ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

พึ่งโรงงานหรือซัพพลายเออร์รายเดียว วางแผนสำรองและสัญญาป้องกันก่อนเกิดปัญหา

โรงงานหรือซัพพลายเออร์รายเดียวหยุดส่ง แบรนด์ก็หยุดขาย ตรวจความเป็นเจ้าของแม่พิมพ์ สูตร ใบอนุญาต อย. สต็อกสำรอง และข้อสัญญาที่ควรมีตั้งแต่วันนี้

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ21 ตุลาคม 256914 นาที
พึ่งโรงงานหรือซัพพลายเออร์รายเดียว วางแผนสำรองและสัญญาป้องกันก่อนเกิดปัญหา

คำตอบหลัก

ธุรกิจจำนวนมากพึ่งโรงงานหรือซัพพลายเออร์รายเดียวโดยไม่รู้ตัว เพราะเริ่มจากเจ้าเดียวที่ราคาดีและตอบสนองเร็ว วันหนึ่งโรงงานไฟไหม้ ปรับราคาขึ้น ไม่รับงานเพราะลูกค้าใหญ่กว่าแย่งกำลังผลิต หรือปิดกิจการ เจ้าของแบรนด์จึงพบว่าแม่พิมพ์ สูตร ไฟล์กล่อง และใบอนุญาตอยู่ในมือโรงงาน ปัญหานี้แก้ได้ แต่ต้องแก้ก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่หลังเกิดเหตุ

หลักกฎหมาย กฎหมายไทยไม่มีบทบัญญัติที่บังคับให้ซัพพลายเออร์ส่งของต่อไปเรื่อย ๆ หรือต้องคืนแม่พิมพ์เมื่อสัญญาสิ้นสุด สิทธิของผู้ซื้อขึ้นอยู่กับสัญญาเป็นหลัก ส่วนความรับผิดเมื่อส่งของไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 ให้ความหมายเหตุสุดวิสัย และมาตรา 219 ให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากการชำระหนี้ที่กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่ตนไม่ต้องรับผิดชอบ ส่วนทรัพย์สินที่ตกอยู่ในมือโรงงาน เช่น แม่พิมพ์ สูตร และใบอนุญาต ต้องดูข้อเท็จจริงและเอกสารทีละรายการว่าใครเป็นเจ้าของและใครเป็นผู้ถือ

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ทำเป็นสี่ชั้น ชั้นแรกทำให้ทรัพย์สินที่เป็นหัวใจของธุรกิจ (สูตร แบบ แม่พิมพ์ งานศิลป์ ใบอนุญาต) เป็นของเราและเข้าถึงได้ ชั้นที่สองมีแหล่งสำรองที่ผ่านการทดสอบอย่างน้อยหนึ่งราย ชั้นที่สามมีสต็อกที่พอให้ผ่านช่วงเปลี่ยนแหล่ง ชั้นที่สี่มีสัญญาที่ให้เวลาแจ้ง ให้ลำดับความสำคัญเมื่อกำลังผลิตขาด และให้ทางออกที่ชัดเมื่อเลิกกัน

คู่มือนี้พูดเรื่องการป้องกันก่อนเกิดปัญหา ส่วนขั้นตอนเมื่อต้องเปลี่ยนโรงงานจริง ดูเปลี่ยนโรงงาน OEM: สูตร แม่พิมพ์ กล่อง และสต็อกเป็นของใคร

1. ประเมินว่าพึ่งพามากแค่ไหน

ก่อนเขียนสัญญา ให้ตอบคำถามเหล่านี้เป็นรายสินค้า ไม่ใช่ภาพรวมทั้งบริษัท

  • สินค้ากี่รายการ หรือกี่รหัส ที่มีโรงงานผลิตเพียงแห่งเดียว และรายการเหล่านั้นสร้างรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทหรือไม่
  • วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนสำคัญซื้อผ่านซัพพลายเออร์เดียวหรือไม่ และมีทางเลือกอื่นในตลาดหรือไม่
  • หากซัพพลายเออร์หยุดส่งวันนี้ สต็อกที่มีขายได้กี่สัปดาห์
  • ใช้เวลานานเท่าไรจึงหาโรงงานใหม่ ทำตัวอย่าง ทดสอบ และเริ่มผลิตจริง (ลองนึกจากประสบการณ์ครั้งก่อนที่เคยเปลี่ยน)
  • ซัพพลายเออร์ผลิตให้ลูกค้ารายอื่นที่ใหญ่กว่าเราหรือไม่ ถ้ากำลังผลิตตึง ใครจะถูกเลื่อนก่อน
  • ซัพพลายเออร์รู้สูตรหรือรายละเอียดที่ทำให้สินค้าของเราต่างจากคู่แข่งหรือไม่ และสัญญาป้องกันไว้หรือไม่
  • เอกสารของผลิตภัณฑ์ (ใบจดแจ้ง ใบอนุญาต ผลทดสอบ) ออกในชื่อใคร

ถ้าจัดเรียงสินค้าตามรายได้และตามความยากในการเปลี่ยนแหล่งผลิตได้ จะเห็นรายการที่ต้องทำก่อน อย่าพยายามแก้ทุกอย่างพร้อมกัน

2. ทรัพย์สินที่ต้องเป็นของเราและต้องเข้าถึงได้

ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อโรงงานเป็นผู้ผลิตรายเดียว คือเจ้าของแบรนด์ไม่มีของที่ต้องใช้เพื่อไปผลิตที่อื่น ให้ทำรายการทรัพย์สินและตรวจทีละรายการ

ทรัพย์สินปัญหาที่พบสิ่งที่ควรมี
สูตรและสเปกสินค้าโรงงานเป็นผู้พัฒนาและเก็บสูตรไว้เอง ผู้ว่าจ้างไม่รู้ส่วนผสมที่แท้จริงเอกสารสูตรหรือสเปกฉบับเต็มที่ผู้ว่าจ้างถือ และข้อสัญญาว่าสูตรเป็นของผู้ว่าจ้างหรือได้รับอนุญาตให้ใช้ต่อ
แม่พิมพ์และอุปกรณ์เฉพาะจ่ายค่าทำแล้วแต่ไม่มีเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของ แม่พิมพ์อยู่ในโรงงานสัญญาระบุเจ้าของ รายการทรัพย์สินพร้อมรูปถ่ายและเลขกำกับ สิทธินำออกและห้ามใช้ผลิตให้ผู้อื่น
งานศิลป์ กล่อง ฉลากไฟล์อยู่ในเครื่องของโรงงานหรือผู้ออกแบบ ลิขสิทธิ์ไม่ชัดไฟล์ต้นฉบับที่แก้ไขได้ และสัญญาโอนหรืออนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์
ชื่อแบรนด์และเครื่องหมายการค้าโรงงานหรือตัวแทนเป็นผู้ยื่นจดในนามตนเองจดในนามเจ้าของแบรนด์ ดูใครเป็นเจ้าของแบรนด์
ใบอนุญาตและใบจดแจ้งออกในชื่อโรงงานหรือผู้นำเข้า ย้ายไม่ได้ง่ายตรวจว่าใครเป็นผู้ถือที่ถูกต้อง (ดูหัวข้อ 3)
ข้อมูลลูกค้าและยอดขายโรงงานรู้รายชื่อลูกค้าปลายทางข้อห้ามการติดต่อลูกค้าของผู้ว่าจ้างโดยตรง
วัตถุดิบหรือสต็อกในโรงงานไม่รู้ว่ากองไหนเป็นของใครรายงานสต็อกเป็นรอบ และข้อกำหนดเรื่องกรรมสิทธิ์ของวัสดุที่ผู้ว่าจ้างจ่ายแล้ว

สิ่งที่ต้องระวังคือการเขียนว่า "เป็นของผู้ว่าจ้าง" โดยไม่ระบุว่าอะไร และไม่มีบันทึกว่ามีอะไรอยู่ที่ไหน เมื่อเกิดข้อพิพาท เจ้าของที่ไม่มีรายการและรูปถ่ายพิสูจน์ได้ยาก ควรทำรายการทรัพย์สินเป็นภาคผนวกของสัญญา อัปเดตทุกครั้งที่มีแม่พิมพ์ใหม่ และให้ทั้งสองฝ่ายลงนาม

ตัวอย่างข้อสัญญา (เป็นตัวอย่างเท่านั้น ปรับให้เหมาะกับธุรกิจ)

แม่พิมพ์ อุปกรณ์เฉพาะ แบบ สูตร สเปก และไฟล์งานศิลป์ที่ระบุในภาคผนวก ก
เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างครอบครองไว้ในฐานะผู้เก็บรักษา
และจะใช้เพื่อผลิตสินค้าให้ผู้ว่าจ้างเท่านั้น ห้ามนำไปผลิตหรือจำหน่าย
ให้บุคคลอื่น เมื่อผู้ว่าจ้างแจ้งเป็นหนังสือ ผู้รับจ้างจะส่งมอบทรัพย์สินดังกล่าว
ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่อาจหน่วงเหนี่ยวเพื่อเรียกเงินที่โต้แย้งกัน

ข้อสุดท้ายนี้ (ห้ามหน่วงเหนี่ยว) โรงงานอาจต่อรอง เพราะโรงงานก็ต้องการหลักประกันการจ่ายเงิน ทางกลาง คือกำหนดให้ส่งมอบหลังจ่ายยอดที่ไม่มีข้อโต้แย้ง หรือวางเงินในบัญชีกลางสำหรับส่วนที่โต้แย้ง

3. ใบจดแจ้ง ใบอนุญาต และ อย. ที่ออกในชื่อโรงงาน

สำหรับสินค้าที่ต้องจดแจ้งหรือขึ้นทะเบียนกับ อย. เช่น เครื่องสำอาง อาหาร อาหารเสริม หรือเครื่องมือแพทย์ ใครเป็นผู้ถือเอกสารมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการเปลี่ยนโรงงาน

  • ผู้ถือเอกสารอาจเป็นเจ้าของแบรนด์ ผู้นำเข้า หรือผู้ผลิต แล้วแต่ประเภทผลิตภัณฑ์และเงื่อนไขของหน่วยงาน บางประเภทมีสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้าผูกกับเอกสารด้วย
  • หากโรงงานเป็นผู้ถือ เจ้าของแบรนด์ต้องพึ่งความร่วมมือของโรงงานเมื่อต้องการเปลี่ยนสถานที่ผลิต ยกเลิก หรือโอน และหากโรงงานปิดหรือเลิกสัญญา ผลิตภัณฑ์อาจขายไม่ได้ระหว่างที่ขอเอกสารใหม่
  • ควรตรวจ เป็นรายผลิตภัณฑ์ ว่าผู้ถือที่ถูกต้องคือใคร และตกลงกับโรงงานเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะให้ความร่วมมือโอน แก้ไข หรือยกเลิกเมื่อสัญญาสิ้นสุด
  • เอกสารประกอบ เช่น ผลทดสอบ เอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ และเอกสารระบบคุณภาพ อาจอยู่ที่โรงงาน ควรขอสำเนาไว้

เรื่องนี้ซับซ้อนและแตกต่างกันตามประเภทผลิตภัณฑ์ อ่านเพิ่มเติมได้ในใบจดแจ้งเครื่องสำอาง ใครควรเป็นผู้ถือ และขอ อย. อาหาร อาหารเสริม และเครื่องมือแพทย์ หรือใช้บริการการขึ้นทะเบียน อย. ควรตรวจประกาศและขั้นตอนฉบับล่าสุดก่อนตัดสินใจเสมอ

4. ซัพพลายเออร์สำรอง: เตรียมอย่างไรโดยไม่ทำลายความสัมพันธ์เดิม

ซัพพลายเออร์สำรองไม่ได้แปลว่าเลิกกับรายเดิม แต่เป็นการสร้างทางเลือกที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว

  1. ทำสเปกกลางที่เป็นของเรา ถ้าสเปกอยู่ในหัวโรงงานเดียว ซัพพลายเออร์รายใหม่ก็เริ่มไม่ได้
  2. เลือกรายการนำร่อง ไม่ต้องย้ายทั้งหมด เลือกสินค้าที่ย้ายง่ายหรือเสี่ยงต่ำ ผลิตล็อตเล็กที่รายใหม่เพื่อพิสูจน์คุณภาพ ใบอนุญาต และเวลาส่งมอบ
  3. ทำข้อตกลงรักษาความลับกับรายใหม่ก่อนส่งสเปก ห้ามนำข้อมูลไปใช้อย่างอื่น และระบุว่าผลงานปรับปรุงเป็นของใคร
  4. ตรวจว่าสัญญาเดิมห้ามหรือไม่ ข้อสัญญาเอกสิทธิ์ ข้อห้ามให้ผู้อื่นผลิต หรือปริมาณขั้นต่ำที่ผูกไว้ อาจทำให้การสั่งรายใหม่เป็นการผิดสัญญา ให้ตรวจก่อนสั่ง
  5. บอกรายเดิมอย่างเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องบอกทุกอย่าง แต่อย่าให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ และอย่าเอาข้อมูลลับของรายเดิมไปให้รายใหม่ ซึ่งอาจเป็นการละเมิดสัญญาหรือความลับทางการค้า
  6. กำหนดสัดส่วนการสั่ง เพื่อให้รายสำรองยังได้งานต่อเนื่องพอจะรักษากำลังผลิตและความพร้อมไว้ มิฉะนั้นเมื่อถึงเวลาจริงรายสำรองอาจไม่ว่าง

สำหรับสินค้าที่ผูกกับใบอนุญาต การประเมินซัพพลายเออร์สำรองต้องรวมเรื่องว่าสถานที่ผลิตใหม่ขึ้นเอกสารได้หรือไม่ และใช้เวลานานเท่าไร ดังนั้นการเริ่มล่วงหน้ามีความหมายมาก

ธุรกิจที่เลือกระหว่างรับจ้างผลิตกับสร้างแบรนด์เอง ดูรับจ้างผลิต (OEM) หรือสร้างแบรนด์เอง ซึ่งอธิบายความเสี่ยงจากอีกด้านหนึ่ง

5. สัญญาจัดหา: ข้อที่ควรมีก่อนเกิดปัญหา

สัญญาซื้อขายหรือจ้างผลิตระยะยาวควรมีอย่างน้อยข้อต่อไปนี้

  • ระยะเวลาสัญญาและการต่อ ถ้าสั้นเกินไปจะไม่มั่นคง ถ้ายาวเกินไปจะผูกมัด ควรมีทางออกถ้าซัพพลายเออร์ไม่ทำตามมาตรฐานหรือกำหนดเวลา
  • คำบอกกล่าวเลิกหรือหยุดผลิตสินค้า (discontinuation notice) ซัพพลายเออร์ต้องแจ้งล่วงหน้าตามเวลาที่ตกลง เมื่อจะเลิกผลิตสินค้านั้น หรือเมื่อจะเลิกกับเรา เพื่อให้เรามีเวลาหาแหล่งใหม่ และให้โอกาสสั่งครั้งสุดท้ายในปริมาณที่ตกลงกัน (last-time buy)
  • การจัดสรรเมื่อกำลังผลิตขาด (allocation) ถ้าซัพพลายเออร์ผลิตให้หลายราย ระบุว่าเมื่อของขาดจะจัดสรรอย่างไร อย่างน้อยไม่ให้เราถูกเลื่อนก่อนลูกค้ารายอื่นที่มีเงื่อนไขเทียบเท่า
  • การพยากรณ์และการสั่งซื้อ ใครผูกพันตามคำพยากรณ์ ปริมาณขั้นต่ำที่ต้องรับ และเวลาที่ซัพพลายเออร์ต้องส่งมอบ
  • ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินและสูตร ตามหัวข้อ 2
  • สต็อกสำรองที่ซัพพลายเออร์ถือ (safety stock หรือ consignment) ถ้าตกลงให้ซัพพลายเออร์เก็บสต็อกสำรองให้ ต้องระบุว่าใครรับความเสี่ยงสินค้าเสียหาย ใครจ่ายค่าเก็บ และเรียกใช้เมื่อไร
  • สิทธิตรวจสอบ สิทธิเข้าตรวจโรงงานหรือขอเอกสารคุณภาพตามนัด
  • ข้อห้ามและความลับ ห้ามนำสเปกหรือสินค้าของเราไปผลิตให้ผู้อื่น
  • การเปลี่ยนซัพพลายเออร์ช่วงของซัพพลายเออร์ ซัพพลายเออร์จะเปลี่ยนวัตถุดิบหรือโรงงานที่ผลิตจริงต้องแจ้งก่อน เพราะอาจกระทบใบอนุญาตและคุณภาพ
  • การโอนงานและการส่งมอบเมื่อเลิกสัญญา (exit and handover) ส่งมอบทรัพย์สิน สเปก และเอกสารภายในกำหนดเวลา ช่วยฝึกหรือผลิตต่อชั่วคราวในช่วงเปลี่ยน

ข้อสัญญาเรื่องเลิกสัญญา เบี้ยปรับ ความรับผิด และการตรวจรับ ใช้หลักเดียวกับสัญญากับลูกค้ารายใหญ่ ดูลูกค้ารายใหญ่ส่งสัญญามาให้เซ็น ซึ่งอธิบายหลักเรื่องเบี้ยปรับและการหักกลบลบหนี้ที่ใช้ได้ทั้งสองทิศทาง และMSA และ SLA สำหรับสัญญาบริการรายเดือน สำหรับการกำหนดระดับบริการ

6. เหตุสุดวิสัยและการส่งของไม่ได้

ซัพพลายเออร์มักอ้างเหตุสุดวิสัยเมื่อส่งของไม่ได้ และผู้ซื้อควรเข้าใจกรอบกฎหมายและข้อสัญญาที่ควรเขียน

หลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 กำหนดว่าเหตุสุดวิสัยคือเหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นหรือให้ผลพิบัติก็ดี ซึ่งบุคคลไม่อาจป้องกันได้ แม้จะได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรซึ่งพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น และมาตรา 219 ให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากการชำระหนี้เมื่อการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังก่อหนี้ และลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ ถ้าลูกหนี้ต้องรับผิดชอบต่อพฤติการณ์นั้น ลูกหนี้ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่เจ้าหนี้ ตามแนวคำพิพากษา มาตรา 219 ใช้เมื่อการชำระหนี้เป็นพ้นวิสัยจริง ไม่ใช่เพียงยากขึ้นหรือแพงขึ้น ดังนั้นการที่วัตถุดิบแพงขึ้นหรือโรงงานมีงานของลูกค้ารายอื่นมากกว่า มักไม่ใช่เหตุสุดวิสัยโดยตัวเอง

ในสัญญาจึงควรเขียนให้ชัด

  1. คำนิยามเหตุสุดวิสัย ระบุตัวอย่างที่นับ (เช่น ภัยธรรมชาติ ไฟไหม้ คำสั่งของรัฐ) และที่ไม่นับ (เช่น การขาดแคลนวัตถุดิบทั่วไป การขาดแคลนแรงงาน การที่ซัพพลายเออร์ของซัพพลายเออร์ส่งไม่ได้ เว้นแต่เหตุนั้นเองเข้านิยาม)
  2. หน้าที่แจ้ง แจ้งเป็นหนังสือภายในเวลาที่ตกลง พร้อมหลักฐานและแผนบรรเทา
  3. หน้าที่บรรเทา ซัพพลายเออร์ต้องพยายามแก้ไขและกลับมาผลิตโดยเร็ว
  4. สิทธิของผู้ซื้อเมื่อเหตุยืดเยื้อ เช่น ผู้ซื้อสั่งจากแหล่งอื่นชั่วคราวโดยไม่ผิดข้อเอกสิทธิ์ ลดปริมาณขั้นต่ำ ถอนแม่พิมพ์ไปผลิตที่อื่น หรือเลิกสัญญาเมื่อเกินกำหนดระยะเวลา
  5. ลำดับความสำคัญ ระหว่างเหตุสุดวิสัย ให้ผู้ซื้อมีสิทธิก่อนหรืออย่างน้อยเท่าเทียมกับลูกค้ารายอื่น

ผู้ซื้อควรระวังเมื่อตนเองต้องส่งของให้ลูกค้ารายใหญ่ที่เขียนเงื่อนไขเข้มงวดกว่า ถ้าลูกค้าของเราไม่ยอมรับเหตุสุดวิสัยที่ซัพพลายเออร์ของเรายอมรับ เราจะรับความเสียหายส่วนต่างเอง จึงควรให้ข้อสัญญาที่เราเซ็นกับซัพพลายเออร์และที่เราเซ็นกับลูกค้าไม่ขัดกัน (back-to-back) เท่าที่ทำได้

7. สต็อกสำรองและเงินสด

สต็อกสำรองลดความเสี่ยง แต่ผูกเงินและมีต้นทุนเก็บ ควรตัดสินใจอย่างมีหลักการ

  • เริ่มจากสินค้าที่ขายดีที่สุดและเปลี่ยนแหล่งยากที่สุด
  • คำนวณเวลาที่ต้องใช้เพื่อเปลี่ยนแหล่ง (ตามหัวข้อ 1) แล้วเก็บสต็อกให้ครอบคลุมเวลานั้น ซึ่งเป็นการประมาณ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว
  • คำนึงถึงอายุสินค้า วันหมดอายุ และเงื่อนไขการจัดเก็บ โดยเฉพาะอาหาร เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์
  • ตรวจกับผู้ทำบัญชีเรื่องผลต่อกระแสเงินสดและภาษี ดูกำไรแต่เงินไม่พอ
  • กำหนดสถานที่เก็บสต็อกสำรองให้แยกจากโรงงาน มิฉะนั้นสต็อกอาจติดอยู่ที่เดียวกับเหตุที่ทำให้โรงงานหยุด
  • บันทึกว่าสต็อกที่โรงงานถือ (สินค้าสำเร็จรูป วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์) เป็นของใคร มีเอกสารแสดง และตรวจนับเป็นรอบ

8. ความสัมพันธ์ในทางปฏิบัติ

กฎหมายและสัญญาช่วยได้เท่าที่ความสัมพันธ์เอื้อ ซัพพลายเออร์ที่รู้สึกว่าถูกกดดันอาจไม่ร่วมมือในเวลาที่ต้องการมากที่สุด จึงควร

  • สื่อสารแผนและการพยากรณ์ล่วงหน้า
  • จ่ายตามกำหนด ถ้าไม่มีเหตุโต้แย้ง
  • เขียนข้อสัญญาให้เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ซัพพลายเออร์ก็ต้องการหลักประกันการสั่งซื้อและการจ่ายเงิน
  • ประชุมทบทวนผลงานเป็นรอบ และเก็บบันทึกคุณภาพ การส่งช้า และการแก้ไข เพื่อใช้ประกอบหากต้องเลิกสัญญา

9. เมื่อเกิดเหตุแล้ว

หากโรงงานหยุดส่งแล้วจริง ให้ทำตามลำดับ

  1. รวบรวมสัญญา ใบสั่งซื้อ ภาคผนวกรายการทรัพย์สิน และเอกสารที่ผ่านมา
  2. ตรวจสต็อกทั้งหมด รวมที่อยู่ในโรงงาน
  3. อ่านข้อสัญญาเรื่องเหตุสุดวิสัย การบอกเลิก และการส่งมอบ ก่อนส่งหนังสือใดไปยังโรงงาน
  4. ส่งหนังสือแจ้งให้ชัดเจน อย่าพูดทางโทรศัพท์อย่างเดียว
  5. หากโรงงานหน่วงเหนี่ยวแม่พิมพ์หรือสูตร ให้ปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ ดูเปลี่ยนโรงงาน OEM และหนังสือทวงถาม
  6. แจ้งลูกค้าสำคัญตั้งแต่เนิ่น ๆ ตามข้อเท็จจริง และตรวจสัญญากับลูกค้าว่ามีเบี้ยปรับหรือหน้าที่แจ้งเมื่อส่งของล่าช้า

10. เช็กลิสต์

  • ระบุสินค้าที่มีแหล่งผลิตเดียว และจัดลำดับตามรายได้และความยากในการเปลี่ยน
  • มีรายการทรัพย์สิน (แม่พิมพ์ สูตร งานศิลป์) พร้อมรูปถ่ายและลงนามร่วมกัน
  • สัญญาระบุเจ้าของ สิทธิรับคืน และข้อห้ามนำไปผลิตให้ผู้อื่น
  • ตรวจแล้วว่าผู้ถือใบจดแจ้งหรือใบอนุญาตแต่ละผลิตภัณฑ์คือใคร และตกลงเรื่องการโอนไว้
  • เครื่องหมายการค้าจดในนามเจ้าของแบรนด์
  • มีซัพพลายเออร์สำรองที่ผ่านการผลิตล็อตทดลองอย่างน้อยหนึ่งราย
  • ตรวจแล้วว่าสัญญาเดิมไม่ห้ามการซื้อจากรายอื่น
  • สัญญามีข้อคำบอกกล่าวเลิกหรือหยุดผลิต การสั่งครั้งสุดท้าย และการจัดสรรเมื่อกำลังผลิตขาด
  • ข้อเหตุสุดวิสัยกำหนดคำนิยาม หน้าที่แจ้ง และสิทธิของผู้ซื้อเมื่อเหตุยืดเยื้อ
  • มีสต็อกสำรองที่ครอบคลุมเวลาที่ต้องใช้เพื่อเปลี่ยนแหล่ง และปรึกษาผู้ทำบัญชีเรื่องกระแสเงินสดแล้ว
  • สัญญากับซัพพลายเออร์และกับลูกค้าสอดคล้องกันเรื่องการส่งมอบล่าช้า

อ่านเพิ่มเติม

อย่ารอให้โรงงานหยุดจึงถามว่าแม่พิมพ์ สูตร และใบอนุญาตเป็นของใคร ควรทำให้ทรัพย์สินสำคัญเป็นของเรา มีแหล่งสำรองที่ทดสอบแล้ว และมีสัญญาที่ให้เวลาและทางออกเมื่อเลิกกัน

เราร่างและตรวจสัญญาจัดหาและจ้างผลิต ตรวจความเป็นเจ้าของทรัพย์สินและเครื่องหมายการค้า และช่วยประสานเรื่องการขึ้นทะเบียนกับ อย. ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ สัญญาและเอกสาร และ การขึ้นทะเบียน อย.


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

แม่พิมพ์ที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินให้โรงงานทำ ถือเป็นของผู้ว่าจ้างโดยอัตโนมัติหรือไม่+

ไม่ควรสันนิษฐานเช่นนั้น เพราะการเป็นเจ้าของขึ้นอยู่กับข้อตกลงและข้อเท็จจริง เช่น ใครสั่งทำ ใครจ่ายเงิน ใครครอบครอง และมีการระบุไว้หรือไม่ ควรเขียนในสัญญาว่าแม่พิมพ์ สูตร แบบ และไฟล์งานศิลป์เป็นของผู้ว่าจ้าง โรงงานเก็บรักษาไว้ในฐานะผู้ดูแล ห้ามนำไปผลิตให้บุคคลอื่น และต้องคืนเมื่อผู้ว่าจ้างเรียกขอ พร้อมทำรายการทรัพย์สินที่ถ่ายรูปและลงนามร่วมกัน

ถ้าโรงงานส่งของล่าช้าเพราะเหตุสุดวิสัย ผู้ซื้อเรียกค่าเสียหายได้หรือไม่+

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 ให้ความหมายของเหตุสุดวิสัยว่าเป็นเหตุที่บุคคลไม่อาจป้องกันได้แม้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร และมาตรา 219 วางหลักว่าถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ ลูกหนี้หลุดพ้นจากการชำระหนี้นั้น ดังนั้นหากเหตุนั้นเป็นเหตุสุดวิสัยจริง ผู้ซื้ออาจเรียกค่าเสียหายไม่ได้ แต่ปัญหาว่าเหตุใดเป็นเหตุสุดวิสัยต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง และข้อสัญญาที่ให้คำนิยามเหตุสุดวิสัยกว้างหรือแคบกว่ากฎหมายมีผลต่อผลลัพธ์ จึงควรเขียนให้ชัดและกำหนดหน้าที่แจ้งและทางเลือกของผู้ซื้อเมื่อเหตุยืดเยื้อ

ใบจดแจ้งหรือใบอนุญาต อย. ที่ออกในชื่อโรงงาน มีความเสี่ยงอย่างไรต่อเจ้าของแบรนด์+

ผู้ถือเอกสารคือผู้ที่หน่วยงานรับรู้ตามทะเบียน หากเจ้าของแบรนด์ไม่ใช่ผู้ถือ การเปลี่ยนโรงงานหรือการโอนสิทธิอาจทำไม่ได้ง่าย หรือต้องยื่นขอใหม่ ควรตรวจก่อนว่าผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทต้องใช้ผู้ถือเป็นใคร และตกลงกับโรงงานล่วงหน้าเรื่องการโอนหรือยกเลิกเอกสารเมื่อสัญญาสิ้นสุด รายละเอียดแตกต่างกันตามประเภทผลิตภัณฑ์ ควรตรวจประกาศและขั้นตอนของ อย. ฉบับล่าสุด

สัญญาที่ห้ามซื้อจากรายอื่น (เอกสิทธิ์) เหมาะกับธุรกิจที่อยากมีซัพพลายเออร์สำรองหรือไม่+

ไม่เหมาะ ข้อสัญญาเอกสิทธิ์ที่ห้ามผู้ซื้อหาแหล่งผลิตอื่นทำให้แผนสำรองทำไม่ได้ตามสัญญา หากต้องยอมเพราะต้องการราคาหรือกำลังผลิต ควรจำกัดเฉพาะสินค้าหรือแม่พิมพ์ที่ระบุ มีระยะเวลาชัด และมีข้อยกเว้นเมื่อซัพพลายเออร์ส่งมอบไม่ได้ตามกำหนดหรือไม่รับประกันกำลังผลิต

ควรเก็บสต็อกสำรองไว้เท่าไร+

ไม่มีตัวเลขที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ ให้เริ่มจากคำถามว่าหากซัพพลายเออร์หยุดส่งทันที ต้องใช้เวลาเท่าไรจึงหาแหล่งใหม่ทดสอบและผลิตได้ แล้วเก็บสต็อกให้ครอบคลุมช่วงนั้นสำหรับสินค้าที่ขายดีที่สุดก่อน ต้องคำนึงถึงอายุสินค้า สถานที่เก็บ และเงินทุนจม จึงควรปรึกษาผู้ทำบัญชีเรื่องผลต่อกระแสเงินสด

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา