ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

ขายได้หนึ่งงาน เหลือเงินเท่าไร: คำนวณต้นทุนต่อการขายก่อนเปิดบริษัท

ก่อนเปิดบริษัท ลองคำนวณว่าขายหนึ่งครั้งเหลือเงินจริงเท่าไร ทั้งค่าแรงตัวเอง ต้นทุนหาลูกค้า งานแก้ไข ค่าธรรมเนียมชำระเงิน และต้นทุนที่คนมักลืม

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ23 ตุลาคม 256912 นาที
ขายได้หนึ่งงาน เหลือเงินเท่าไร: คำนวณต้นทุนต่อการขายก่อนเปิดบริษัท

สมมติว่าคุณรับงานหรือขายของได้แล้วหลายครั้งในฐานะบุคคลธรรมดา ลูกค้าชมว่าดี ยอดขายขึ้นลงตามเดือน และคุณกำลังคิดว่าถึงเวลาเปิดบริษัทแล้ว คำถามที่หลายคนข้ามไปคือ ขายหนึ่งครั้งแล้วเหลือเงินเข้ากระเป๋าบริษัทจริงเท่าไรหลังหักทุกอย่าง รวมทั้งเวลาของตัวเอง

คู่มือนี้ต่อจากเรื่องทดสอบว่าลูกค้าจ่ายเงินจริงไหม และมาก่อนเรื่องการเตรียมเงินก่อนเปิดบริษัท เราจะทำใบคำนวณต้นทุนต่อการขายที่ใช้ตัวอักษรแทนตัวเลข เพื่อให้คุณแทนด้วยตัวเลขของตัวเองได้ และชี้จุดที่กฎหมายและภาษีเปลี่ยนผลลัพธ์

คำตอบหลัก

ธุรกิจที่ยังไม่คุ้มต่อการขายหนึ่งครั้ง จะไม่คุ้มขึ้นเมื่อจดเป็นบริษัท การเปิดบริษัทเพิ่มภาระประจำ ไม่ได้เพิ่มกำไรต่อหน่วย ให้ลองคำนวณจากราคาขาย หักต้นทุนตรง หักค่าเวลาของเจ้าของตามที่ต้องจ้างคนทำแทน หักต้นทุนหาลูกค้า หักงานแก้ไขและคืนสินค้า หักค่าธรรมเนียมการรับเงิน แล้วดูว่าเหลือเท่าไรก่อนนำไปเทียบกับต้นทุนคงที่

หลักกฎหมาย ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บจากลูกค้า (ถ้าจดทะเบียนแล้ว) เป็นเงินที่เก็บแทนรัฐ ไม่ใช่รายได้ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ลูกค้าธุรกิจหักไว้ทำให้เงินเข้าน้อยลงแต่เป็นเครดิตภาษีของผู้ขาย ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี กำหนดรายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิ และรายจ่ายต้องมีหลักฐานตามที่กำหนดจึงจะนำมาหักได้ ผู้ขายรับผิดต่อความชำรุดบกพร่องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472 และผู้รับจ้างรับผิดต่อความชำรุดบกพร่องของงานตามมาตรา 587 และมาตรา 600 ซึ่งเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นได้แม้สัญญาไม่เขียนไว้

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา อย่าคำนวณจากราคาที่ได้ยินในวันปิดการขายเท่านั้น ให้ย้อนดูเงินที่เข้าบัญชีจริงของงานสามถึงห้างานล่าสุด แล้วจดเวลาที่ใช้ไปทุกขั้นตอน ถ้าตัวเลขต่อการขายยังบางเกินไป การแก้ที่ราคา ขอบเขตงาน หรือกลุ่มลูกค้า มักถูกกว่าการเปิดบริษัทไปก่อนแล้วค่อยแก้

1. ใบคำนวณต้นทุนต่อการขายหนึ่งครั้ง

เริ่มจากการขายหนึ่งครั้ง ไม่ใช่ทั้งเดือน ให้เลือกหน่วยที่ลูกค้าจ่ายจริง เช่น หนึ่งงาน หนึ่งออเดอร์ หนึ่งเดือนของสัญญา หรือหนึ่งคอร์ส แล้วเรียงตามลำดับนี้

ลำดับรายการความหมาย
1ราคาขายก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ก)ราคาที่ตกลงกับลูกค้า ไม่นับภาษีที่เก็บแทนรัฐ
2ต้นทุนตรง (ข)วัตถุดิบ สินค้า ค่าขนส่งเข้า ค่าจ้างช่วง ซอฟต์แวร์ที่ใช้เฉพาะงานนี้
3ค่าเวลาของเจ้าของ (ค)เวลาที่ใช้ทำงานนี้ คิดตามที่ต้องจ้างคนมาทำแทน
4ต้นทุนหาลูกค้า (ง)โฆษณา ค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์ม เวลาเสนอขาย ของตัวอย่าง ส่วนลดครั้งแรก
5งานแก้ไขและคืนสินค้า (จ)แก้งาน เคลมสินค้า คืนเงิน ค่าเผื่อการรับประกัน
6ค่าธรรมเนียมการรับเงิน (ฉ)ค่าบัตรหรือแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียมโอน และต้นทุนจากการรับเงินช้า
7เงินเหลือต่อการขาย (ช)ก ลบ ข ลบ ค ลบ ง ลบ จ ลบ ฉ

สูตรสรุป ช เท่ากับ ก ลบ (ข บวก ค บวก ง บวก จ บวก ฉ) ถ้า ช ติดลบ แปลว่ายิ่งขายยิ่งขาดทุนเมื่อนับเวลาของตัวเอง ถ้า ช เป็นบวกแต่บางมาก ธุรกิจจะอ่อนไหวต่อเหตุการณ์เล็กน้อย เช่น ลูกค้าขอแก้งานหนึ่งรอบหรือจ่ายช้าหนึ่งเดือน

ใบคำนวณนี้ต่างจากการเลือกงานในธุรกิจที่เดินอยู่แล้ว ซึ่งอธิบายไว้ในทำงานมากขึ้นแต่กำไรน้อยลง ควรรับงานแบบไหน และต่างจากการเลือกรูปแบบคิดราคาในราคาบริการแบบเหมา รายชั่วโมง และรายเดือน คู่มือนี้ใช้ตอบคำถามก่อนตั้งบริษัท ว่าหน่วยการขายหนึ่งหน่วยเลี้ยงตัวเองได้หรือไม่

2. ค่าแรงของเจ้าของ: ต้นทุนที่หายไปจากตัวเลขเสมอ

ผู้เริ่มธุรกิจจำนวนมากคิดว่าเวลาตัวเองไม่ใช่ต้นทุน เพราะไม่ได้จ่ายเงินออกไป แต่เมื่อธุรกิจโตและต้องจ้างคนทำงานแทน ค่าแรงนั้นจะกลายเป็นเงินที่ต้องจ่ายจริง วิธีที่ใช้ได้คือคำนวณ ค ให้เท่ากับเวลาที่ใช้ คูณด้วยค่าตอบแทนต่อชั่วโมงของคนที่มีฝีมือใกล้เคียงกันซึ่งคุณต้องจ้างหากไม่ทำเอง

ให้แยกเวลาออกเป็นสามกลุ่ม คือเวลาทำงานที่ส่งมอบ เวลาที่ใช้ขายและตอบคำถามก่อนตกลง และเวลาจัดการหลังขาย เช่น แก้ไข ติดตามเงิน ทำเอกสาร กลุ่มที่สองและสามมักถูกลืมมากที่สุดและมักใช้เวลาไม่น้อยไปกว่ากลุ่มแรก

ทางกฎหมายและภาษีต่างกันตามรูปแบบธุรกิจ ถ้าทำเป็นบุคคลธรรมดา เงินที่เจ้าของเอาไปใช้ไม่ใช่รายจ่ายของกิจการ เพราะเจ้าของกับกิจการเป็นบุคคลคนเดียวกัน แต่ถ้าเปิดบริษัท บริษัทเป็นนิติบุคคลแยกจากผู้ถือหุ้น และการที่กรรมการรับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนจากบริษัทเป็นรายจ่ายของบริษัท โดยมีหน้าที่ด้านเงินเดือน ภาษีของผู้รับ และเอกสารประกอบตามมา ขอบเขตภาระที่แน่นอนขึ้นอยู่กับรูปแบบการจ่ายและข้อเท็จจริง ควรปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษี เรื่องการดูแลบัญชีตั้งแต่ปีแรกดูการทำบัญชีบริษัทในปีแรก

ข้อสังเกตเชิงธุรกิจคือ เมื่อบริษัทต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ตัวเอง ตัวเลข ค ที่คิดไว้ล่วงหน้าจะกลายเป็นรายการที่มองเห็นในงบ ถ้ากำไรต่อการขายตัดค่า ค แล้วติดลบ แปลว่าบริษัทจะจ่ายเงินให้เจ้าของไม่ได้ในระยะยาว

3. ต้นทุนหาลูกค้า: นับให้ครบทั้งเงินและเวลา

ต้นทุนหาลูกค้า (ง) ไม่ได้มีแค่ค่าโฆษณา ให้ไล่ตามช่องทางที่ระบุไว้ในแคนวาสแบบลีน และBusiness Model Canvas

  • ค่าโฆษณาและค่าแพลตฟอร์ม ค่าคอมมิชชัน ค่าสมัครสมาชิก ค่าเสนอสินค้าให้ขึ้นอันดับ
  • เวลาขาย การตอบแชต เสนอราคา นัดประชุม เดินทางไปพบ ซึ่งคิดเป็นค่าเวลาเช่นเดียวกับข้อ 2
  • ของตัวอย่างและส่วนลดครั้งแรก ของแถม ทดลองใช้ฟรี งานตัวอย่างที่ไม่ได้เงิน
  • ลูกค้าที่ปิดการขายไม่ได้ ต้นทุนของคนที่คุยแล้วไม่ซื้อต้องถูกนับรวมกับคนที่ซื้อ

วิธีหาตัวเลข ง ต่อลูกค้าหนึ่งราย คือเอาต้นทุนหาลูกค้าทั้งหมดในช่วงหนึ่ง หารด้วยจำนวนลูกค้าใหม่ที่ได้ในช่วงเดียวกัน ถ้าลูกค้าแต่ละรายซื้อซ้ำหลายครั้ง ให้เฉลี่ย ง ไปตามจำนวนครั้งที่ซื้อจริงในระยะเวลาที่คุณมีข้อมูล อย่าสมมติว่าลูกค้าจะซื้อซ้ำถ้ายังไม่เคยเห็นพฤติกรรมนั้น

ถ้า ง สูงกว่า ช มาก ให้กลับไปดูการเลือกกลุ่มลูกค้ากลุ่มแรก เพราะกลุ่มที่ต้องใช้เวลาโน้มน้าวนานมักเป็นสาเหตุให้ต้นทุนหาลูกค้าสูงเกินราคา

4. งานแก้ไข คืนสินค้า และการรับประกันที่กฎหมายกำหนดเอง

ต้นทุน จ ไม่ใช่เรื่องที่เลือกได้ว่าจะมีหรือไม่ กฎหมายให้ผู้ขายรับผิดในความชำรุดบกพร่องของทรัพย์สินที่ขาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472) แม้จะไม่ได้ออกใบรับประกัน ส่วนงานจ้างทำของ ผู้รับจ้างรับผิดในความชำรุดบกพร่องของงาน (มาตรา 587 และบทต่อเนื่อง) และมาตรา 600 วางหลักเรื่องระยะเวลาที่ความชำรุดต้องปรากฏเพื่อให้ผู้รับจ้างรับผิด เว้นแต่สัญญาจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ซึ่งผลขึ้นอยู่กับลักษณะงานและข้อเท็จจริง

ในทางปฏิบัติให้ประมาณ จ จากข้อมูลจริง ดูว่างานล่าสุดแต่ละงานต้องแก้กี่รอบ ใช้เวลาเท่าไร ต้องเปลี่ยนวัสดุหรือคืนเงินกี่ครั้ง แล้วนำค่าเฉลี่ยต่อการขายมาใส่ในใบคำนวณ ถ้ายังไม่มีข้อมูล ให้ตั้งสมมติฐานเผื่อไว้ก่อนแล้วปรับทุกเดือน และเขียนขอบเขตงาน จำนวนรอบแก้ไข และเกณฑ์การรับมอบในใบเสนอราคาหรือสัญญา เพื่อไม่ให้งานแก้ไขไม่มีที่สิ้นสุด เรื่องการรับประกันของสินค้าที่ขายพร้อมบริการหลังการขาย ดูรูปแบบสินค้าพร้อมบริการหลังการขาย

5. ค่าธรรมเนียมการรับเงินและต้นทุนของการรับเงินช้า

ต้นทุน ฉ มีสองส่วน ส่วนแรกคือค่าธรรมเนียมของบัตรหรือแพลตฟอร์มที่หักก่อนเงินเข้า ส่วนที่สองคือต้นทุนของการรอเงิน ถ้าลูกค้าธุรกิจให้เครดิตเป็นเวลานาน คุณต้องออกเงินทุนหมุนเวียนล่วงหน้าเอง ซึ่งอาจเป็นดอกเบี้ยที่ต้องกู้มาหรือโอกาสที่เสียไป เรื่องวงจรเงินสดและการเร่งเงินเข้าดูกำไรแต่เงินไม่พอ ที่นี่ขอเพียงให้ใส่ ฉ ไว้ในใบคำนวณ ไม่ให้ลืมว่าเงินที่ได้รับไม่เท่ากับราคาที่ตกลงเสมอไป

6. ต้นทุนที่คนมักลืม

รายการต่อไปนี้มักไม่อยู่ในราคาต้นทุนตรง แต่กินกำไรได้จริง

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้ากิจการจดทะเบียนแล้ว ภาษีที่เก็บจากลูกค้าเป็นเงินของรัฐ ไม่ควรนับเป็นรายได้หรือเงินที่ใช้หมุนเวียน
  • ภาษีที่ลูกค้าหักไว้ ทำให้เงินสดน้อยกว่าราคาขาย แม้จะได้เครดิตภาษีภายหลัง
  • ค่าเดินทางและค่าขนส่ง โดยเฉพาะงานนอกสถานที่
  • ค่าสมัครซอฟต์แวร์รายเดือนหรือรายปี ระบบบัญชี ระบบจองงาน เครื่องมือออกแบบ การเก็บข้อมูลบนคลาวด์
  • ค่าประกันภัย เมื่อสัญญาลูกค้าหรือลักษณะงานต้องการ
  • ค่าบัญชี ค่าตรวจสอบบัญชี และการยื่นภาษี ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีบริษัทและมีกำหนดเวลาตามกฎหมาย รายละเอียดอยู่ในค่าใช้จ่ายปีแรกหลังจดทะเบียนบริษัท
  • ค่าต่ออายุใบอนุญาต ใบอนุญาตหรือทะเบียนที่ต้องต่ออายุเป็นระยะ
  • ค่าสิ่งที่เสื่อมค่า อุปกรณ์ที่ต้องเปลี่ยนเมื่อชำรุดหรือล้าสมัย

ทางภาษี รายจ่ายของบริษัทต้องมีหลักฐานที่ถูกต้องจึงจะนำมาถือเป็นรายจ่ายได้ และประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี กำหนดรายจ่ายต้องห้ามหลายประเภท เช่น รายจ่ายส่วนตัวและรายจ่ายที่ไม่ใช่เพื่อกิจการ ผู้ประกอบการควรขอใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีในนามบริษัท และแยกรายจ่ายส่วนตัวออกจากรายจ่ายของบริษัทตั้งแต่ต้น รายการใดจะหักได้หรือไม่ ต้องให้นักบัญชีตรวจเป็นรายกรณี

7. จากเงินเหลือต่อการขายไปสู่จุดคุ้มทุน

เมื่อได้ ช ต่อการขายหนึ่งครั้งแล้ว ให้รวมต้นทุนคงที่ต่อเดือน (ซ) ซึ่งเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้นแม้ไม่มีการขาย เช่น ค่าเช่า ค่าบัญชี ค่าซอฟต์แวร์ประจำ ค่าประกัน แล้วใช้สูตร

  • จำนวนการขายขั้นต่ำต่อเดือน เท่ากับ ซ หารด้วย ช

ถ้าจำนวนการขายขั้นต่ำสูงกว่าที่คุณขายได้จริงตามกำลังเวลา ก็แสดงว่าโครงสร้างต้นทุนนี้ยังไม่เหมาะ ให้ลดซ เพิ่ม ก หรือลด ง และ จ ก่อน

ตัวอย่างสมมติฐานเพื่อให้เห็นภาพ สมมติว่าร้านรับออกแบบโลโก้ให้ธุรกิจเล็ก ขายแพ็กเกจหนึ่งแบบ ราคา ก ต้นทุนตรงคือซอฟต์แวร์และฟอนต์เฉพาะงาน ข เจ้าของใช้เวลาหลายชั่วโมงต่องาน คิดเป็น ค ต้นทุนหาลูกค้ามาจากโฆษณาและการตอบแชต ง ลูกค้าแก้งานเฉลี่ยสองรอบ คิดเป็น จ และมีค่าธรรมเนียมรับเงินออนไลน์ ฉ เมื่อคำนวณ ช แล้วพบว่า ช น้อยกว่า ค นั่นหมายความว่าเจ้าของได้ค่าแรงต่ำกว่าอัตราที่ตั้งไว้ ก่อนเปิดบริษัทจึงควรปรับราคา ก ลดรอบแก้ไข หรือหาช่องทางที่มี ง ต่ำกว่า

8. ผลลัพธ์นี้เปลี่ยนการตัดสินใจอะไรบ้าง

ผลที่ได้การตัดสินใจที่ควรพิจารณา
ช ติดลบปรับราคา ลดขอบเขตงาน หรือเปลี่ยนกลุ่มลูกค้า ยังไม่ควรเปิดบริษัท
ช เป็นบวกแต่บางทดลองขายต่อในรูปแบบที่ต้นทุนคงที่ต่ำ ขยายเมื่อ ง และ จ ลดลง
ช ดี แต่ ง สูงมากกลับไปเลือกกลุ่มลูกค้าหรือช่องทางใหม่ ดูเรื่องการเลือกลูกค้ากลุ่มแรก
ช ดีและจำนวนการขายขั้นต่ำทำได้จริงเปิดบริษัทได้เมื่อมีเหตุผลอื่นสนับสนุน เช่น ลูกค้าต้องการนิติบุคคล ต้องการแยกความรับผิด หรือหุ้นส่วนมีหลายคน

เหตุผลที่ควรเปิดบริษัทมักไม่ใช่เพราะกำไรต่อหน่วยดีขึ้น แต่เป็นเพราะลูกค้ารายใหญ่ต้องการคู่สัญญาที่เป็นนิติบุคคล หรือต้องการแยกความรับผิดของผู้ถือหุ้นออกจากทรัพย์สินส่วนตัว ถ้าเป็นผู้ขายออนไลน์ที่กำลังชั่งใจ ดูผู้ขายออนไลน์ควรเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาเป็นบริษัทเมื่อใด ส่วนเงินที่ต้องเตรียมเมื่อตัดสินใจเปิดแล้ว อยู่ในก่อนเปิดบริษัทต้องเตรียมเงินอะไรบ้าง

9. วิธีเก็บข้อมูลให้ตัวเลขน่าเชื่อถือ

ตัวเลขที่ได้จากความจำมักเอนเอียง ให้เก็บข้อมูลเหล่านี้ตั้งแต่ขายครั้งแรก

  1. จดเวลาที่ใช้ในแต่ละขั้นตอนของงาน ตั้งแต่ตอบแชตจนถึงติดตามเงิน
  2. เก็บใบเสร็จและใบกำกับภาษีทุกใบ แยกรายจ่ายส่วนตัวออกจากรายจ่ายของกิจการ
  3. บันทึกเงินที่เข้าบัญชีจริงแต่ละครั้ง เทียบกับราคาที่ตกลง เพื่อเห็นผลของภาษีหัก ณ ที่จ่ายและค่าธรรมเนียม
  4. จดว่าลูกค้าแต่ละรายแก้งานกี่รอบ ขอคืนสินค้ากี่ครั้ง
  5. ทบทวนใบคำนวณทุกเดือน และเมื่อราคาต้นทุนหรือช่องทางเปลี่ยน

ถ้าเริ่มมีระบบบัญชีหรือผู้ทำบัญชีแล้ว ให้ขอรายงานรายได้และรายจ่ายแยกตามงานหรือตามลูกค้า จะช่วยให้ตัวเลขต่อการขายใกล้ความจริงมากขึ้น ดูบริการบัญชีและภาษี

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจเปิดบริษัท

  • เลือกหน่วยการขายหนึ่งหน่วยที่ลูกค้าจ่ายจริงแล้ว
  • ใช้ราคาขายก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่นับภาษีที่เก็บแทนรัฐ
  • ใส่ต้นทุนตรงครบ รวมค่าขนส่งและค่าจ้างช่วง
  • ใส่ค่าเวลาของเจ้าของตามที่ต้องจ้างคนทำแทน
  • นับต้นทุนหาลูกค้าทั้งเงินและเวลา รวมลูกค้าที่ปิดการขายไม่ได้
  • ประมาณงานแก้ไข การคืนสินค้า และการรับประกันจากข้อมูลจริง
  • ใส่ค่าธรรมเนียมการรับเงินและผลของภาษีที่ลูกค้าหักไว้
  • ไล่รายการที่มักลืม เช่น ซอฟต์แวร์ ประกัน บัญชี ใบอนุญาต
  • คำนวณจำนวนการขายขั้นต่ำต่อเดือนและเทียบกับกำลังที่ทำได้จริง
  • ปรึกษานักบัญชีเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และวิธีจ่ายค่าตอบแทนเจ้าของ

อ่านเพิ่มเติม

ก่อนเปิดบริษัท ให้รู้ว่าการขายหนึ่งครั้งเหลือเงินเท่าไรหลังนับเวลาของตัวเองและต้นทุนที่ถูกลืม เพราะบริษัทเพิ่มภาระประจำแต่ไม่ได้ทำให้กำไรต่อหน่วยดีขึ้นเอง

เราช่วยตรวจว่าโครงสร้างธุรกิจ เอกสารการขาย และภาระภาษีของคุณเหมาะกับการเปิดบริษัทหรือยัง ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ บัญชีและภาษี และ จดทะเบียนบริษัท


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

ค่าแรงของเจ้าของต้องนับเป็นต้นทุนด้วยหรือไม่+

ควรนับในการคำนวณเพื่อตัดสินใจ เพราะเวลาของเจ้าของมีทางเลือกอื่นที่ใช้ได้ ถ้าไม่ใส่ ตัวเลขจะดีเกินจริงและพอจ้างคนมาทำแทนแล้วกำไรหายไปทันที ส่วนในทางกฎหมายและภาษี เจ้าของกิจการที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่ได้จ่ายเงินเดือนให้ตัวเองเป็นค่าใช้จ่าย แต่ถ้าเป็นกรรมการของบริษัทแล้วบริษัทจ่ายเงินเดือนหรือค่าตอบแทนให้ จะเป็นรายจ่ายของบริษัทพร้อมหน้าที่ด้านเงินเดือนและภาษีตามมา ควรปรึกษานักบัญชีก่อนกำหนดวิธีจ่าย

ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บจากลูกค้านับเป็นรายได้ของเราหรือไม่+

ไม่ใช่ ถ้ากิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ภาษีส่วนที่เรียกเก็บจากลูกค้าเป็นเงินที่เก็บแทนรัฐและต้องนำส่งตามกำหนด เมื่อคำนวณกำไรต่อการขายจึงต้องใช้ราคาก่อนภาษี มิฉะนั้นจะนึกว่ามีเงินเหลือมากกว่าความจริง ควรตรวจกับนักบัญชีว่ากิจการต้องจดทะเบียนหรือไม่ และเริ่มเมื่อใด

ลูกค้าหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว เราเสียเงินไปเลยหรือเปล่า+

ไม่ใช่การสูญเงิน เงินที่ลูกค้านิติบุคคลหักไว้นำส่งกรมสรรพากรแทนเรา ผู้ขายได้รับหนังสือรับรองการหักภาษีไว้ใช้เป็นเครดิตภาษีเมื่อคำนวณภาษีของตน แต่เงินสดที่เข้าบัญชีจะน้อยลงในวันที่รับชำระ จึงเป็นเรื่องจังหวะเงินสด ต้องวางแผนไม่ให้ขาดสภาพคล่อง และต้องเก็บหนังสือรับรองให้ครบ

ค่าใช้จ่ายแบบใดที่นำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีของบริษัทไม่ได้+

ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี กำหนดรายจ่ายต้องห้ามหลายประเภท เช่น รายจ่ายที่ไม่ใช่เพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการ รายจ่ายส่วนตัว และรายจ่ายที่ไม่มีหลักฐานตามที่กำหนด ควรให้นักบัญชีตรวจรายการเป็นรายกรณี และเก็บใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีที่ออกในนามบริษัททุกครั้ง

งานแก้ไขหลังส่งมอบถือเป็นต้นทุนที่ต้องคิดล่วงหน้าหรือไม่+

ควรคิด เพราะกฎหมายกำหนดให้ผู้ขายรับผิดในความชำรุดบกพร่องของทรัพย์สินที่ขาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472) และผู้รับจ้างรับผิดในความชำรุดบกพร่องของงานที่ส่งมอบตามเงื่อนไขของหมวดจ้างทำของ ผู้ขายไม่อาจถือว่าไม่ได้ให้ใบรับประกันแล้วจะไม่มีภาระ จึงควรตั้งค่าเผื่อเวลาและวัสดุสำหรับแก้งานไว้ในต้นทุนต่อการขาย

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา