ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

ต้นทุนวัตถุดิบขึ้นระหว่างสัญญา บริษัทขอปรับราคาได้เมื่อไร

ราคาที่ตกลงกันแล้วผูกพันแม้ต้นทุนจะขึ้น คู่มือนี้อธิบายสูตรปรับราคาในสัญญาระยะยาว การแจ้งล่วงหน้า การแยกใบสั่งซื้อเดิมกับออเดอร์ใหม่ และทางเลือกเมื่อเจรจาไม่สำเร็จ

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ28 ตุลาคม 256914 นาที
ต้นทุนวัตถุดิบขึ้นระหว่างสัญญา บริษัทขอปรับราคาได้เมื่อไร

เหล็ก กระดาษ น้ำมันปาล์ม ปุ๋ย หรือพลาสติกเม็ด ราคาขึ้นเร็วกว่าที่ใครคาดไว้ ขณะที่ท่านผูกราคาขายไว้กับลูกค้าตลอดปี คำถามที่ตามมาคือ ขอปรับราคาได้ไหม ต้องแจ้งอย่างไร ใบสั่งซื้อที่รับไปแล้วเปลี่ยนได้หรือไม่ และถ้าลูกค้าไม่ยอม ท่านหยุดส่งของได้หรือเปล่า คำตอบมักไม่ใช่ที่ท่านหวัง แต่ก็มีทางจัดการที่ปลอดภัยทางกฎหมายหลายทาง

คู่มือนี้เหมาะกับบริษัทผู้ผลิตและผู้จำหน่ายที่ส่งของให้ลูกค้าประจำ หากท่านพึ่งผู้ผลิตรายเดียวอยู่ ดูแผนสำรองเมื่อพึ่งโรงงานผู้ผลิตรายเดียว ถ้าลูกค้ารายใหญ่ครอบงำยอดขายและต่อรองหนัก ดูความเสี่ยงจากการพึ่งลูกค้ารายใหญ่ และถ้าสัญญาที่ท่านเซ็นไปแล้วมาจากลูกค้ารายใหญ่ ดูคู่มือตรวจสัญญาที่ลูกค้ารายใหญ่ส่งมาให้ SME

คำตอบหลัก

ราคาที่ตกลงกันไว้ในสัญญาผูกพันทั้งสองฝ่าย แม้ต้นทุนของผู้ขายจะขึ้น ท่านขอปรับราคาได้แน่นอนเมื่อมีข้อสัญญาให้ปรับ (สูตรปรับราคา) หรือเมื่อลูกค้าตกลงแก้ไข นอกจากนั้นเป็นเรื่องเจรจา ถ้าเจรจาไม่สำเร็จ อย่าหยุดส่งของเอง ให้ส่งตามสัญญาไปก่อน หรือบอกเลิกตามข้อสัญญาที่มี

หลักกฎหมาย สัญญาที่ทำถูกต้องผูกพันคู่สัญญาตามที่ตกลง กฎหมายไทยไม่มีหลักทั่วไปที่ให้ศาลหรือคู่สัญญาปรับราคาเพียงเพราะต้นทุนเปลี่ยน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 ให้ใช้สิทธิและชำระหนี้โดยสุจริต ซึ่งใช้ประกอบการตีความและการเจรจา แต่ไม่ใช่เครื่องมือเปลี่ยนราคาฝ่ายเดียว มาตรา 8 นิยามเหตุสุดวิสัยว่าเป็นเหตุที่ป้องกันมิได้แม้ระมัดระวังตามสมควร และมาตรา 219 ปลดลูกหนี้เมื่อการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่ตนไม่ต้องรับผิดชอบ ทั้งสองเรื่องแคบ ต้นทุนที่แพงขึ้นแต่ยังส่งได้ มักไม่เข้า ส่วนการตกลงราคาใหม่ผ่านข้อเสนอและคำสนอง ต้องดูมาตรา 359 วรรคสอง และการเลิกสัญญาต้องดูมาตรา 386 และ 387

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ปัญหาส่วนใหญ่แก้ได้ก่อนเซ็นมากกว่าหลังต้นทุนขึ้น ถ้าท่านขายระยะยาว ให้ใส่สูตรปรับราคาที่เป็นกลางและตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้น ถ้าสัญญาไม่มีแล้ว ให้เปิดเจรจาเร็ว พร้อมหลักฐานต้นทุนที่ลูกค้าตรวจได้ และเสนอทางออกที่ลูกค้ารับได้ เช่น ปรับครึ่งหนึ่งหรือปรับชั่วคราว อย่าใช้การหยุดส่งเป็นเครื่องมือกดดัน เพราะผู้ที่เสี่ยงผิดสัญญาก่อนคือท่าน

ตัวอย่างสมมติตลอดคู่มือ คือ บริษัทผลิตกล่องกระดาษลูกฟูกรายเล็กในขอนแก่น ส่งกล่องบรรจุภัณฑ์ให้โรงงานแปรรูปผลไม้แห่งหนึ่งตามสัญญากรอบ 12 เดือน ราคากล่องคงที่ตลอดสัญญา ระหว่างปี ราคากระดาษเพิ่มขึ้นจนกำไรขั้นต้นเกือบหาย เราเรียกบริษัทผลิตกล่องว่า "โรงกล่อง" และโรงงานผลไม้ว่า "ลูกค้า"

1. ราคาที่ตกลงกันแล้ว ผูกพันแม้ต้นทุนขึ้นหรือไม่

ผูกพัน สัญญากรอบของโรงกล่องกำหนดราคาต่อใบไว้ตลอด 12 เดือนและไม่มีข้อปรับราคา ต้นทุนกระดาษที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นความเสี่ยงของโรงกล่อง เพราะโรงกล่องเป็นผู้ตกลงราคานั้นเอง และสามารถป้องกันความเสี่ยงได้โดยเขียนสูตร สั่งวัตถุดิบล่วงหน้า หรือล็อกราคากับผู้ขายกระดาษ

ที่ผู้ประกอบการมักเข้าใจคลาดเคลื่อนมีสามเรื่อง

  • "สุจริต" ไม่ได้แปลว่าลูกค้าต้องยอมขึ้นราคา มาตรา 5 ให้คู่สัญญาประพฤติสุจริต แต่ไม่ได้ให้สิทธิแก้ราคา การเจรจาด้วยความสุจริตของทั้งสองฝ่ายเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ผูกให้ลูกค้าต้องตกลง
  • ศาลไม่ปรับราคาให้โดยอัตโนมัติ ต่างจากบางประเทศที่มีหลักเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์อย่างมาก (hardship) ที่ใช้ได้ทั่วไป กฎหมายไทยไม่มีหลักเช่นนั้นเป็นบทบัญญัติทั่วไปสำหรับสัญญาซื้อขาย
  • ต้นทุนที่ท่านรับได้ ไม่เท่ากับสัญญาเปลี่ยน ถ้าโรงกล่องยังส่งกล่องได้ในราคาเดิม แม้ขาดทุน ก็ยังมีหน้าที่ส่งตามสัญญา

ข้อยกเว้นคือเมื่อสัญญาเองเปิดทาง เช่น มีสูตรปรับราคา ข้อทบทวนราคาตามรอบ หรือข้อให้เจรจาเมื่อราคาอ้างอิงเปลี่ยนเกินเกณฑ์ ข้อ 3 อธิบายวิธีเขียน

2. ต้นทุนวัตถุดิบขึ้น เป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่

ผู้ขายหลายรายอ้างเหตุสุดวิสัยเพราะวัตถุดิบแพงขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปใช้ไม่ได้ ควรรู้ขอบเขตจริงดังนี้

สถานการณ์มักเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่เหตุผล
ราคากระดาษขึ้นหลายสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ยังซื้อได้มักไม่ใช่ส่งของได้ เพียงแพงขึ้น ความผันผวนของราคาเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจที่คาดได้
ค่าเงินบาทอ่อน ทำให้วัตถุดิบนำเข้าแพงมักไม่ใช่ป้องกันได้ด้วยสัญญาล่วงหน้าหรือสูตรปรับราคา
ผู้ขายวัตถุดิบรายเดียวหยุดผลิตเพราะเหตุร้ายแรงภายนอก และหาแหล่งอื่นไม่ได้เลยอาจเข้า แต่ขึ้นกับข้อเท็จจริงต้องพิสูจน์ว่าป้องกันไม่ได้ ไม่มีทางเลือกอื่น และแจ้งลูกค้าทันที
ภาครัฐห้ามนำเข้าหรือส่งออกวัตถุดิบ ทำให้ผลิตไม่ได้อาจเข้าต้องดูว่าส่งของได้จริงหรือไม่ และมีทางหลีกเลี่ยงหรือไม่
สัญญามีข้อเหตุสุดวิสัย (force majeure) ที่ระบุรายการเหตุไว้ดูตามข้อสัญญาถ้าข้อสัญญาไม่ระบุต้นทุนที่เพิ่ม ก็ไม่ครอบคลุม

เหตุผลที่ต้นทุนแพงขึ้นไม่เข้า คือ มาตรา 8 ต้องเป็นเหตุที่ป้องกันมิได้ และมาตรา 219 ต้องทำให้ "การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย" การส่งสินค้าแพงขึ้นแต่ยังส่งได้ยังไม่พ้นวิสัย ท่านจึงไม่ควรเขียนจดหมายถึงลูกค้าว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ถ้าต้นทุนเพิ่มเป็นเพียงเหตุเดียว เพราะเท่ากับยอมรับว่าท่านจะไม่ส่งของ และเสี่ยงถูกอ้างว่าผิดสัญญาก่อน

ถ้ามีเหตุภายนอกร้ายแรงจริง ให้แจ้งลูกค้าเป็นหนังสือทันที ระบุเหตุ ผลกระทบ และสิ่งที่ท่านพยายามทำเพื่อลดผลกระทบ แล้วปรึกษาทนายความก่อนอ้างหลักนี้ในข้อพิพาท

3. สูตรปรับราคาในสัญญาระยะยาว เขียนอย่างไร

สัญญาซื้อขายระยะยาวและสัญญากรอบควรมีสูตรปรับราคาตั้งแต่ต้น เพื่อให้ราคาขยับตามวัตถุดิบด้วยกติกาที่ตกลงกันไว้ ไม่ต้องเจรจาใหม่ทุกครั้งที่ราคาตลาดเปลี่ยน องค์ประกอบที่ควรมี

องค์ประกอบสิ่งที่ควรเขียน
ดัชนีหรือราคาอ้างอิงระบุชื่อดัชนี ผู้เผยแพร่ ความถี่ และสิ่งที่ใช้แทนถ้าเลิกเผยแพร่
สัดส่วนที่ผูกกับวัตถุดิบส่วนใดของราคาสินค้าที่ปรับตามดัชนี เช่น เฉพาะส่วนกระดาษ ไม่รวมค่าแรงและกำไร
วันฐานราคาอ้างอิง ณ วันที่ตกลง เป็นจุดเริ่มเปรียบเทียบ
รอบทบทวนเช่น ทุกเดือนหรือทุกไตรมาส ไม่ควรปล่อยให้ฝ่ายใดเลือกเวลาเอง
เกณฑ์ขั้นต่ำ (threshold band)ปรับเมื่อดัชนีเปลี่ยนเกินช่วงที่ตกลง เช่น เกินร้อยละ 5 เพื่อไม่ต้องปรับทุกครั้งที่ขยับเล็กน้อย
เพดาน (cap)จำกัดอัตราปรับต่อรอบหรือต่อปี ลูกค้าจะยอมรับง่ายขึ้นเพราะคาดการณ์ได้
ปรับลงด้วยถ้าดัชนีลง ราคาลงตามสูตรเดียวกัน ช่วยให้สูตรดูเป็นกลาง
หลักฐานแบบเปิดบัญชีสิทธิให้ลูกค้าขอดูใบสั่งซื้อวัตถุดิบหรือใบกำกับ เพื่อยืนยันต้นทุนจริง
การแจ้งล่วงหน้าต้องแจ้งอย่างไร กี่วัน และราคาใหม่มีผลเมื่อใด
ถ้าเจรจาไม่สำเร็จลำดับขั้น เช่น เจรจา 30 วัน แล้วคู่สัญญามีสิทธิบอกเลิกได้โดยบอกกล่าว

ในแวดวงงานก่อสร้างของรัฐไทย สัญญามักมีสูตรปรับราคาที่เรียกกันว่า "สูตร K" ซึ่งอ้างดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเป็นฐานคำนวณ เป็นตัวอย่างว่าการผูกราคากับดัชนีเป็นวิธีที่ใช้จริงและเป็นที่ยอมรับ แต่เงื่อนไขของสูตรนั้นใช้เฉพาะสัญญาในกลุ่มดังกล่าว ไม่ได้ใช้กับสัญญาซื้อขายระหว่างเอกชนโดยอัตโนมัติ ท่านต้องเขียนสูตรของท่านลงในสัญญาเอง

ตัวอย่างข้อสัญญาปรับราคา (ตัวอย่าง ปรับตามธุรกิจจริง และให้ทนายความตรวจ)

ข้อ __ การปรับราคา
1) ราคากล่องตามตารางแนบ A เป็นราคาฐาน ณ วันที่ ____ โดยร้อยละ ___ ของราคาเป็นส่วนวัตถุดิบกระดาษ
2) ผู้ขายและผู้ซื้อทบทวนราคาทุกไตรมาส โดยเทียบ "ดัชนีราคากระดาษคราฟต์" ของ ____ (ผู้เผยแพร่) ที่ประกาศล่าสุดกับค่าฐาน
3) หากดัชนีเปลี่ยนจากค่าฐานเกินร้อยละ ___ ขึ้นหรือลง ให้ปรับเฉพาะส่วนวัตถุดิบตามสัดส่วนที่เปลี่ยน
   แต่ไม่เกินร้อยละ ___ ต่อรอบ และไม่เกินร้อยละ ___ ต่อปี
4) ฝ่ายที่ขอปรับแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ___ วัน พร้อมการคำนวณและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
   อีกฝ่ายมีสิทธิขอตรวจใบสั่งซื้อหรือใบกำกับวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องภายใน ___ วัน
5) ราคาใหม่ใช้กับใบสั่งซื้อที่ออกหลังวันที่ราคาใหม่มีผล ใบสั่งซื้อที่ผู้ขายยืนยันรับแล้วก่อนหน้านั้นใช้ราคาเดิม
6) หากตกลงราคาใหม่ไม่ได้ภายใน ___ วัน คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกเลิกสัญญาได้ด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้า ___ วัน
   โดยในระหว่างนั้นทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามสัญญาและราคาเดิมต่อไป

เลือกดัชนีที่ตรวจสอบได้จากแหล่งสาธารณะหรือเอกสารที่ทั้งสองฝ่ายเข้าถึงได้ และหลีกเลี่ยงดัชนีที่ผู้ขายเป็นผู้กำหนดเอง ถ้าสัญญาไม่บอกแหล่งที่มา ข้อพิพาทจะวนกลับมาที่ว่าดัชนีไหนถูก

4. ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างไร และต้องมีหลักฐานแค่ไหน

การแจ้งขอปรับราคาที่ดีทำให้เจรจาง่ายขึ้นและเป็นหลักฐานว่าท่านทำตามขั้นตอน

  • ทำเป็นหนังสือ อีเมลที่ระบุผู้ส่งผู้รับและวันที่ หรือหนังสือส่งตามที่อยู่ที่สัญญากำหนด พร้อมเก็บหลักฐานการส่ง
  • แจ้งก่อนราคาใหม่มีผล ถ้าสัญญามีระยะแจ้งล่วงหน้า ให้นับให้ถูก ถ้าไม่มี ควรให้เวลาอย่างน้อยพอให้ลูกค้าตรวจและปรับงบ เช่น 30 ถึง 60 วัน แล้วแต่ลักษณะธุรกิจ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติ ไม่ใช่ตัวเลขตามกฎหมาย
  • แนบข้อมูลต้นทุน ดัชนีหรือราคาที่เปลี่ยน เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้าที่ได้รับผลกระทบ และการคำนวณราคาใหม่
  • เสนอให้ตรวจ ถ้าสัญญามีข้อเปิดบัญชีให้เปิดเอกสารที่เกี่ยวข้อง ถ้าไม่มี ท่านเลือกเปิดเฉพาะส่วนที่จำเป็นได้ โดยไม่เปิดกำไรหรือข้อมูลลูกค้ารายอื่น
  • ระบุวันที่ราคาใหม่เริ่มใช้ และใบสั่งซื้อที่ไม่ได้รับผลกระทบ
  • เปิดทางเจรจา เสนอวันนัดประชุมหรือโทร ลูกค้าตอบโต้ได้เร็วถ้าเห็นว่าท่านเปิดทาง

ตัวอย่างหนังสือแจ้งขอปรับราคา (ตัวอย่าง ปรับตามงานจริง)

เรื่อง ขอทบทวนราคากล่องตามสัญญากรอบเลขที่ ____
เรียน ____
เนื่องจากดัชนีราคากระดาษคราฟต์ของ ____ ณ เดือน ____ เปลี่ยนจากค่าฐานในสัญญาร้อยละ ___
เราขอแจ้งปรับราคาส่วนวัตถุดิบตามข้อ __ ของสัญญา ดังรายละเอียดที่แนบ
ราคาใหม่มีผลกับใบสั่งซื้อที่ออกตั้งแต่วันที่ ____ (ไม่น้อยกว่า ___ วันนับจากหนังสือนี้)
ใบสั่งซื้อที่เรายืนยันรับแล้วก่อนวันดังกล่าวยังใช้ราคาเดิม
เรายินดีเปิดเอกสารต้นทุนที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบ และขอนัดหารือภายในวันที่ ____
ระหว่างนี้เราจะส่งมอบตามสัญญาต่อไป

คำว่า "ระหว่างนี้เราจะส่งมอบตามสัญญาต่อไป" สำคัญ เพราะแสดงว่าท่านไม่ได้ผิดสัญญาและไม่ได้ขู่ว่าจะหยุดส่ง ซึ่งช่วยให้ท่านยืนอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าหากข้อพิพาทไปถึงศาล

5. ใบสั่งซื้อที่รับแล้วกับออเดอร์ใหม่ ต่างกันอย่างไร

เมื่อมีสัญญากรอบ ต้องแยกให้ออกว่าราคาใหม่ใช้กับอะไร

ประเภทราคาที่ใช้หมายเหตุ
ใบสั่งซื้อที่ผู้ขายยืนยันรับแล้วราคาในใบสั่งซื้อผูกพันแล้ว ขอเปลี่ยนฝ่ายเดียวไม่ได้ ถ้าไม่มีข้อสัญญาให้ปรับ
ใบสั่งซื้อที่ส่งมาแต่ผู้ขายยังไม่ยืนยันผู้ขายเลือกรับหรือเสนอราคาใหม่ได้ถ้าตอบรับโดยแก้ราคา กฎหมายถือเป็นการปฏิเสธและเสนอใหม่ (มาตรา 359 วรรคสอง) ลูกค้าไม่ผูกพันจนกว่าจะตกลง
ออเดอร์ในอนาคตที่ยังไม่ได้สั่งราคาใหม่ตามสูตรหรือที่ตกลงกันต้องดูว่าสัญญากรอบผูกผู้ซื้อให้สั่งขั้นต่ำหรือไม่ ถ้าไม่ผูก ลูกค้าอาจไปซื้อรายอื่นได้
ใบสั่งซื้อแบบเปิด (blanket PO) ที่ทยอยส่งตามข้อสัญญาและวันที่ส่งแต่ละงวดควรเขียนว่าราคางวดที่ยังไม่ส่งปรับได้หรือไม่

ข้อควรระวังคือ ใบสั่งซื้อและใบเสนอราคามักมีเงื่อนไขที่ขัดกัน เช่น เงื่อนไขของผู้ซื้อว่าราคาคงที่ตลอด แต่เงื่อนไขของผู้ขายว่าราคาปรับได้ ดูคู่มือใบเสนอราคากับใบสั่งซื้อที่เงื่อนไขขัดกัน เพื่อวางแนวว่าเงื่อนไขของฝ่ายใดใช้

ถ้ายอดสั่งของลูกค้าคือกระแสเงินสดหลักของท่าน การเสนอขึ้นราคาที่ทำให้ลูกค้าไปหาคู่แข่งก็เป็นต้นทุนเช่นกัน ดูกำไรดีแต่เงินสดไม่พอ เพื่อวางแผนเงินหมุนเวียนระหว่างรอผลเจรจา

6. ถ้าเจรจาไม่สำเร็จ ทำอะไรได้บ้าง

เมื่อลูกค้าไม่ยอมปรับราคา ท่านมีสามทางหลัก ซึ่งแต่ละทางมีความเสี่ยงต่างกัน

ทางที่ 1 ส่งตามราคาเดิมไปก่อน แล้วเจรจาตอนต่อสัญญา เป็นทางที่ปลอดภัยที่สุดทางกฎหมาย ท่านไม่ผิดสัญญา และใช้หลักฐานต้นทุนที่สะสมไว้เป็นข้อต่อรองเมื่อสัญญาครบกำหนดหรือต่ออายุ ข้อเสียคือรับผลขาดทุนระหว่างทาง ควรคำนวณว่าไหวหรือไม่ และพิจารณาลดความเสี่ยงโดยจัดหาวัตถุดิบล่วงหน้าหรือหาแหล่งที่ถูกลง

ทางที่ 2 บอกเลิกสัญญาตามข้อสัญญา ถ้าสัญญากรอบมีข้อให้บอกเลิกได้ด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้า (เช่น 60 ถึง 90 วัน) ท่านใช้สิทธิตามข้อนั้นได้ โดยทำตามรูปแบบและระยะเวลาที่เขียนไว้ และส่งของตามราคาเดิมจนครบระยะบอกกล่าว การเลิกสัญญาทำโดยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่าย (มาตรา 386) ท่านต้องใช้ข้อสัญญาให้ตรงตามถ้อยคำ เพราะถ้าบอกเลิกโดยไม่มีสิทธิ ก็เท่ากับท่านเป็นฝ่ายผิด

ทางที่ 3 ขอแก้ไขสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ตกลงปรับราคาชั่วคราว ลดปริมาณ ยืดระยะส่ง หรือเปลี่ยนเป็นสูตรปรับราคาต่อไป ข้อตกลงใหม่ควรลงนามทั้งสองฝ่าย อย่าอาศัยการนิ่งหรือการสั่งซื้อต่อเป็นการยอมรับราคาใหม่ เพราะการแจ้งราคาใหม่เป็นเพียงข้อเสนอ

สิ่งที่ไม่ควรทำคือหยุดส่งของเอง ถ้าท่านยังมีหน้าที่ส่งตามสัญญาแล้วไม่ส่ง ท่านเป็นฝ่ายผิดสัญญา ลูกค้าอาจกำหนดเวลาพอสมควรให้ท่านส่ง ถ้าไม่ส่งภายในเวลานั้นก็เลิกสัญญาได้ตามมาตรา 387 เรียกค่าเสียหายตามมาตรา 222 เช่น ส่วนต่างราคาที่ต้องซื้อจากผู้อื่นและความเสียหายของสายการผลิต และเรียกเบี้ยปรับถ้าสัญญากำหนดไว้ (มาตรา 379 ถึง 383) ลูกค้ารายใหญ่ที่หยุดสายการผลิตเพราะขาดกล่อง ความเสียหายอาจสูงกว่าส่วนต่างราคาที่ท่านพยายามเรียกขึ้น

ถ้าลูกค้าหักค่าปรับหรือค่าเสียหายออกจากเงินที่ต้องจ่ายท่านเพราะส่งล่าช้าระหว่างนี้ ดูคู่มือลูกค้าหักค่าปรับ ค่าเสียหายจากเงินค่าสินค้า

7. ประเด็นอื่นที่ควรตรวจเมื่อต้นทุนขึ้น

  • ข้อสัญญาราคาขั้นต่ำและปริมาณขั้นต่ำ ถ้าลูกค้าผูกสั่งขั้นต่ำและท่านผูกราคา การขอปรับราคาอาจแลกกับการให้ปริมาณมากขึ้น
  • ข้อสัญญาลูกค้าได้ราคาดีที่สุด (MFN) ถ้ามี การลดราคาให้รายอื่นอาจกระทบรายนี้
  • ข้อเหตุสุดวิสัย ตรวจว่าข้อเขียนไว้ว่าอย่างไร และต้องแจ้งภายในกี่วัน
  • ค่าปรับส่งล่าช้า ถ้าท่านหยุดหรือเลื่อนส่ง ค่าปรับอาจเริ่มเดินทันที
  • การรับของและการรับชำระ ถ้าลูกค้ารับของแล้วจ่ายตามราคาใหม่โดยไม่โต้แย้ง อาจเป็นหลักฐานว่ายอมรับราคานั้น แต่ควรมีข้อความยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรอีกชั้น

ถ้าสัญญากรอบของท่านเป็นรูปแบบ MSA ที่ผูกบริการหรือสินค้ารายเดือน ดูคู่มือ MSA และ SLA สัญญาบริการรายเดือน เพื่อดูว่าข้อทบทวนราคาควรอยู่ตรงไหนของสัญญา

8. เช็กลิสต์เมื่อต้นทุนวัตถุดิบขึ้น

ก่อนแจ้งลูกค้า

  • อ่านสัญญากรอบและใบสั่งซื้อที่ค้างอยู่ ว่ามีข้อปรับราคา เหตุสุดวิสัย และบอกเลิกหรือไม่
  • คำนวณผลกระทบต่อกำไรต่อใบและต่อไตรมาส เพื่อรู้ว่าไหวถึงเมื่อใด
  • รวบรวมหลักฐานต้นทุน เช่น ใบเสนอราคาและใบกำกับจากผู้ขายวัตถุดิบ
  • แยกใบสั่งซื้อที่ยืนยันรับแล้ว ออกจากออเดอร์ใหม่

ตอนแจ้งและเจรจา

  • ส่งหนังสือขอปรับราคาล่วงหน้าตามระยะที่สัญญากำหนดและเก็บหลักฐานการส่ง
  • แนบการคำนวณ ไม่ใช่แค่ตัวเลขราคาใหม่
  • เสนอทางเลือกที่ลูกค้ารับได้ เช่น ปรับบางส่วนหรือชั่วคราว
  • ระบุว่าจะส่งมอบตามสัญญาต่อไประหว่างเจรจา

ถ้าตกลงได้

  • ทำข้อตกลงแก้ไขสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรและลงนามทั้งสองฝ่าย
  • เขียนสูตรปรับราคาถาวรเข้าสัญญาเพื่อไม่ต้องเจรจาซ้ำ

ถ้าตกลงไม่ได้

  • ส่งมอบต่อตามราคาเดิม หรือบอกเลิกตามข้อสัญญาและระยะบอกกล่าว
  • ไม่หยุดส่งฝ่ายเดียว และไม่อ้างเหตุสุดวิสัยเพียงเพราะต้นทุนเพิ่ม
  • ปรึกษาทนายความก่อนบอกเลิกหรือก่อนเปลี่ยนวิธีส่งมอบ

อ่านเพิ่มเติม

ต้นทุนที่ขึ้นไม่ทำให้ราคาในสัญญาเปลี่ยนเอง ท่านจึงควรเขียนสูตรปรับราคาก่อนเซ็น เจรจาด้วยหลักฐาน และไม่หยุดส่งของฝ่ายเดียว

เราช่วยร่างและตรวจสัญญาซื้อขายและสัญญากรอบ เขียนสูตรปรับราคาและข้อบอกกล่าว ตรวจใบสั่งซื้อที่ค้างอยู่ และวางแนวทางเมื่อเจรจาไม่สำเร็จ ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ จัดทำสัญญาและเอกสารธุรกิจ และ ที่ปรึกษากฎหมายประจำ


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

สัญญากำหนดราคาคงที่ไว้ ต้นทุนวัตถุดิบขึ้นมาก ขอลูกค้าปรับราคาได้ตามกฎหมายหรือไม่+

โดยหลักไม่ได้ฝ่ายเดียว เมื่อสัญญากำหนดราคาไว้ชัด คู่สัญญาต้องปฏิบัติตามนั้น กฎหมายไทยไม่มีหลักทั่วไปที่ให้ปรับราคาเพราะต้นทุนเปลี่ยนไป แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 จะให้ใช้สิทธิและชำระหนี้โดยสุจริต แต่หลักนี้ไม่ได้เปลี่ยนราคาที่ตกลงกันแล้ว ทางที่ทำได้คือเจรจาให้ลูกค้าตกลงแก้ไขสัญญา หรือใช้สูตรปรับราคาที่เขียนไว้ล่วงหน้า (ดูหัวข้อ 1 และ 3)

ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งขึ้น เป็นเหตุสุดวิสัยที่ทำให้พ้นความรับผิดได้หรือไม่+

โดยทั่วไปไม่ใช่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 นิยามเหตุสุดวิสัยว่าเป็นเหตุที่ป้องกันมิได้แม้จัดการระมัดระวังตามสมควรแล้ว และมาตรา 219 ปลดลูกหนี้เมื่อการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่ตนไม่ต้องรับผิดชอบ การส่งของแพงขึ้นแต่ยังส่งได้ ไม่ใช่พ้นวิสัย ส่วนกรณีที่เหตุภายนอกทำให้ไม่มีวัตถุดิบเลยหรือส่งไม่ได้จริง ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและข้อสัญญาเป็นรายกรณี (ดูหัวข้อ 2)

สูตรปรับราคาในสัญญาระยะยาวควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง+

ควรระบุดัชนีหรือราคาอ้างอิงและแหล่งที่มา สัดส่วนของราคาสินค้าที่ผูกกับวัตถุดิบ วันฐานและรอบทบทวน เกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องเปลี่ยนก่อนจึงปรับ เพดานการปรับต่อรอบ ระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า และสิทธิขอดูหลักฐาน เมื่อดัชนีลดลงก็ควรปรับลงด้วยเพื่อให้สมดุล (ดูหัวข้อ 3 และ 4)

ใบสั่งซื้อที่ผู้ขายยืนยันรับแล้ว ขอปรับราคาย้อนหลังได้หรือไม่+

ถ้าใบสั่งซื้อถูกยืนยันรับแล้วและสัญญากรอบไม่มีสูตรปรับราคา ราคาในใบสั่งซื้อนั้นผูกพัน ตามหลักประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 359 วรรคสอง การตอบรับที่แก้ไขเงื่อนไขถือเป็นการปฏิเสธและเสนอใหม่ ผู้ขายจึงขอราคาใหม่สำหรับออเดอร์ถัดไปที่ยังไม่ได้รับได้ แต่จะบังคับให้ใบสั่งซื้อเดิมเปลี่ยนราคาฝ่ายเดียวไม่ได้ (ดูหัวข้อ 5)

ถ้าลูกค้าไม่ยอมปรับราคา ผู้ขายหยุดส่งของเองได้หรือไม่+

ไม่ควร การหยุดส่งทั้งที่ยังมีหน้าที่ส่งตามสัญญาเป็นการผิดสัญญา ลูกค้าอาจบอกกล่าวให้ส่งภายในเวลาที่กำหนดแล้วเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 และเรียกค่าเสียหายตามมาตรา 222 หรือเรียกเบี้ยปรับถ้าสัญญากำหนดไว้ ทางที่ปลอดภัยกว่าคือส่งตามราคาเดิมไปพร้อมเจรจา หรือบอกเลิกตามข้อสัญญาและระยะเวลาบอกกล่าวที่ตกลงกันไว้ (ดูหัวข้อ 6)

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา