คำตอบหลัก
ธุรกิจจำนวนมากพึ่งโรงงานหรือซัพพลายเออร์รายเดียวโดยไม่รู้ตัว เพราะเริ่มจากเจ้าเดียวที่ราคาดีและตอบสนองเร็ว วันหนึ่งโรงงานไฟไหม้ ปรับราคาขึ้น ไม่รับงานเพราะลูกค้าใหญ่กว่าแย่งกำลังผลิต หรือปิดกิจการ เจ้าของแบรนด์จึงพบว่าแม่พิมพ์ สูตร ไฟล์กล่อง และใบอนุญาตอยู่ในมือโรงงาน ปัญหานี้แก้ได้ แต่ต้องแก้ก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่หลังเกิดเหตุ
หลักกฎหมาย กฎหมายไทยไม่มีบทบัญญัติที่บังคับให้ซัพพลายเออร์ส่งของต่อไปเรื่อย ๆ หรือต้องคืนแม่พิมพ์เมื่อสัญญาสิ้นสุด สิทธิของผู้ซื้อขึ้นอยู่กับสัญญาเป็นหลัก ส่วนความรับผิดเมื่อส่งของไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 ให้ความหมายเหตุสุดวิสัย และมาตรา 219 ให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากการชำระหนี้ที่กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่ตนไม่ต้องรับผิดชอบ ส่วนทรัพย์สินที่ตกอยู่ในมือโรงงาน เช่น แม่พิมพ์ สูตร และใบอนุญาต ต้องดูข้อเท็จจริงและเอกสารทีละรายการว่าใครเป็นเจ้าของและใครเป็นผู้ถือ
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ทำเป็นสี่ชั้น ชั้นแรกทำให้ทรัพย์สินที่เป็นหัวใจของธุรกิจ (สูตร แบบ แม่พิมพ์ งานศิลป์ ใบอนุญาต) เป็นของเราและเข้าถึงได้ ชั้นที่สองมีแหล่งสำรองที่ผ่านการทดสอบอย่างน้อยหนึ่งราย ชั้นที่สามมีสต็อกที่พอให้ผ่านช่วงเปลี่ยนแหล่ง ชั้นที่สี่มีสัญญาที่ให้เวลาแจ้ง ให้ลำดับความสำคัญเมื่อกำลังผลิตขาด และให้ทางออกที่ชัดเมื่อเลิกกัน
คู่มือนี้พูดเรื่องการป้องกันก่อนเกิดปัญหา ส่วนขั้นตอนเมื่อต้องเปลี่ยนโรงงานจริง ดูเปลี่ยนโรงงาน OEM: สูตร แม่พิมพ์ กล่อง และสต็อกเป็นของใคร
1. ประเมินว่าพึ่งพามากแค่ไหน
ก่อนเขียนสัญญา ให้ตอบคำถามเหล่านี้เป็นรายสินค้า ไม่ใช่ภาพรวมทั้งบริษัท
- สินค้ากี่รายการ หรือกี่รหัส ที่มีโรงงานผลิตเพียงแห่งเดียว และรายการเหล่านั้นสร้างรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทหรือไม่
- วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนสำคัญซื้อผ่านซัพพลายเออร์เดียวหรือไม่ และมีทางเลือกอื่นในตลาดหรือไม่
- หากซัพพลายเออร์หยุดส่งวันนี้ สต็อกที่มีขายได้กี่สัปดาห์
- ใช้เวลานานเท่าไรจึงหาโรงงานใหม่ ทำตัวอย่าง ทดสอบ และเริ่มผลิตจริง (ลองนึกจากประสบการณ์ครั้งก่อนที่เคยเปลี่ยน)
- ซัพพลายเออร์ผลิตให้ลูกค้ารายอื่นที่ใหญ่กว่าเราหรือไม่ ถ้ากำลังผลิตตึง ใครจะถูกเลื่อนก่อน
- ซัพพลายเออร์รู้สูตรหรือรายละเอียดที่ทำให้สินค้าของเราต่างจากคู่แข่งหรือไม่ และสัญญาป้องกันไว้หรือไม่
- เอกสารของผลิตภัณฑ์ (ใบจดแจ้ง ใบอนุญาต ผลทดสอบ) ออกในชื่อใคร
ถ้าจัดเรียงสินค้าตามรายได้และตามความยากในการเปลี่ยนแหล่งผลิตได้ จะเห็นรายการที่ต้องทำก่อน อย่าพยายามแก้ทุกอย่างพร้อมกัน
2. ทรัพย์สินที่ต้องเป็นของเราและต้องเข้าถึงได้
ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อโรงงานเป็นผู้ผลิตรายเดียว คือเจ้าของแบรนด์ไม่มีของที่ต้องใช้เพื่อไปผลิตที่อื่น ให้ทำรายการทรัพย์สินและตรวจทีละรายการ
| ทรัพย์สิน | ปัญหาที่พบ | สิ่งที่ควรมี |
|---|---|---|
| สูตรและสเปกสินค้า | โรงงานเป็นผู้พัฒนาและเก็บสูตรไว้เอง ผู้ว่าจ้างไม่รู้ส่วนผสมที่แท้จริง | เอกสารสูตรหรือสเปกฉบับเต็มที่ผู้ว่าจ้างถือ และข้อสัญญาว่าสูตรเป็นของผู้ว่าจ้างหรือได้รับอนุญาตให้ใช้ต่อ |
| แม่พิมพ์และอุปกรณ์เฉพาะ | จ่ายค่าทำแล้วแต่ไม่มีเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของ แม่พิมพ์อยู่ในโรงงาน | สัญญาระบุเจ้าของ รายการทรัพย์สินพร้อมรูปถ่ายและเลขกำกับ สิทธินำออกและห้ามใช้ผลิตให้ผู้อื่น |
| งานศิลป์ กล่อง ฉลาก | ไฟล์อยู่ในเครื่องของโรงงานหรือผู้ออกแบบ ลิขสิทธิ์ไม่ชัด | ไฟล์ต้นฉบับที่แก้ไขได้ และสัญญาโอนหรืออนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ |
| ชื่อแบรนด์และเครื่องหมายการค้า | โรงงานหรือตัวแทนเป็นผู้ยื่นจดในนามตนเอง | จดในนามเจ้าของแบรนด์ ดูใครเป็นเจ้าของแบรนด์ |
| ใบอนุญาตและใบจดแจ้ง | ออกในชื่อโรงงานหรือผู้นำเข้า ย้ายไม่ได้ง่าย | ตรวจว่าใครเป็นผู้ถือที่ถูกต้อง (ดูหัวข้อ 3) |
| ข้อมูลลูกค้าและยอดขาย | โรงงานรู้รายชื่อลูกค้าปลายทาง | ข้อห้ามการติดต่อลูกค้าของผู้ว่าจ้างโดยตรง |
| วัตถุดิบหรือสต็อกในโรงงาน | ไม่รู้ว่ากองไหนเป็นของใคร | รายงานสต็อกเป็นรอบ และข้อกำหนดเรื่องกรรมสิทธิ์ของวัสดุที่ผู้ว่าจ้างจ่ายแล้ว |
สิ่งที่ต้องระวังคือการเขียนว่า "เป็นของผู้ว่าจ้าง" โดยไม่ระบุว่าอะไร และไม่มีบันทึกว่ามีอะไรอยู่ที่ไหน เมื่อเกิดข้อพิพาท เจ้าของที่ไม่มีรายการและรูปถ่ายพิสูจน์ได้ยาก ควรทำรายการทรัพย์สินเป็นภาคผนวกของสัญญา อัปเดตทุกครั้งที่มีแม่พิมพ์ใหม่ และให้ทั้งสองฝ่ายลงนาม
ตัวอย่างข้อสัญญา (เป็นตัวอย่างเท่านั้น ปรับให้เหมาะกับธุรกิจ)
แม่พิมพ์ อุปกรณ์เฉพาะ แบบ สูตร สเปก และไฟล์งานศิลป์ที่ระบุในภาคผนวก ก
เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างครอบครองไว้ในฐานะผู้เก็บรักษา
และจะใช้เพื่อผลิตสินค้าให้ผู้ว่าจ้างเท่านั้น ห้ามนำไปผลิตหรือจำหน่าย
ให้บุคคลอื่น เมื่อผู้ว่าจ้างแจ้งเป็นหนังสือ ผู้รับจ้างจะส่งมอบทรัพย์สินดังกล่าว
ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่อาจหน่วงเหนี่ยวเพื่อเรียกเงินที่โต้แย้งกัน
ข้อสุดท้ายนี้ (ห้ามหน่วงเหนี่ยว) โรงงานอาจต่อรอง เพราะโรงงานก็ต้องการหลักประกันการจ่ายเงิน ทางกลาง คือกำหนดให้ส่งมอบหลังจ่ายยอดที่ไม่มีข้อโต้แย้ง หรือวางเงินในบัญชีกลางสำหรับส่วนที่โต้แย้ง
3. ใบจดแจ้ง ใบอนุญาต และ อย. ที่ออกในชื่อโรงงาน
สำหรับสินค้าที่ต้องจดแจ้งหรือขึ้นทะเบียนกับ อย. เช่น เครื่องสำอาง อาหาร อาหารเสริม หรือเครื่องมือแพทย์ ใครเป็นผู้ถือเอกสารมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการเปลี่ยนโรงงาน
- ผู้ถือเอกสารอาจเป็นเจ้าของแบรนด์ ผู้นำเข้า หรือผู้ผลิต แล้วแต่ประเภทผลิตภัณฑ์และเงื่อนไขของหน่วยงาน บางประเภทมีสถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้าผูกกับเอกสารด้วย
- หากโรงงานเป็นผู้ถือ เจ้าของแบรนด์ต้องพึ่งความร่วมมือของโรงงานเมื่อต้องการเปลี่ยนสถานที่ผลิต ยกเลิก หรือโอน และหากโรงงานปิดหรือเลิกสัญญา ผลิตภัณฑ์อาจขายไม่ได้ระหว่างที่ขอเอกสารใหม่
- ควรตรวจ เป็นรายผลิตภัณฑ์ ว่าผู้ถือที่ถูกต้องคือใคร และตกลงกับโรงงานเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะให้ความร่วมมือโอน แก้ไข หรือยกเลิกเมื่อสัญญาสิ้นสุด
- เอกสารประกอบ เช่น ผลทดสอบ เอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ และเอกสารระบบคุณภาพ อาจอยู่ที่โรงงาน ควรขอสำเนาไว้
เรื่องนี้ซับซ้อนและแตกต่างกันตามประเภทผลิตภัณฑ์ อ่านเพิ่มเติมได้ในใบจดแจ้งเครื่องสำอาง ใครควรเป็นผู้ถือ และขอ อย. อาหาร อาหารเสริม และเครื่องมือแพทย์ หรือใช้บริการการขึ้นทะเบียน อย. ควรตรวจประกาศและขั้นตอนฉบับล่าสุดก่อนตัดสินใจเสมอ
4. ซัพพลายเออร์สำรอง: เตรียมอย่างไรโดยไม่ทำลายความสัมพันธ์เดิม
ซัพพลายเออร์สำรองไม่ได้แปลว่าเลิกกับรายเดิม แต่เป็นการสร้างทางเลือกที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว
- ทำสเปกกลางที่เป็นของเรา ถ้าสเปกอยู่ในหัวโรงงานเดียว ซัพพลายเออร์รายใหม่ก็เริ่มไม่ได้
- เลือกรายการนำร่อง ไม่ต้องย้ายทั้งหมด เลือกสินค้าที่ย้ายง่ายหรือเสี่ยงต่ำ ผลิตล็อตเล็กที่รายใหม่เพื่อพิสูจน์คุณภาพ ใบอนุญาต และเวลาส่งมอบ
- ทำข้อตกลงรักษาความลับกับรายใหม่ก่อนส่งสเปก ห้ามนำข้อมูลไปใช้อย่างอื่น และระบุว่าผลงานปรับปรุงเป็นของใคร
- ตรวจว่าสัญญาเดิมห้ามหรือไม่ ข้อสัญญาเอกสิทธิ์ ข้อห้ามให้ผู้อื่นผลิต หรือปริมาณขั้นต่ำที่ผูกไว้ อาจทำให้การสั่งรายใหม่เป็นการผิดสัญญา ให้ตรวจก่อนสั่ง
- บอกรายเดิมอย่างเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องบอกทุกอย่าง แต่อย่าให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ และอย่าเอาข้อมูลลับของรายเดิมไปให้รายใหม่ ซึ่งอาจเป็นการละเมิดสัญญาหรือความลับทางการค้า
- กำหนดสัดส่วนการสั่ง เพื่อให้รายสำรองยังได้งานต่อเนื่องพอจะรักษากำลังผลิตและความพร้อมไว้ มิฉะนั้นเมื่อถึงเวลาจริงรายสำรองอาจไม่ว่าง
สำหรับสินค้าที่ผูกกับใบอนุญาต การประเมินซัพพลายเออร์สำรองต้องรวมเรื่องว่าสถานที่ผลิตใหม่ขึ้นเอกสารได้หรือไม่ และใช้เวลานานเท่าไร ดังนั้นการเริ่มล่วงหน้ามีความหมายมาก
ธุรกิจที่เลือกระหว่างรับจ้างผลิตกับสร้างแบรนด์เอง ดูรับจ้างผลิต (OEM) หรือสร้างแบรนด์เอง ซึ่งอธิบายความเสี่ยงจากอีกด้านหนึ่ง
5. สัญญาจัดหา: ข้อที่ควรมีก่อนเกิดปัญหา
สัญญาซื้อขายหรือจ้างผลิตระยะยาวควรมีอย่างน้อยข้อต่อไปนี้
- ระยะเวลาสัญญาและการต่อ ถ้าสั้นเกินไปจะไม่มั่นคง ถ้ายาวเกินไปจะผูกมัด ควรมีทางออกถ้าซัพพลายเออร์ไม่ทำตามมาตรฐานหรือกำหนดเวลา
- คำบอกกล่าวเลิกหรือหยุดผลิตสินค้า (discontinuation notice) ซัพพลายเออร์ต้องแจ้งล่วงหน้าตามเวลาที่ตกลง เมื่อจะเลิกผลิตสินค้านั้น หรือเมื่อจะเลิกกับเรา เพื่อให้เรามีเวลาหาแหล่งใหม่ และให้โอกาสสั่งครั้งสุดท้ายในปริมาณที่ตกลงกัน (last-time buy)
- การจัดสรรเมื่อกำลังผลิตขาด (allocation) ถ้าซัพพลายเออร์ผลิตให้หลายราย ระบุว่าเมื่อของขาดจะจัดสรรอย่างไร อย่างน้อยไม่ให้เราถูกเลื่อนก่อนลูกค้ารายอื่นที่มีเงื่อนไขเทียบเท่า
- การพยากรณ์และการสั่งซื้อ ใครผูกพันตามคำพยากรณ์ ปริมาณขั้นต่ำที่ต้องรับ และเวลาที่ซัพพลายเออร์ต้องส่งมอบ
- ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินและสูตร ตามหัวข้อ 2
- สต็อกสำรองที่ซัพพลายเออร์ถือ (safety stock หรือ consignment) ถ้าตกลงให้ซัพพลายเออร์เก็บสต็อกสำรองให้ ต้องระบุว่าใครรับความเสี่ยงสินค้าเสียหาย ใครจ่ายค่าเก็บ และเรียกใช้เมื่อไร
- สิทธิตรวจสอบ สิทธิเข้าตรวจโรงงานหรือขอเอกสารคุณภาพตามนัด
- ข้อห้ามและความลับ ห้ามนำสเปกหรือสินค้าของเราไปผลิตให้ผู้อื่น
- การเปลี่ยนซัพพลายเออร์ช่วงของซัพพลายเออร์ ซัพพลายเออร์จะเปลี่ยนวัตถุดิบหรือโรงงานที่ผลิตจริงต้องแจ้งก่อน เพราะอาจกระทบใบอนุญาตและคุณภาพ
- การโอนงานและการส่งมอบเมื่อเลิกสัญญา (exit and handover) ส่งมอบทรัพย์สิน สเปก และเอกสารภายในกำหนดเวลา ช่วยฝึกหรือผลิตต่อชั่วคราวในช่วงเปลี่ยน
ข้อสัญญาเรื่องเลิกสัญญา เบี้ยปรับ ความรับผิด และการตรวจรับ ใช้หลักเดียวกับสัญญากับลูกค้ารายใหญ่ ดูลูกค้ารายใหญ่ส่งสัญญามาให้เซ็น ซึ่งอธิบายหลักเรื่องเบี้ยปรับและการหักกลบลบหนี้ที่ใช้ได้ทั้งสองทิศทาง และMSA และ SLA สำหรับสัญญาบริการรายเดือน สำหรับการกำหนดระดับบริการ
6. เหตุสุดวิสัยและการส่งของไม่ได้
ซัพพลายเออร์มักอ้างเหตุสุดวิสัยเมื่อส่งของไม่ได้ และผู้ซื้อควรเข้าใจกรอบกฎหมายและข้อสัญญาที่ควรเขียน
หลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 กำหนดว่าเหตุสุดวิสัยคือเหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นหรือให้ผลพิบัติก็ดี ซึ่งบุคคลไม่อาจป้องกันได้ แม้จะได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรซึ่งพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น และมาตรา 219 ให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากการชำระหนี้เมื่อการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังก่อหนี้ และลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ ถ้าลูกหนี้ต้องรับผิดชอบต่อพฤติการณ์นั้น ลูกหนี้ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่เจ้าหนี้ ตามแนวคำพิพากษา มาตรา 219 ใช้เมื่อการชำระหนี้เป็นพ้นวิสัยจริง ไม่ใช่เพียงยากขึ้นหรือแพงขึ้น ดังนั้นการที่วัตถุดิบแพงขึ้นหรือโรงงานมีงานของลูกค้ารายอื่นมากกว่า มักไม่ใช่เหตุสุดวิสัยโดยตัวเอง
ในสัญญาจึงควรเขียนให้ชัด
- คำนิยามเหตุสุดวิสัย ระบุตัวอย่างที่นับ (เช่น ภัยธรรมชาติ ไฟไหม้ คำสั่งของรัฐ) และที่ไม่นับ (เช่น การขาดแคลนวัตถุดิบทั่วไป การขาดแคลนแรงงาน การที่ซัพพลายเออร์ของซัพพลายเออร์ส่งไม่ได้ เว้นแต่เหตุนั้นเองเข้านิยาม)
- หน้าที่แจ้ง แจ้งเป็นหนังสือภายในเวลาที่ตกลง พร้อมหลักฐานและแผนบรรเทา
- หน้าที่บรรเทา ซัพพลายเออร์ต้องพยายามแก้ไขและกลับมาผลิตโดยเร็ว
- สิทธิของผู้ซื้อเมื่อเหตุยืดเยื้อ เช่น ผู้ซื้อสั่งจากแหล่งอื่นชั่วคราวโดยไม่ผิดข้อเอกสิทธิ์ ลดปริมาณขั้นต่ำ ถอนแม่พิมพ์ไปผลิตที่อื่น หรือเลิกสัญญาเมื่อเกินกำหนดระยะเวลา
- ลำดับความสำคัญ ระหว่างเหตุสุดวิสัย ให้ผู้ซื้อมีสิทธิก่อนหรืออย่างน้อยเท่าเทียมกับลูกค้ารายอื่น
ผู้ซื้อควรระวังเมื่อตนเองต้องส่งของให้ลูกค้ารายใหญ่ที่เขียนเงื่อนไขเข้มงวดกว่า ถ้าลูกค้าของเราไม่ยอมรับเหตุสุดวิสัยที่ซัพพลายเออร์ของเรายอมรับ เราจะรับความเสียหายส่วนต่างเอง จึงควรให้ข้อสัญญาที่เราเซ็นกับซัพพลายเออร์และที่เราเซ็นกับลูกค้าไม่ขัดกัน (back-to-back) เท่าที่ทำได้
7. สต็อกสำรองและเงินสด
สต็อกสำรองลดความเสี่ยง แต่ผูกเงินและมีต้นทุนเก็บ ควรตัดสินใจอย่างมีหลักการ
- เริ่มจากสินค้าที่ขายดีที่สุดและเปลี่ยนแหล่งยากที่สุด
- คำนวณเวลาที่ต้องใช้เพื่อเปลี่ยนแหล่ง (ตามหัวข้อ 1) แล้วเก็บสต็อกให้ครอบคลุมเวลานั้น ซึ่งเป็นการประมาณ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว
- คำนึงถึงอายุสินค้า วันหมดอายุ และเงื่อนไขการจัดเก็บ โดยเฉพาะอาหาร เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์
- ตรวจกับผู้ทำบัญชีเรื่องผลต่อกระแสเงินสดและภาษี ดูกำไรแต่เงินไม่พอ
- กำหนดสถานที่เก็บสต็อกสำรองให้แยกจากโรงงาน มิฉะนั้นสต็อกอาจติดอยู่ที่เดียวกับเหตุที่ทำให้โรงงานหยุด
- บันทึกว่าสต็อกที่โรงงานถือ (สินค้าสำเร็จรูป วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์) เป็นของใคร มีเอกสารแสดง และตรวจนับเป็นรอบ
8. ความสัมพันธ์ในทางปฏิบัติ
กฎหมายและสัญญาช่วยได้เท่าที่ความสัมพันธ์เอื้อ ซัพพลายเออร์ที่รู้สึกว่าถูกกดดันอาจไม่ร่วมมือในเวลาที่ต้องการมากที่สุด จึงควร
- สื่อสารแผนและการพยากรณ์ล่วงหน้า
- จ่ายตามกำหนด ถ้าไม่มีเหตุโต้แย้ง
- เขียนข้อสัญญาให้เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ซัพพลายเออร์ก็ต้องการหลักประกันการสั่งซื้อและการจ่ายเงิน
- ประชุมทบทวนผลงานเป็นรอบ และเก็บบันทึกคุณภาพ การส่งช้า และการแก้ไข เพื่อใช้ประกอบหากต้องเลิกสัญญา
9. เมื่อเกิดเหตุแล้ว
หากโรงงานหยุดส่งแล้วจริง ให้ทำตามลำดับ
- รวบรวมสัญญา ใบสั่งซื้อ ภาคผนวกรายการทรัพย์สิน และเอกสารที่ผ่านมา
- ตรวจสต็อกทั้งหมด รวมที่อยู่ในโรงงาน
- อ่านข้อสัญญาเรื่องเหตุสุดวิสัย การบอกเลิก และการส่งมอบ ก่อนส่งหนังสือใดไปยังโรงงาน
- ส่งหนังสือแจ้งให้ชัดเจน อย่าพูดทางโทรศัพท์อย่างเดียว
- หากโรงงานหน่วงเหนี่ยวแม่พิมพ์หรือสูตร ให้ปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ ดูเปลี่ยนโรงงาน OEM และหนังสือทวงถาม
- แจ้งลูกค้าสำคัญตั้งแต่เนิ่น ๆ ตามข้อเท็จจริง และตรวจสัญญากับลูกค้าว่ามีเบี้ยปรับหรือหน้าที่แจ้งเมื่อส่งของล่าช้า
10. เช็กลิสต์
- ระบุสินค้าที่มีแหล่งผลิตเดียว และจัดลำดับตามรายได้และความยากในการเปลี่ยน
- มีรายการทรัพย์สิน (แม่พิมพ์ สูตร งานศิลป์) พร้อมรูปถ่ายและลงนามร่วมกัน
- สัญญาระบุเจ้าของ สิทธิรับคืน และข้อห้ามนำไปผลิตให้ผู้อื่น
- ตรวจแล้วว่าผู้ถือใบจดแจ้งหรือใบอนุญาตแต่ละผลิตภัณฑ์คือใคร และตกลงเรื่องการโอนไว้
- เครื่องหมายการค้าจดในนามเจ้าของแบรนด์
- มีซัพพลายเออร์สำรองที่ผ่านการผลิตล็อตทดลองอย่างน้อยหนึ่งราย
- ตรวจแล้วว่าสัญญาเดิมไม่ห้ามการซื้อจากรายอื่น
- สัญญามีข้อคำบอกกล่าวเลิกหรือหยุดผลิต การสั่งครั้งสุดท้าย และการจัดสรรเมื่อกำลังผลิตขาด
- ข้อเหตุสุดวิสัยกำหนดคำนิยาม หน้าที่แจ้ง และสิทธิของผู้ซื้อเมื่อเหตุยืดเยื้อ
- มีสต็อกสำรองที่ครอบคลุมเวลาที่ต้องใช้เพื่อเปลี่ยนแหล่ง และปรึกษาผู้ทำบัญชีเรื่องกระแสเงินสดแล้ว
- สัญญากับซัพพลายเออร์และกับลูกค้าสอดคล้องกันเรื่องการส่งมอบล่าช้า
อ่านเพิ่มเติม
- เปลี่ยนโรงงาน OEM: สูตร แม่พิมพ์ กล่อง และสต็อกเป็นของใคร — ขั้นตอนเมื่อต้องเปลี่ยนจริง
- รับจ้างผลิต (OEM) หรือสร้างแบรนด์เอง — ความเสี่ยงเมื่อพึ่งผู้ผลิตและการเป็นเจ้าของแบรนด์
- ใบจดแจ้งเครื่องสำอาง ใครควรเป็นผู้ถือ — กรณีเครื่องสำอาง
- ขอ อย. อาหาร อาหารเสริม และเครื่องมือแพทย์ — ผู้ยื่นและจุดที่แบรนด์พลาด
- ใครเป็นเจ้าของแบรนด์ — วางโครงสร้างเครื่องหมายการค้า
- กำไรแต่เงินไม่พอ — ผลของสต็อกสำรองต่อเงินสด
อย่ารอให้โรงงานหยุดจึงถามว่าแม่พิมพ์ สูตร และใบอนุญาตเป็นของใคร ควรทำให้ทรัพย์สินสำคัญเป็นของเรา มีแหล่งสำรองที่ทดสอบแล้ว และมีสัญญาที่ให้เวลาและทางออกเมื่อเลิกกัน
เราร่างและตรวจสัญญาจัดหาและจ้างผลิต ตรวจความเป็นเจ้าของทรัพย์สินและเครื่องหมายการค้า และช่วยประสานเรื่องการขึ้นทะเบียนกับ อย. ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ สัญญาและเอกสาร และ การขึ้นทะเบียน อย.
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

