ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

ตั้งราคางานบริการ เหมาจ่าย รายชั่วโมง หรือรายเดือน และต้องเขียนในสัญญาอย่างไร

เปรียบเทียบราคาแบบเหมา รายชั่วโมง และรายเดือนสำหรับธุรกิจบริการ พร้อมข้อสัญญาเรื่องขอบเขตงาน การขอแก้งาน ชั่วโมงที่ไม่ใช้ มัดจำ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ21 ตุลาคม 256910 นาที
ตั้งราคางานบริการ เหมาจ่าย รายชั่วโมง หรือรายเดือน และต้องเขียนในสัญญาอย่างไร

เจ้าของธุรกิจบริการ เช่น เอเจนซี สำนักงานบัญชี ที่ปรึกษา ช่างติดตั้ง หรือผู้พัฒนาระบบ ต้องเลือกวิธีคิดราคาตั้งแต่ใบเสนอราคาแรก จะเหมาจ่ายทั้งงาน คิดรายชั่วโมง หรือเก็บเป็นรายเดือน แต่ละแบบเปลี่ยนความเสี่ยงและกระแสเงินสดของทั้งสองฝ่าย และที่สำคัญคือเปลี่ยนสิ่งที่สัญญาต้องเขียน

ปัญหาจริงมักเกิดตอนลูกค้าขอแก้งานไม่รู้จบในราคาเหมา ตอนลูกค้าถามว่าชั่วโมงเดือนนี้ที่ไม่ได้ใช้หายไปไหน หรือตอนมัดจำที่รับมาถูกเรียกคืนหลังลูกค้ายกเลิก คู่มือนี้พูดถึงวิธีตั้งราคาในมุมที่ต้องปรากฏในสัญญา ไม่ได้พูดเรื่องค่าบริการของสำนักงานกฎหมาย ซึ่งอยู่ในบทความปัจจัยในการเสนอราคาที่ปรึกษากฎหมายรายเดือน

คำตอบหลัก

ไม่มีแบบราคาที่ดีที่สุดสำหรับทุกงาน ให้เลือกตามความชัดเจนของขอบเขตงาน งานที่ขอบเขตชัดเหมาะกับราคาเหมา งานที่ปริมาณไม่แน่นอนเหมาะกับรายชั่วโมง และงานที่ต่อเนื่องเป็นประจำเหมาะกับรายเดือน แต่ไม่ว่าเลือกแบบใด สัญญาต้องเขียนขอบเขต วิธีขอแก้งาน เกณฑ์ส่งมอบ และการเรียกเงินให้ชัด

หลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377 กำหนดว่าการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำเป็นพยานหลักฐานว่าสัญญาได้ทำกันขึ้นแล้วและเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญา ส่วนมาตรา 378 วางหลักการคืน การใช้เป็นการชำระหนี้บางส่วน และการริบมัดจำ เมื่อไม่ได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น นอกจากนั้น ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่ายของค่าบริการเป็นไปตามประมวลรัษฎากร ซึ่งขึ้นกับสถานะการจดทะเบียนและผู้จ่าย

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา ราคาที่ผิดพลาดมักแก้ด้วยสัญญาที่ดีกว่า ไม่ใช่ด้วยการเจรจาใหม่ทุกเดือน เขียนสิ่งที่รวมอยู่ในราคา สิ่งที่ไม่รวม และวิธีคิดเงินเพิ่มไว้ก่อนเริ่มงาน แล้วใช้เอกสารขอแก้งานเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง

1. เลือกแบบราคาตามธรรมชาติของงาน

แบบราคาเหมาะกับความเสี่ยงหลักของผู้ให้บริการความเสี่ยงหลักของลูกค้า
เหมาจ่ายขอบเขตและผลลัพธ์ชัดใช้เวลาเกินและแก้งานไม่จบได้งานคุณภาพต่ำถ้าผู้ให้บริการเร่งลดต้นทุน
รายชั่วโมงหรือรายวันปริมาณงานไม่แน่นอนลูกค้าจำกัดงบหรือโต้แย้งจำนวนชั่วโมงงบบานปลายโดยคุมไม่ได้
รายเดือนงานต่อเนื่อง บำรุงรักษา ให้คำปรึกษาลูกค้าเรียกใช้เกินที่ตั้งใจจ่ายแม้เดือนนั้นไม่ได้ใช้
ผสม (ค่าตั้งต้นและรายเดือน)งานที่ต้องติดตั้งแล้วดูแลต่อต้องแยกงานสองช่วงให้ชัดผูกพันเป็นเวลานานกว่าที่คิด

เมื่อธุรกิจต้องการเปลี่ยนจากงานครั้งเดียวเป็นรายได้ประจำ ดูจากงานครั้งเดียวเป็นรายได้รายเดือน และเมื่อเลือกงานที่รับเพราะกำไรจริง ดูงานเยอะแต่กำไรน้อย

2. ราคาเหมา: ขอบเขตงานคือราคา

ราคาเหมาไม่ได้ซื้องานทั้งหมดที่ลูกค้านึกถึง แต่ซื้องานที่เขียนไว้ ปัญหาเกิดเมื่อคำว่า "ตามที่คุยกัน" หรือ "จนกว่าลูกค้าพอใจ" เป็นขอบเขต ให้เขียนดังนี้

  • รายการส่งมอบ ระบุเป็นข้อ ๆ ว่าจะได้อะไร ในรูปแบบใด
  • เกณฑ์ที่ถือว่าเสร็จ เช่น ผ่านการตรวจรับตามรายการหรือไม่คัดค้านภายในเวลาที่กำหนด
  • จำนวนรอบแก้ไขที่รวมในราคา เกินจากนั้นคิดตามอัตราที่ตกลงไว้
  • สิ่งที่ลูกค้าต้องให้ เช่น ข้อมูล เอกสาร การอนุมัติ ภายในกี่วัน และผลของความล่าช้าฝั่งลูกค้าต่อกำหนดส่งและต่อการเรียกเงิน
  • สิ่งที่ไม่รวม เขียนรายการสิ่งที่มักถูกเข้าใจผิดว่ารวมอยู่ด้วย
ตัวอย่างข้อความเรื่องรอบแก้ไข (ปรับตามงานจริง)
ราคาตามสัญญานี้รวมการแก้ไขงานตามความเห็นของลูกค้าไม่เกินจำนวนรอบที่ระบุในใบเสนอราคา
การแก้ไขเกินจำนวนรอบ หรือการเปลี่ยนแปลงที่อยู่นอกขอบเขตงาน ผู้ให้บริการจะแจ้งประมาณการ
ค่าบริการเพิ่มเป็นหนังสือ และเริ่มดำเนินการเมื่อลูกค้ายืนยันเป็นหนังสือ

เมื่อผู้รับงานไปแบกงานเพิ่มโดยไม่มีหลักฐาน ผู้ให้บริการจะพิสูจน์ได้ยากว่าลูกค้าตกลงจ่ายเพิ่ม ดูงานเยอะแต่กำไรน้อย

3. รายชั่วโมง: บันทึกเวลาและกรอบงบ

ราคารายชั่วโมงดูตรงไปตรงมา แต่เป็นแบบที่เกิดข้อโต้แย้งเรื่องหลักฐานมากที่สุด

  • วิธีบันทึกเวลา ใครบันทึก ด้วยระบบอะไร ความละเอียดขั้นต่ำเท่าใด (เช่น เป็นช่วงสิบห้านาทีหรือครึ่งชั่วโมง)
  • การรายงานต่อลูกค้า ส่งรายงานรายสัปดาห์หรือรายเดือน และให้ลูกค้าแย้งภายในกี่วัน หลังจากนั้นถือว่ายอมรับ
  • งบประมาณสูงสุดและการแจ้งเตือน ตกลงว่าเมื่อใช้ชั่วโมงถึงสัดส่วนหนึ่งของงบ ผู้ให้บริการต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนทำต่อ
  • งานด่วนและนอกเวลา อัตราพิเศษ และใครอนุมัติ
  • ชั่วโมงเดินทางและค่าใช้จ่ายที่เบิกคืน ระบุว่าคิดหรือไม่ และเบิกด้วยหลักฐานอย่างไร

บริษัทผู้ให้บริการควรเก็บบันทึกเวลาและอีเมลสั่งงานไว้ เพราะถ้าลูกค้าโต้แย้งยอด บันทึกคือหลักฐานหลัก

4. รายเดือน: ซื้ออะไรกันแน่

แพ็กเกจรายเดือนมีสองความหมายที่ต่างกัน และสัญญาต้องเลือก

  1. ค่าพร้อมให้บริการ ลูกค้าจ่ายเพื่อให้ผู้ให้บริการสำรองคนและเวลา แม้เดือนนั้นลูกค้าไม่ได้ใช้ ชั่วโมงที่ไม่ใช้หมดอายุ
  2. ค่าชั่วโมงที่ซื้อล่วงหน้า ลูกค้าจ่ายสำหรับชั่วโมงจำนวนหนึ่ง ชั่วโมงที่ไม่ใช้อาจยกไปหรือคืนเงิน

หากไม่เขียน ลูกค้ามักเข้าใจแบบที่สองและผู้ให้บริการเข้าใจแบบแรก ให้เขียนเรื่องต่อไปนี้

  • ขอบเขตของแต่ละเดือน รายการงานที่รวม และงานนอกแพ็กเกจที่คิดเพิ่ม
  • ชั่วโมงหรือคำขอที่ใช้ไม่หมด หมดอายุสิ้นเดือน ยกไปได้ไม่เกินจำนวนที่กำหนด หรือคืนในกรณีใด
  • การใช้เกินแพ็กเกจ คิดตามอัตราต่อชั่วโมงเท่าใด และต้องได้รับอนุมัติก่อนหรือไม่
  • ระยะเวลาขั้นต่ำและการต่ออายุ ผูกพันกี่เดือน ต่ออัตโนมัติหรือไม่ และบอกเลิกล่วงหน้าอย่างไร
  • การปรับราคา ผู้ให้บริการปรับราคาได้เมื่อใดและต้องแจ้งล่วงหน้านานเท่าใด

รายละเอียดเรื่องสัญญาบริการรายเดือน ระดับบริการ และการจำกัดความรับผิด อยู่ในMSA และ SLA สำหรับสัญญาบริการรายเดือน ส่วนเรื่องแบบสมาชิกของซอฟต์แวร์ดูตั้งราคา SaaS และสัญญาแบบสมาชิก

5. การเปลี่ยนแปลงงานและงานเพิ่ม (change request)

ทุกแบบราคาต้องมีขั้นตอนเดียวกัน คือเมื่อลูกค้าขอสิ่งใหม่ ให้มีเอกสารสั้น ๆ ที่ตอบสี่ข้อ

  1. ขอเพิ่มหรือเปลี่ยนอะไร
  2. กระทบกำหนดส่งอย่างไร
  3. ค่าบริการเพิ่มเท่าใด (เขียนจำนวนจริงในเอกสารนั้น)
  4. ใครอนุมัติฝั่งลูกค้า และอนุมัติด้วยช่องทางใด

ต้องกำหนดว่าผู้ใดมีอำนาจอนุมัติแทนลูกค้า ถ้าลูกค้าเป็นบริษัท ผู้ที่สั่งงานทางไลน์อาจไม่ใช่ผู้มีอำนาจจ่ายเงิน ควรให้ผู้มีอำนาจอนุมัติหรือยืนยันตามระดับที่ตกลงไว้ ดูใครผูกพันบริษัทได้ เมื่อข้อตกลงเสียงเดียวเกิดจากพนักงานระดับล่าง

6. มัดจำและงวดเงิน (มาตรา 377 และ 378)

งานบริการควรเก็บเงินเป็นงวดตามความคืบหน้า แทนการรอปิดงาน เพื่อไม่แบกต้นทุนทั้งโครงการ แนวคิดเรื่องกระแสเงินสดอยู่ที่กำไรแต่เงินไม่พอ

เงินที่รับล่วงหน้ามีสองความหมายทางกฎหมายที่ต่างกัน

  • มัดจำ ตามมาตรา 377 เป็นการให้ไว้เมื่อเข้าทำสัญญา เป็นพยานหลักฐานว่าสัญญาเกิดขึ้นและเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญา มาตรา 378 วางหลักเมื่อไม่ตกลงเป็นอย่างอื่น ให้ส่งคืนหรือใช้เป็นการชำระหนี้บางส่วนเมื่อชำระหนี้ ให้ริบเมื่อฝ่ายที่วางมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้หรือถูกเลิกสัญญาเพราะความผิดของตน และให้ส่งคืนเมื่อฝ่ายที่รับมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้
  • เงินงวดล่วงหน้า คือการชำระค่าบริการส่วนหนึ่งตามกำหนดเวลาที่ตกลง ไม่ได้มีหน้าที่ประกันการปฏิบัติสัญญาโดยตัวมันเอง

ดังนั้นควรเขียนในสัญญาและใบเสร็จว่าเงินก้อนแรกคือ "มัดจำ" หรือ "ค่าบริการงวดที่ 1" พร้อมผลเมื่อลูกค้ายกเลิกกลางคัน และเมื่อผู้ให้บริการเป็นฝ่ายผิด ตัวบทเป็นหลักทั่วไปเมื่อไม่ได้ตกลงไว้ การกำหนดเองในสัญญาจึงสำคัญ และหากข้อตกลงริบสูงเกินสมควร ศาลอาจใช้อำนาจพิจารณาตามหลักเรื่องเบี้ยปรับ จึงไม่ควรตั้งสูงเกินความเสียหายที่คาดได้จริง

7. VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ไม่ระบุอัตราในคู่มือนี้)

ประเด็นที่ควรเขียนและตรวจกับผู้ทำบัญชี

  • ราคารวมหรือไม่รวม VAT หากผู้ให้บริการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ควรเขียนชัดในใบเสนอราคาและสัญญา เพื่อไม่ให้ผู้ให้บริการต้องแบกภาษีภายหลัง
  • จังหวะการออกใบกำกับภาษีของงานบริการ จุดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของบริการมักผูกกับการรับชำระเงิน ตรวจประมวลรัษฎากรและแนวปฏิบัติของกรมสรรพากรกับผู้ทำบัญชี แล้วให้ใบกำกับภาษีออกตรงรอบ
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เมื่อลูกค้าเป็นนิติบุคคลที่มีหน้าที่หักภาษี ผู้ให้บริการจะได้รับเงินน้อยกว่ายอดตามใบแจ้งหนี้ เขียนในสัญญาให้ชัดว่าลูกค้าต้องส่งหนังสือรับรองการหักภาษีภายในเวลาที่กำหนด เพื่อให้ผู้ให้บริการนำไปใช้เป็นเครดิตภาษี
  • ลูกค้าต่างประเทศ อาจใช้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มต่างจากปกติหากเข้าเงื่อนไข ดูให้บริการลูกค้าต่างประเทศ VAT ศูนย์

อัตราและเงื่อนไขอ้างอิงจากประมวลรัษฎากรและประกาศล่าสุดของกรมสรรพากร ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจกับผู้ทำบัญชีก่อนใช้

8. เลิกกลางคัน ชำระช้า และการใช้เกินขอบเขต

สามเรื่องที่ควรมีในสัญญาทุกแบบ

  • การยกเลิกกลางคัน ลูกค้าต้องจ่ายค่างานที่ทำแล้วตามสัดส่วนหรือตามความคืบหน้าอย่างไร ผู้ให้บริการต้องส่งมอบผลงานระหว่างทางหรือไม่ และเงินมัดจำจัดการอย่างไร
  • การชำระล่าช้า กำหนดวันครบกำหนด ผลของการล่าช้า และสิทธิพักการให้บริการเมื่อค้างชำระ หากลูกค้าไม่จ่าย ดูใบแจ้งหนี้ค้างชำระจากลูกค้าธุรกิจ
  • การใช้เกินขอบเขต ผลงานที่ส่งมอบแล้วแต่ยังไม่ได้ชำระค่าบริการ ลิขสิทธิ์หรือสิทธิใช้งานยังเป็นของผู้ให้บริการจนกว่าชำระเงินครบ เป็นข้อที่ควรเขียนไว้ชัด

9. ตัวอย่างสมมติเพื่อเลือกแบบราคา

สมมติว่าเอเจนซีออกแบบเว็บไซต์ได้รับงานจากลูกค้า ๓ ราย รายแรกต้องการเว็บไซต์หนึ่งชุดที่แบบชัดเจน รายที่สองต้องการปรับปรุงระบบเดิมโดยยังไม่รู้ขอบเขต รายที่สามต้องการดูแลเว็บไซต์ทุกเดือน

  • รายแรกใช้ราคาเหมา พร้อมระบุหน้า จำนวนรอบแก้ไข และงวดเงิน
  • รายที่สองเริ่มด้วยการประเมินแบบรายชั่วโมงในกรอบงบที่ตกลง แล้วเปลี่ยนเป็นราคาเหมาเมื่อขอบเขตชัด
  • รายที่สามใช้ราคารายเดือน โดยกำหนดงานประจำที่รวม ช่องทางแจ้งปัญหา และชั่วโมงงานเพิ่มที่คิดแยก

ตัวอย่างนี้เป็นสมมติ เพื่อแสดงว่าแต่ละแบบราคาเรียกร้องข้อสัญญาต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะราย

10. เช็กลิสต์ก่อนส่งใบเสนอราคา

  • เลือกแบบราคาที่สอดคล้องกับความชัดเจนของขอบเขตงาน
  • เขียนรายการส่งมอบ เกณฑ์ที่ถือว่าเสร็จ และสิ่งที่ไม่รวมในราคา
  • กำหนดจำนวนรอบแก้ไขที่รวมและขั้นตอนขอแก้งานเพิ่มเป็นลายลักษณ์อักษร
  • รายชั่วโมง: ระบุวิธีบันทึกเวลา รายงาน และกรอบงบ
  • รายเดือน: ระบุว่าเป็นค่าพร้อมให้บริการหรือค่าชั่วโมงล่วงหน้า และชั่วโมงที่ไม่ใช้
  • แยกให้ชัดว่าเงินก้อนแรกเป็นมัดจำหรือค่างวด พร้อมผลเมื่อยกเลิก
  • ระบุผู้มีอำนาจอนุมัติของลูกค้า
  • ระบุว่าราคารวมหรือไม่รวม VAT และเงื่อนไขหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย
  • กำหนดผลของการชำระล่าช้าและสิทธิพักบริการ
  • ผลงานที่ส่งมอบแล้ว กำหนดว่าสิทธิตกเป็นของลูกค้าเมื่อชำระครบ

อ่านเพิ่มเติม

ราคางานบริการจะปลอดภัยเมื่อขอบเขต การขอแก้งาน เงินมัดจำ และภาษีถูกเขียนไว้ในสัญญาก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่ตัวเลขราคาเพียงอย่างเดียว

เราร่างและตรวจสัญญาบริการ ใบเสนอราคา และเอกสารขอแก้งานให้ธุรกิจบริการ ให้ขอบเขตและเงื่อนไขการจ่ายเงินตรงกับแบบราคาที่ท่านเลือก ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ สัญญาและเอกสาร และ ภาษีและบัญชี


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

ราคาเหมาเหมาะกับงานแบบไหน และสัญญาต้องระวังอะไร+

เหมาะกับงานที่ขอบเขตและผลลัพธ์ชัดตั้งแต่ต้น เช่น งานออกแบบหนึ่งชิ้นหรือการจัดทำเอกสารชุดหนึ่ง ความเสี่ยงคือขอบเขตคลุมเครือจนผู้ให้บริการแบกงานเพิ่มโดยไม่ได้เงิน สัญญาควรระบุสิ่งที่ส่งมอบ จำนวนรอบแก้ไขที่รวมในราคา เกณฑ์ที่ถือว่าเสร็จ และขั้นตอนเมื่อลูกค้าขอเพิ่ม โดยให้ตกลงราคาของงานเพิ่มเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนทำ

ชั่วโมงที่ไม่ได้ใช้ในแพ็กเกจรายเดือน ลูกค้าเรียกสะสมหรือขอคืนเงินได้หรือไม่+

ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ตกลงกันในสัญญา หากไม่เขียนไว้ ลูกค้ามักเข้าใจว่าเป็นสิทธิของตนและเกิดข้อโต้แย้งภายหลัง จึงควรเขียนชัดว่าชั่วโมงไม่ใช้หมดอายุสิ้นเดือน ยกไปได้ในจำนวนที่จำกัด หรือคืนเงินได้ในกรณีใด รวมถึงอธิบายว่าค่าบริการรายเดือนเป็นค่าพร้อมให้บริการหรือเป็นค่าชั่วโมงที่ซื้อล่วงหน้า

เงินมัดจำงานบริการริบได้หรือไม่ถ้าลูกค้ายกเลิก+

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377 การให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำเป็นพยานหลักฐานว่าสัญญาได้ทำกันขึ้นแล้วและเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญา มาตรา 378 วางหลักว่า หากไม่ตกลงเป็นอย่างอื่น มัดจำให้ส่งคืนหรือใช้เป็นการชำระหนี้บางส่วนเมื่อชำระหนี้ และให้ริบเมื่อฝ่ายที่วางมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้หรือถูกเลิกสัญญาเพราะความผิดของตน ดังนั้นควรเขียนให้ชัดว่าเงินก้อนนั้นเป็นมัดจำหรือเป็นเพียงค่างวดล่วงหน้า และกำหนดผลเมื่อลูกค้ายกเลิก

ค่าบริการรายเดือนต้องเก็บ VAT และหัก ณ ที่จ่ายอย่างไร+

ขึ้นกับว่าผู้ให้บริการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ และผู้จ่ายเป็นนิติบุคคลที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ อัตราและประเภทเงินได้เป็นไปตามประมวลรัษฎากรและประกาศของกรมสรรพากร จึงควรตรวจกับผู้ทำบัญชี และเขียนในสัญญาว่าราคาที่ตกลงรวมหรือไม่รวม VAT เพื่อไม่ให้เกิดส่วนต่างภายหลัง รวมถึงกำหนดวิธีส่งหนังสือรับรองการหักภาษี

ลูกค้าขอยกเลิกกลางคันในงานราคาเหมา ผู้ให้บริการเรียกเงินส่วนที่ทำไปแล้วได้หรือไม่+

ควรกำหนดไว้ในสัญญาให้ชัดว่าลูกค้ายกเลิกได้เมื่อใด และต้องชำระค่างานที่ทำแล้วตามสัดส่วนอย่างไร พร้อมผลของมัดจำ หากไม่มีข้อตกลง ผลขึ้นกับข้อเท็จจริงและประเภทสัญญา เช่น จ้างทำของหรือจ้างแรงงาน ซึ่งมีหลักต่างกัน จึงควรเขียนไว้ล่วงหน้าแทนการไปตีความภายหลัง

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา