเสี่ยงของโรงกล่อง เพราะโรงกล่องเป็นผู้ตกลงราคานั้นเอง และสามารถป้องกันความเสี่ยงได้โดยเขียนสูตร สั่งวัตถุดิบล่วงหน้า หรือล็อกราคากับผู้ขายกระดาษ
ที่ผู้ประกอบการมักเข้าใจคลาดเคลื่อนมีสามเรื่อง
- "สุจริต" ไม่ได้แปลว่าลูกค้าต้องยอมขึ้นราคา มาตรา 5 ให้คู่สัญญาประพฤติสุจริต แต่ไม่ได้ให้สิทธิแก้ราคา การเจรจาด้วยความสุจริตของทั้งสองฝ่ายเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ผูกให้ลูกค้าต้องตกลง
- ศาลไม่ปรับราคาให้โดยอัตโนมัติ ต่างจากบางประเทศที่มีหลักเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์อย่างมาก (hardship) ที่ใช้ได้ทั่วไป กฎหมายไทยไม่มีหลักเช่นนั้นเป็นบทบัญญัติทั่วไปสำหรับสัญญาซื้อขาย
- ต้นทุนที่ท่านรับได้ ไม่เท่ากับสัญญาเปลี่ยน ถ้าโรงกล่องยังส่งกล่องได้ในราคาเดิม แม้ขาดทุน ก็ยังมีหน้าที่ส่งตามสัญญา
ข้อยกเว้นคือเมื่อสัญญาเองเปิดทาง เช่น มีสูตรปรับราคา ข้อทบทวนราคาตามรอบ หรือข้อให้เจรจาเมื่อราคาอ้างอิงเปลี่ยนเกินเกณฑ์ ข้อ 3 อธิบายวิธีเขียน
2. ต้นทุนวัตถุดิบขึ้น เป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่
ผู้ขายหลายรายอ้างเหตุสุดวิสัยเพราะวัตถุดิบแพงขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปใช้ไม่ได้ ควรรู้ขอบเขตจริงดังนี้
| สถานการณ์ | มักเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ | เหตุผล |
|---|---|---|
| ราคากระดาษขึ้นหลายสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ยังซื้อได้ | มักไม่ใช่ | ส่งของได้ เพียงแพงขึ้น ความผันผวนของราคาเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจที่คาดได้ |
| ค่าเงินบาทอ่อน ทำให้วัตถุดิบนำเข้าแพง | มักไม่ใช่ | ป้องกันได้ด้วยสัญญาล่วงหน้าหรือสูตรปรับราคา |
| ผู้ขายวัตถุดิบรายเดียวหยุดผลิตเพราะเหตุร้ายแรงภายนอก และหาแหล่งอื่นไม่ได้เลย | อาจเข้า แต่ขึ้นกับข้อเท็จจริง | ต้องพิสูจน์ว่าป้องกันไม่ได้ ไม่มีทางเลือกอื่น และแจ้งลูกค้าทันที |
| ภาครัฐห้ามนำเข้าหรือส่งออกวัตถุดิบ ทำให้ผลิตไม่ได้ | อาจเข้า | ต้องดูว่าส่งของได้จริงหรือไม่ และมีทางหลีกเลี่ยงหรือไม่ |
| สัญญามีข้อเหตุสุดวิสัย (force majeure) ที่ระบุรายการเหตุไว้ | ดูตามข้อสัญญา | ถ้าข้อสัญญาไม่ระบุต้นทุนที่เพิ่ม ก็ไม่ครอบคลุม |
เหตุผลที่ต้นทุนแพงขึ้นไม่เข้า คือ มาตรา 8 ต้องเป็นเหตุที่ป้องกันมิได้ และมาตรา 219 ต้องทำให้ "การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย" การส่งสินค้าแพงขึ้นแต่ยังส่งได้ยังไม่พ้นวิสัย ท่านจึงไม่ควรเขียนจดหมายถึงลูกค้าว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ถ้าต้นทุนเพิ่มเป็นเพียงเหตุเดียว เพราะเท่ากับยอมรับว่าท่านจะไม่ส่งของ และเสี่ยงถูกอ้างว่าผิดสัญญาก่อน
ถ้ามีเหตุภายนอกร้ายแรงจริง ให้แจ้งลูกค้าเป็นหนังสือทันที ระบุเหตุ ผลกระทบ และสิ่งที่ท่านพยายามทำเพื่อลดผลกระทบ แล้วปรึกษาทนายความก่อนอ้างหลักนี้ในข้อพิพาท
3. สูตรปรับราคาในสัญญาระยะยาว เขียนอย่างไร
สัญญาซื้อขายระยะยาวและสัญญากรอบควรมีสูตรปรับราคาตั้งแต่ต้น เพื่อให้ราคาขยับตามวัตถุดิบด้วยกติกาที่ตกลงกันไว้ ไม่ต้องเจรจาใหม่ทุกครั้งที่ราคาตลาดเปลี่ยน องค์ประกอบที่ควรมี
| องค์ประกอบ | สิ่งที่ควรเขียน |
|---|---|
| ดัชนีหรือราคาอ้างอิง | ระบุชื่อดัชนี ผู้เผยแพร่ ความถี่ และสิ่งที่ใช้แทนถ้าเลิกเผยแพร่ |
| สัดส่วนที่ผูกกับวัตถุดิบ | ส่วนใดของราคาสินค้าที่ปรับตามดัชนี เช่น เฉพาะส่วนกระดาษ ไม่รวมค่าแรงและกำไร |
| วันฐาน | ราคาอ้างอิง ณ วันที่ตกลง เป็นจุดเริ่มเปรียบเทียบ |
| รอบทบทวน | เช่น ทุกเดือนหรือทุกไตรมาส ไม่ควรปล่อยให้ฝ่ายใดเลือกเวลาเอง |
| เกณฑ์ขั้นต่ำ (threshold band) | ปรับเมื่อดัชนีเปลี่ยนเกินช่วงที่ตกลง เช่น เกินร้อยละ 5 เพื่อไม่ต้องปรับทุกครั้งที่ขยับเล็กน้อย |
| เพดาน (cap) | จำกัดอัตราปรับต่อรอบหรือต่อปี ลูกค้าจะยอมรับง่ายขึ้นเพราะคาดการณ์ได้ |
| ปรับลงด้วย | ถ้าดัชนีลง ราคาลงตามสูตรเดียวกัน ช่วยให้สูตรดูเป็นกลาง |
| หลักฐานแบบเปิดบัญชี | สิทธิให้ลูกค้าขอดูใบสั่งซื้อวัตถุดิบหรือใบกำกับ เพื่อยืนยันต้นทุนจริง |
| การแจ้งล่วงหน้า | ต้องแจ้งอย่างไร กี่วัน และราคาใหม่มีผลเมื่อใด |
| ถ้าเจรจาไม่สำเร็จ | ลำดับขั้น เช่น เจรจา 30 วัน แล้วคู่สัญญามีสิทธิบอกเลิกได้โดยบอกกล่าว |
ในแวดวงงานก่อสร้างของรัฐไทย สัญญามักมีสูตรปรับราคาที่เรียกกันว่า "สูตร K" ซึ่งอ้างดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเป็นฐานคำนวณ เป็นตัวอย่างว่าการผูกราคากับดัชนีเป็นวิธีที่ใช้จริงและเป็นที่ยอมรับ แต่เงื่อนไขของสูตรนั้นใช้เฉพาะสัญญาในกลุ่มดังกล่าว ไม่ได้ใช้กับสัญญาซื้อขายระหว่างเอกชนโดยอัตโนมัติ ท่านต้องเขียนสูตรของท่านลงในสัญญาเอง
ตัวอย่างข้อสัญญาปรับราคา (ตัวอย่าง ปรับตามธุรกิจจริง และให้ทนายความตรวจ)
ข้อ __ การปรับราคา
1) ราคากล่องตามตารางแนบ A เป็นราคาฐาน ณ วันที่ ____ โดยร้อยละ ___ ของราคาเป็นส่วนวัตถุดิบกระดาษ
2) ผู้ขายและผู้ซื้อทบทวนราคาทุกไตรมาส โดยเทียบ "ดัชนีราคากระดาษคราฟต์" ของ ____ (ผู้เผยแพร่) ที่ประกาศล่าสุดกับค่าฐาน
3) หากดัชนีเปลี่ยนจากค่าฐานเกินร้อยละ ___ ขึ้นหรือลง ให้ปรับเฉพาะส่วนวัตถุดิบตามสัดส่วนที่เปลี่ยน
แต่ไม่เกินร้อยละ ___ ต่อรอบ และไม่เกินร้อยละ ___ ต่อปี
4) ฝ่ายที่ขอปรับแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ___ วัน พร้อมการคำนวณและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
อีกฝ่ายมีสิทธิขอตรวจใบสั่งซื้อหรือใบกำกับวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องภายใน ___ วัน
5) ราคาใหม่ใช้กับใบสั่งซื้อที่ออกหลังวันที่ราคาใหม่มีผล ใบสั่งซื้อที่ผู้ขายยืนยันรับแล้วก่อนหน้านั้นใช้ราคาเดิม
6) หากตกลงราคาใหม่ไม่ได้ภายใน ___ วัน คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกเลิกสัญญาได้ด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้า ___ วัน
โดยในระหว่างนั้นทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามสัญญาและราคาเดิมต่อไป
เลือกดัชนีที่ตรวจสอบได้จากแหล่งสาธารณะหรือเอกสารที่ทั้งสองฝ่ายเข้าถึงได้ และหลีกเลี่ยงดัชนีที่ผู้ขายเป็นผู้กำหนดเอง ถ้าสัญญาไม่บอกแหล่งที่มา ข้อพิพาทจะวนกลับมาที่ว่าดัชนีไหนถูก
4. ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างไร และต้องมีหลักฐานแค่ไหน
การแจ้งขอปรับราคาที่ดีทำให้เจรจาง่ายขึ้นและเป็นหลักฐานว่าท่านทำตามขั้นตอน
- ทำเป็นหนังสือ อีเมลที่ระบุผู้ส่งผู้รับและวันที่ หรือหนังสือส่งตามที่อยู่ที่สัญญากำหนด พร้อมเก็บหลักฐานการส่ง
- แจ้งก่อนราคาใหม่มีผล ถ้าสัญญามีระยะแจ้งล่วงหน้า ให้นับให้ถูก ถ้าไม่มี ควรให้เวลาอย่างน้อยพอให้ลูกค้าตรวจและปรับงบ เช่น 30 ถึง 60 วัน แล้วแต่ลักษณะธุรกิจ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติ ไม่ใช่ตัวเลขตามกฎหมาย
- แนบข้อมูลต้นทุน ดัชนีหรือราคาที่เปลี่ยน เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้าที่ได้รับผลกระทบ และการคำนวณราคาใหม่
- เสนอให้ตรวจ ถ้าสัญญามีข้อเปิดบัญชีให้เปิดเอกสารที่เกี่ยวข้อง ถ้าไม่มี ท่านเลือกเปิดเฉพาะส่วนที่จำเป็นได้ โดยไม่เปิดกำไรหรือข้อมูลลูกค้ารายอื่น
- ระบุวันที่ราคาใหม่เริ่มใช้ และใบสั่งซื้อที่ไม่ได้รับผลกระทบ
- เปิดทางเจรจา เสนอวันนัดประชุมหรือโทร ลูกค้าตอบโต้ได้เร็วถ้าเห็นว่าท่านเปิดทาง
ตัวอย่างหนังสือแจ้งขอปรับราคา (ตัวอย่าง ปรับตามงานจริง)
เรื่อง ขอทบทวนราคากล่องตามสัญญากรอบเลขที่ ____
เรียน ____
เนื่องจากดัชนีราคากระดาษคราฟต์ของ ____ ณ เดือน ____ เปลี่ยนจากค่าฐานในสัญญาร้อยละ ___
เราขอแจ้งปรับราคาส่วนวัตถุดิบตามข้อ __ ของสัญญา ดังรายละเอียดที่แนบ
ราคาใหม่มีผลกับใบสั่งซื้อที่ออกตั้งแต่วันที่ ____ (ไม่น้อยกว่า ___ วันนับจากหนังสือนี้)
ใบสั่งซื้อที่เรายืนยันรับแล้วก่อนวันดังกล่าวยังใช้ราคาเดิม
เรายินดีเปิดเอกสารต้นทุนที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบ และขอนัดหารือภายในวันที่ ____
ระหว่างนี้เราจะส่งมอบตามสัญญาต่อไป
คำว่า "ระหว่างนี้เราจะส่งมอบตามสัญญาต่อไป" สำคัญ เพราะแสดงว่าท่านไม่ได้ผิดสัญญาและไม่ได้ขู่ว่าจะหยุดส่ง ซึ่งช่วยให้ท่านยืนอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าหากข้อพิพาทไปถึงศาล
5. ใบสั่งซื้อที่รับแล้วกับออเดอร์ใหม่ ต่างกันอย่างไร
เมื่อมีสัญญากรอบ ต้องแยกให้ออกว่าราคาใหม่ใช้กับอะไร
| ประเภท | ราคาที่ใช้ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ใบสั่งซื้อที่ผู้ขายยืนยันรับแล้ว | ราคาในใบสั่งซื้อ | ผูกพันแล้ว ขอเปลี่ยนฝ่ายเดียวไม่ได้ ถ้าไม่มีข้อสัญญาให้ปรับ |
| ใบสั่งซื้อที่ส่งมาแต่ผู้ขายยังไม่ยืนยัน | ผู้ขายเลือกรับหรือเสนอราคาใหม่ได้ | ถ้าตอบรับโดยแก้ราคา กฎหมายถือเป็นการปฏิเสธและเสนอใหม่ (มาตรา 359 วรรคสอง) ลูกค้าไม่ผูกพันจนกว่าจะตกลง |
| ออเดอร์ในอนาคตที่ยังไม่ได้สั่ง | ราคาใหม่ตามสูตรหรือที่ตกลงกัน | ต้องดูว่าสัญญากรอบผูกผู้ซื้อให้สั่งขั้นต่ำหรือไม่ ถ้าไม่ผูก ลูกค้าอาจไปซื้อรายอื่นได้ |
| ใบสั่งซื้อแบบเปิด (blanket PO) ที่ทยอยส่ง | ตามข้อสัญญาและวันที่ส่งแต่ละงวด | ควรเขียนว่าราคางวดที่ยังไม่ส่งปรับได้หรือไม่ |
ข้อควรระวังคือ ใบสั่งซื้อและใบเสนอราคามักมีเงื่อนไขที่ขัดกัน เช่น เงื่อนไขของผู้ซื้อว่าราคาคงที่ตลอด แต่เงื่อนไขของผู้ขายว่าราคาปรับได้ ดูคู่มือใบเสนอราคากับใบสั่งซื้อที่เงื่อนไขขัดกัน เพื่อวางแนวว่าเงื่อนไขของฝ่ายใดใช้
ถ้ายอดสั่งของลูกค้าคือกระแสเงินสดหลักของท่าน การเสนอขึ้นราคาที่ทำให้ลูกค้าไปหาคู่แข่งก็เป็นต้นทุนเช่นกัน ดูกำไรดีแต่เงินสดไม่พอ เพื่อวางแผนเงินหมุนเวียนระหว่างรอผลเจรจา
6. ถ้าเจรจาไม่สำเร็จ ทำอะไรได้บ้าง
เมื่อลูกค้าไม่ยอมปรับราคา ท่านมีสามทางหลัก ซึ่งแต่ละทางมีความเสี่ยงต่างกัน
ทางที่ 1 ส่งตามราคาเดิมไปก่อน แล้วเจรจาตอนต่อสัญญา เป็นทางที่ปลอดภัยที่สุดทางกฎหมาย ท่านไม่ผิดสัญญา และใช้หลักฐานต้นทุนที่สะสมไว้เป็นข้อต่อรองเมื่อสัญญาครบกำหนดหรือต่ออายุ ข้อเสียคือรับผลขาดทุนระหว่างทาง ควรคำนวณว่าไหวหรือไม่ และพิจารณาลดความเสี่ยงโดยจัดหาวัตถุดิบล่วงหน้าหรือหาแหล่งที่ถูกลง
ทางที่ 2 บอกเลิกสัญญาตามข้อสัญญา ถ้าสัญญากรอบมีข้อให้บอกเลิกได้ด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้า (เช่น 60 ถึง 90 วัน) ท่านใช้สิทธิตามข้อนั้นได้ โดยทำตามรูปแบบและระยะเวลาที่เขียนไว้ และส่งของตามราคาเดิมจนครบระยะบอกกล่าว การเลิกสัญญาทำโดยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่าย (มาตรา 386) ท่านต้องใช้ข้อสัญญาให้ตรงตามถ้อยคำ เพราะถ้าบอกเลิกโดยไม่มีสิทธิ ก็เท่ากับท่านเป็นฝ่ายผิด
ทางที่ 3 ขอแก้ไขสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ตกลงปรับราคาชั่วคราว ลดปริมาณ ยืดระยะส่ง หรือเปลี่ยนเป็นสูตรปรับราคาต่อไป ข้อตกลงใหม่ควรลงนามทั้งสองฝ่าย อย่าอาศัยการนิ่งหรือการสั่งซื้อต่อเป็นการยอมรับราคาใหม่ เพราะการแจ้งราคาใหม่เป็นเพียงข้อเสนอ
สิ่งที่ไม่ควรทำคือหยุดส่งของเอง ถ้าท่านยังมีหน้าที่ส่งตามสัญญาแล้วไม่ส่ง ท่านเป็นฝ่ายผิดสัญญา ลูกค้าอาจกำหนดเวลาพอสมควรให้ท่านส่ง ถ้าไม่ส่งภายในเวลานั้นก็เลิกสัญญาได้ตามมาตรา 387 เรียกค่าเสียหายตามมาตรา 222 เช่น ส่วนต่างราคาที่ต้องซื้อจากผู้อื่นและความเสียหายของสายการผลิต และเรียกเบี้ยปรับถ้าสัญญากำหนดไว้ (มาตรา 379 ถึง 383) ลูกค้ารายใหญ่ที่หยุดสายการผลิตเพราะขาดกล่อง ความเสียหายอาจสูงกว่าส่วนต่างราคาที่ท่านพยายามเรียกขึ้น
ถ้าลูกค้าหักค่าปรับหรือค่าเสียหายออกจากเงินที่ต้องจ่ายท่านเพราะส่งล่าช้าระหว่างนี้ ดูคู่มือลูกค้าหักค่าปรับ ค่าเสียหายจากเงินค่าสินค้า
7. ประเด็นอื่นที่ควรตรวจเมื่อต้นทุนขึ้น
- ข้อสัญญาราคาขั้นต่ำและปริมาณขั้นต่ำ ถ้าลูกค้าผูกสั่งขั้นต่ำและท่านผูกราคา การขอปรับราคาอาจแลกกับการให้ปริมาณมากขึ้น
- ข้อสัญญาลูกค้าได้ราคาดีที่สุด (MFN) ถ้ามี การลดราคาให้รายอื่นอาจกระทบรายนี้
- ข้อเหตุสุดวิสัย ตรวจว่าข้อเขียนไว้ว่าอย่างไร และต้องแจ้งภายในกี่วัน
- ค่าปรับส่งล่าช้า ถ้าท่านหยุดหรือเลื่อนส่ง ค่าปรับอาจเริ่มเดินทันที
- การรับของและการรับชำระ ถ้าลูกค้ารับของแล้วจ่ายตามราคาใหม่โดยไม่โต้แย้ง อาจเป็นหลักฐานว่ายอมรับราคานั้น แต่ควรมีข้อความยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรอีกชั้น
ถ้าสัญญากรอบของท่านเป็นรูปแบบ MSA ที่ผูกบริการหรือสินค้ารายเดือน ดูคู่มือ MSA และ SLA สัญญาบริการรายเดือน เพื่อดูว่าข้อทบทวนราคาควรอยู่ตรงไหนของสัญญา
8. เช็กลิสต์เมื่อต้นทุนวัตถุดิบขึ้น
ก่อนแจ้งลูกค้า
- อ่านสัญญากรอบและใบสั่งซื้อที่ค้างอยู่ ว่ามีข้อปรับราคา เหตุสุดวิสัย และบอกเลิกหรือไม่
- คำนวณผลกระทบต่อกำไรต่อใบและต่อไตรมาส เพื่อรู้ว่าไหวถึงเมื่อใด
- รวบรวมหลักฐานต้นทุน เช่น ใบเสนอราคาและใบกำกับจากผู้ขายวัตถุดิบ
- แยกใบสั่งซื้อที่ยืนยันรับแล้ว ออกจากออเดอร์ใหม่
ตอนแจ้งและเจรจา
- ส่งหนังสือขอปรับราคาล่วงหน้าตามระยะที่สัญญากำหนดและเก็บหลักฐานการส่ง
- แนบการคำนวณ ไม่ใช่แค่ตัวเลขราคาใหม่
- เสนอทางเลือกที่ลูกค้ารับได้ เช่น ปรับบางส่วนหรือชั่วคราว
- ระบุว่าจะส่งมอบตามสัญญาต่อไประหว่างเจรจา
ถ้าตกลงได้
- ทำข้อตกลงแก้ไขสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรและลงนามทั้งสองฝ่าย
- เขียนสูตรปรับราคาถาวรเข้าสัญญาเพื่อไม่ต้องเจรจาซ้ำ
ถ้าตกลงไม่ได้
- ส่งมอบต่อตามราคาเดิม หรือบอกเลิกตามข้อสัญญาและระยะบอกกล่าว
- ไม่หยุดส่งฝ่ายเดียว และไม่อ้างเหตุสุดวิสัยเพียงเพราะต้นทุนเพิ่ม
- ปรึกษาทนายความก่อนบอกเลิกหรือก่อนเปลี่ยนวิธีส่งมอบ
อ่านเพิ่มเติม
- แผนสำรองเมื่อพึ่งโรงงานผู้ผลิตรายเดียว — ลดความเสี่ยงฝั่งต้นน้ำที่ทำให้ต้นทุนผันผวน
- ความเสี่ยงจากการพึ่งลูกค้ารายใหญ่ — เมื่อลูกค้ารายเดียวมีอำนาจต่อรองสูง
- กำไรดีแต่เงินสดไม่พอ — วางเงินหมุนเวียนระหว่างรอผลเจรจา
- ตรวจสัญญาที่ลูกค้ารายใหญ่ส่งมาให้ SME — เช็กข้อปรับราคาก่อนเซ็น
- MSA และ SLA สัญญาบริการรายเดือน — วางข้อทบทวนราคาในสัญญากรอบ
- ใบเสนอราคากับใบสั่งซื้อที่เงื่อนไขขัดกัน — เมื่อเงื่อนไขของสองฝ่ายไม่ตรงกัน
- ลูกค้าหักค่าปรับ ค่าเสียหายจากเงินค่าสินค้า — ถ้าหยุดหรือเลื่อนส่งแล้วถูกหักเงิน
ต้นทุนที่ขึ้นไม่ทำให้ราคาในสัญญาเปลี่ยนเอง ท่านจึงควรเขียนสูตรปรับราคาก่อนเซ็น เจรจาด้วยหลักฐาน และไม่หยุดส่งของฝ่ายเดียว
เราช่วยร่างและตรวจสัญญาซื้อขายและสัญญากรอบ เขียนสูตรปรับราคาและข้อบอกกล่าว ตรวจใบสั่งซื้อที่ค้างอยู่ และวางแนวทางเมื่อเจรจาไม่สำเร็จ ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ จัดทำสัญญาและเอกสารธุรกิจ และ ที่ปรึกษากฎหมายประจำ
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

