สมมติว่าคุณรับงานหรือขายของได้แล้วหลายครั้งในฐานะบุคคลธรรมดา ลูกค้าชมว่าดี ยอดขายขึ้นลงตามเดือน และคุณกำลังคิดว่าถึงเวลาเปิดบริษัทแล้ว คำถามที่หลายคนข้ามไปคือ ขายหนึ่งครั้งแล้วเหลือเงินเข้ากระเป๋าบริษัทจริงเท่าไรหลังหักทุกอย่าง รวมทั้งเวลาของตัวเอง
คู่มือนี้ต่อจากเรื่องทดสอบว่าลูกค้าจ่ายเงินจริงไหม และมาก่อนเรื่องการเตรียมเงินก่อนเปิดบริษัท เราจะทำใบคำนวณต้นทุนต่อการขายที่ใช้ตัวอักษรแทนตัวเลข เพื่อให้คุณแทนด้วยตัวเลขของตัวเองได้ และชี้จุดที่กฎหมายและภาษีเปลี่ยนผลลัพธ์
คำตอบหลัก
ธุรกิจที่ยังไม่คุ้มต่อการขายหนึ่งครั้ง จะไม่คุ้มขึ้นเมื่อจดเป็นบริษัท การเปิดบริษัทเพิ่มภาระประจำ ไม่ได้เพิ่มกำไรต่อหน่วย ให้ลองคำนวณจากราคาขาย หักต้นทุนตรง หักค่าเวลาของเจ้าของตามที่ต้องจ้างคนทำแทน หักต้นทุนหาลูกค้า หักงานแก้ไขและคืนสินค้า หักค่าธรรมเนียมการรับเงิน แล้วดูว่าเหลือเท่าไรก่อนนำไปเทียบกับต้นทุนคงที่
หลักกฎหมาย ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บจากลูกค้า (ถ้าจดทะเบียนแล้ว) เป็นเงินที่เก็บแทนรัฐ ไม่ใช่รายได้ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ลูกค้าธุรกิจหักไว้ทำให้เงินเข้าน้อยลงแต่เป็นเครดิตภาษีของผู้ขาย ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี กำหนดรายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิ และรายจ่ายต้องมีหลักฐานตามที่กำหนดจึงจะนำมาหักได้ ผู้ขายรับผิดต่อความชำรุดบกพร่องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472 และผู้รับจ้างรับผิดต่อความชำรุดบกพร่องของงานตามมาตรา 587 และมาตรา 600 ซึ่งเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นได้แม้สัญญาไม่เขียนไว้
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา อย่าคำนวณจากราคาที่ได้ยินในวันปิดการขายเท่านั้น ให้ย้อนดูเงินที่เข้าบัญชีจริงของงานสามถึงห้างานล่าสุด แล้วจดเวลาที่ใช้ไปทุกขั้นตอน ถ้าตัวเลขต่อการขายยังบางเกินไป การแก้ที่ราคา ขอบเขตงาน หรือกลุ่มลูกค้า มักถูกกว่าการเปิดบริษัทไปก่อนแล้วค่อยแก้
1. ใบคำนวณต้นทุนต่อการขายหนึ่งครั้ง
เริ่มจากการขายหนึ่งครั้ง ไม่ใช่ทั้งเดือน ให้เลือกหน่วยที่ลูกค้าจ่ายจริง เช่น หนึ่งงาน หนึ่งออเดอร์ หนึ่งเดือนของสัญญา หรือหนึ่งคอร์ส แล้วเรียงตามลำดับนี้
| ลำดับ | รายการ | ความหมาย |
|---|---|---|
| 1 | ราคาขายก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ก) | ราคาที่ตกลงกับลูกค้า ไม่นับภาษีที่เก็บแทนรัฐ |
| 2 | ต้นทุนตรง (ข) | วัตถุดิบ สินค้า ค่าขนส่งเข้า ค่าจ้างช่วง ซอฟต์แวร์ที่ใช้เฉพาะงานนี้ |
| 3 | ค่าเวลาของเจ้าของ (ค) | เวลาที่ใช้ทำงานนี้ คิดตามที่ต้องจ้างคนมาทำแทน |
| 4 | ต้นทุนหาลูกค้า (ง) | โฆษณา ค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์ม เวลาเสนอขาย ของตัวอย่าง ส่วนลดครั้งแรก |
| 5 | งานแก้ไขและคืนสินค้า (จ) | แก้งาน เคลมสินค้า คืนเงิน ค่าเผื่อการรับประกัน |
| 6 | ค่าธรรมเนียมการรับเงิน (ฉ) | ค่าบัตรหรือแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียมโอน และต้นทุนจากการรับเงินช้า |
| 7 | เงินเหลือต่อการขาย (ช) | ก ลบ ข ลบ ค ลบ ง ลบ จ ลบ ฉ |
สูตรสรุป ช เท่ากับ ก ลบ (ข บวก ค บวก ง บวก จ บวก ฉ) ถ้า ช ติดลบ แปลว่ายิ่งขายยิ่งขาดทุนเมื่อนับเวลาของตัวเอง ถ้า ช เป็นบวกแต่บางมาก ธุรกิจจะอ่อนไหวต่อเหตุการณ์เล็กน้อย เช่น ลูกค้าขอแก้งานหนึ่งรอบหรือจ่ายช้าหนึ่งเดือน
ใบคำนวณนี้ต่างจากการเลือกงานในธุรกิจที่เดินอยู่แล้ว ซึ่งอธิบายไว้ในทำงานมากขึ้นแต่กำไรน้อยลง ควรรับงานแบบไหน และต่างจากการเลือกรูปแบบคิดราคาในราคาบริการแบบเหมา รายชั่วโมง และรายเดือน คู่มือนี้ใช้ตอบคำถามก่อนตั้งบริษัท ว่าหน่วยการขายหนึ่งหน่วยเลี้ยงตัวเองได้หรือไม่
2. ค่าแรงของเจ้าของ: ต้นทุนที่หายไปจากตัวเลขเสมอ
ผู้เริ่มธุรกิจจำนวนมากคิดว่าเวลาตัวเองไม่ใช่ต้นทุน เพราะไม่ได้จ่ายเงินออกไป แต่เมื่อธุรกิจโตและต้องจ้างคนทำงานแทน ค่าแรงนั้นจะกลายเป็นเงินที่ต้องจ่ายจริง วิธีที่ใช้ได้คือคำนวณ ค ให้เท่ากับเวลาที่ใช้ คูณด้วยค่าตอบแทนต่อชั่วโมงของคนที่มีฝีมือใกล้เคียงกันซึ่งคุณต้องจ้างหากไม่ทำเอง
ให้แยกเวลาออกเป็นสามกลุ่ม คือเวลาทำงานที่ส่งมอบ เวลาที่ใช้ขายและตอบคำถามก่อนตกลง และเวลาจัดการหลังขาย เช่น แก้ไข ติดตามเงิน ทำเอกสาร กลุ่มที่สองและสามมักถูกลืมมากที่สุดและมักใช้เวลาไม่น้อยไปกว่ากลุ่มแรก
ทางกฎหมายและภาษีต่างกันตามรูปแบบธุรกิจ ถ้าทำเป็นบุคคลธรรมดา เงินที่เจ้าของเอาไปใช้ไม่ใช่รายจ่ายของกิจการ เพราะเจ้าของกับกิจการเป็นบุคคลคนเดียวกัน แต่ถ้าเปิดบริษัท บริษัทเป็นนิติบุคคลแยกจากผู้ถือหุ้น และการที่กรรมการรับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนจากบริษัทเป็นรายจ่ายของบริษัท โดยมีหน้าที่ด้านเงินเดือน ภาษีของผู้รับ และเอกสารประกอบตามมา ขอบเขตภาระที่แน่นอนขึ้นอยู่กับรูปแบบการจ่ายและข้อเท็จจริง ควรปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษี เรื่องการดูแลบัญชีตั้งแต่ปีแรกดูการทำบัญชีบริษัทในปีแรก
ข้อสังเกตเชิงธุรกิจคือ เมื่อบริษัทต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ตัวเอง ตัวเลข ค ที่คิดไว้ล่วงหน้าจะกลายเป็นรายการที่มองเห็นในงบ ถ้ากำไรต่อการขายตัดค่า ค แล้วติดลบ แปลว่าบริษัทจะจ่ายเงินให้เจ้าของไม่ได้ในระยะยาว
3. ต้นทุนหาลูกค้า: นับให้ครบทั้งเงินและเวลา
ต้นทุนหาลูกค้า (ง) ไม่ได้มีแค่ค่าโฆษณา ให้ไล่ตามช่องทางที่ระบุไว้ในแคนวาสแบบลีน และBusiness Model Canvas
- ค่าโฆษณาและค่าแพลตฟอร์ม ค่าคอมมิชชัน ค่าสมัครสมาชิก ค่าเสนอสินค้าให้ขึ้นอันดับ
- เวลาขาย การตอบแชต เสนอราคา นัดประชุม เดินทางไปพบ ซึ่งคิดเป็นค่าเวลาเช่นเดียวกับข้อ 2
- ของตัวอย่างและส่วนลดครั้งแรก ของแถม ทดลองใช้ฟรี งานตัวอย่างที่ไม่ได้เงิน
- ลูกค้าที่ปิดการขายไม่ได้ ต้นทุนของคนที่คุยแล้วไม่ซื้อต้องถูกนับรวมกับคนที่ซื้อ
วิธีหาตัวเลข ง ต่อลูกค้าหนึ่งราย คือเอาต้นทุนหาลูกค้าทั้งหมดในช่วงหนึ่ง หารด้วยจำนวนลูกค้าใหม่ที่ได้ในช่วงเดียวกัน ถ้าลูกค้าแต่ละรายซื้อซ้ำหลายครั้ง ให้เฉลี่ย ง ไปตามจำนวนครั้งที่ซื้อจริงในระยะเวลาที่คุณมีข้อมูล อย่าสมมติว่าลูกค้าจะซื้อซ้ำถ้ายังไม่เคยเห็นพฤติกรรมนั้น
ถ้า ง สูงกว่า ช มาก ให้กลับไปดูการเลือกกลุ่มลูกค้ากลุ่มแรก เพราะกลุ่มที่ต้องใช้เวลาโน้มน้าวนานมักเป็นสาเหตุให้ต้นทุนหาลูกค้าสูงเกินราคา
4. งานแก้ไข คืนสินค้า และการรับประกันที่กฎหมายกำหนดเอง
ต้นทุน จ ไม่ใช่เรื่องที่เลือกได้ว่าจะมีหรือไม่ กฎหมายให้ผู้ขายรับผิดในความชำรุดบกพร่องของทรัพย์สินที่ขาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472) แม้จะไม่ได้ออกใบรับประกัน ส่วนงานจ้างทำของ ผู้รับจ้างรับผิดในความชำรุดบกพร่องของงาน (มาตรา 587 และบทต่อเนื่อง) และมาตรา 600 วางหลักเรื่องระยะเวลาที่ความชำรุดต้องปรากฏเพื่อให้ผู้รับจ้างรับผิด เว้นแต่สัญญาจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ซึ่งผลขึ้นอยู่กับลักษณะงานและข้อเท็จจริง
ในทางปฏิบัติให้ประมาณ จ จากข้อมูลจริง ดูว่างานล่าสุดแต่ละงานต้องแก้กี่รอบ ใช้เวลาเท่าไร ต้องเปลี่ยนวัสดุหรือคืนเงินกี่ครั้ง แล้วนำค่าเฉลี่ยต่อการขายมาใส่ในใบคำนวณ ถ้ายังไม่มีข้อมูล ให้ตั้งสมมติฐานเผื่อไว้ก่อนแล้วปรับทุกเดือน และเขียนขอบเขตงาน จำนวนรอบแก้ไข และเกณฑ์การรับมอบในใบเสนอราคาหรือสัญญา เพื่อไม่ให้งานแก้ไขไม่มีที่สิ้นสุด เรื่องการรับประกันของสินค้าที่ขายพร้อมบริการหลังการขาย ดูรูปแบบสินค้าพร้อมบริการหลังการขาย
5. ค่าธรรมเนียมการรับเงินและต้นทุนของการรับเงินช้า
ต้นทุน ฉ มีสองส่วน ส่วนแรกคือค่าธรรมเนียมของบัตรหรือแพลตฟอร์มที่หักก่อนเงินเข้า ส่วนที่สองคือต้นทุนของการรอเงิน ถ้าลูกค้าธุรกิจให้เครดิตเป็นเวลานาน คุณต้องออกเงินทุนหมุนเวียนล่วงหน้าเอง ซึ่งอาจเป็นดอกเบี้ยที่ต้องกู้มาหรือโอกาสที่เสียไป เรื่องวงจรเงินสดและการเร่งเงินเข้าดูกำไรแต่เงินไม่พอ ที่นี่ขอเพียงให้ใส่ ฉ ไว้ในใบคำนวณ ไม่ให้ลืมว่าเงินที่ได้รับไม่เท่ากับราคาที่ตกลงเสมอไป
6. ต้นทุนที่คนมักลืม
รายการต่อไปนี้มักไม่อยู่ในราคาต้นทุนตรง แต่กินกำไรได้จริง
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้ากิจการจดทะเบียนแล้ว ภาษีที่เก็บจากลูกค้าเป็นเงินของรัฐ ไม่ควรนับเป็นรายได้หรือเงินที่ใช้หมุนเวียน
- ภาษีที่ลูกค้าหักไว้ ทำให้เงินสดน้อยกว่าราคาขาย แม้จะได้เครดิตภาษีภายหลัง
- ค่าเดินทางและค่าขนส่ง โดยเฉพาะงานนอกสถานที่
- ค่าสมัครซอฟต์แวร์รายเดือนหรือรายปี ระบบบัญชี ระบบจองงาน เครื่องมือออกแบบ การเก็บข้อมูลบนคลาวด์
- ค่าประกันภัย เมื่อสัญญาลูกค้าหรือลักษณะงานต้องการ
- ค่าบัญชี ค่าตรวจสอบบัญชี และการยื่นภาษี ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีบริษัทและมีกำหนดเวลาตามกฎหมาย รายละเอียดอยู่ในค่าใช้จ่ายปีแรกหลังจดทะเบียนบริษัท
- ค่าต่ออายุใบอนุญาต ใบอนุญาตหรือทะเบียนที่ต้องต่ออายุเป็นระยะ
- ค่าสิ่งที่เสื่อมค่า อุปกรณ์ที่ต้องเปลี่ยนเมื่อชำรุดหรือล้าสมัย
ทางภาษี รายจ่ายของบริษัทต้องมีหลักฐานที่ถูกต้องจึงจะนำมาถือเป็นรายจ่ายได้ และประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี กำหนดรายจ่ายต้องห้ามหลายประเภท เช่น รายจ่ายส่วนตัวและรายจ่ายที่ไม่ใช่เพื่อกิจการ ผู้ประกอบการควรขอใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีในนามบริษัท และแยกรายจ่ายส่วนตัวออกจากรายจ่ายของบริษัทตั้งแต่ต้น รายการใดจะหักได้หรือไม่ ต้องให้นักบัญชีตรวจเป็นรายกรณี
7. จากเงินเหลือต่อการขายไปสู่จุดคุ้มทุน
เมื่อได้ ช ต่อการขายหนึ่งครั้งแล้ว ให้รวมต้นทุนคงที่ต่อเดือน (ซ) ซึ่งเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้นแม้ไม่มีการขาย เช่น ค่าเช่า ค่าบัญชี ค่าซอฟต์แวร์ประจำ ค่าประกัน แล้วใช้สูตร
- จำนวนการขายขั้นต่ำต่อเดือน เท่ากับ ซ หารด้วย ช
ถ้าจำนวนการขายขั้นต่ำสูงกว่าที่คุณขายได้จริงตามกำลังเวลา ก็แสดงว่าโครงสร้างต้นทุนนี้ยังไม่เหมาะ ให้ลดซ เพิ่ม ก หรือลด ง และ จ ก่อน
ตัวอย่างสมมติฐานเพื่อให้เห็นภาพ สมมติว่าร้านรับออกแบบโลโก้ให้ธุรกิจเล็ก ขายแพ็กเกจหนึ่งแบบ ราคา ก ต้นทุนตรงคือซอฟต์แวร์และฟอนต์เฉพาะงาน ข เจ้าของใช้เวลาหลายชั่วโมงต่องาน คิดเป็น ค ต้นทุนหาลูกค้ามาจากโฆษณาและการตอบแชต ง ลูกค้าแก้งานเฉลี่ยสองรอบ คิดเป็น จ และมีค่าธรรมเนียมรับเงินออนไลน์ ฉ เมื่อคำนวณ ช แล้วพบว่า ช น้อยกว่า ค นั่นหมายความว่าเจ้าของได้ค่าแรงต่ำกว่าอัตราที่ตั้งไว้ ก่อนเปิดบริษัทจึงควรปรับราคา ก ลดรอบแก้ไข หรือหาช่องทางที่มี ง ต่ำกว่า
8. ผลลัพธ์นี้เปลี่ยนการตัดสินใจอะไรบ้าง
| ผลที่ได้ | การตัดสินใจที่ควรพิจารณา |
|---|---|
| ช ติดลบ | ปรับราคา ลดขอบเขตงาน หรือเปลี่ยนกลุ่มลูกค้า ยังไม่ควรเปิดบริษัท |
| ช เป็นบวกแต่บาง | ทดลองขายต่อในรูปแบบที่ต้นทุนคงที่ต่ำ ขยายเมื่อ ง และ จ ลดลง |
| ช ดี แต่ ง สูงมาก | กลับไปเลือกกลุ่มลูกค้าหรือช่องทางใหม่ ดูเรื่องการเลือกลูกค้ากลุ่มแรก |
| ช ดีและจำนวนการขายขั้นต่ำทำได้จริง | เปิดบริษัทได้เมื่อมีเหตุผลอื่นสนับสนุน เช่น ลูกค้าต้องการนิติบุคคล ต้องการแยกความรับผิด หรือหุ้นส่วนมีหลายคน |
เหตุผลที่ควรเปิดบริษัทมักไม่ใช่เพราะกำไรต่อหน่วยดีขึ้น แต่เป็นเพราะลูกค้ารายใหญ่ต้องการคู่สัญญาที่เป็นนิติบุคคล หรือต้องการแยกความรับผิดของผู้ถือหุ้นออกจากทรัพย์สินส่วนตัว ถ้าเป็นผู้ขายออนไลน์ที่กำลังชั่งใจ ดูผู้ขายออนไลน์ควรเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาเป็นบริษัทเมื่อใด ส่วนเงินที่ต้องเตรียมเมื่อตัดสินใจเปิดแล้ว อยู่ในก่อนเปิดบริษัทต้องเตรียมเงินอะไรบ้าง
9. วิธีเก็บข้อมูลให้ตัวเลขน่าเชื่อถือ
ตัวเลขที่ได้จากความจำมักเอนเอียง ให้เก็บข้อมูลเหล่านี้ตั้งแต่ขายครั้งแรก
- จดเวลาที่ใช้ในแต่ละขั้นตอนของงาน ตั้งแต่ตอบแชตจนถึงติดตามเงิน
- เก็บใบเสร็จและใบกำกับภาษีทุกใบ แยกรายจ่ายส่วนตัวออกจากรายจ่ายของกิจการ
- บันทึกเงินที่เข้าบัญชีจริงแต่ละครั้ง เทียบกับราคาที่ตกลง เพื่อเห็นผลของภาษีหัก ณ ที่จ่ายและค่าธรรมเนียม
- จดว่าลูกค้าแต่ละรายแก้งานกี่รอบ ขอคืนสินค้ากี่ครั้ง
- ทบทวนใบคำนวณทุกเดือน และเมื่อราคาต้นทุนหรือช่องทางเปลี่ยน
ถ้าเริ่มมีระบบบัญชีหรือผู้ทำบัญชีแล้ว ให้ขอรายงานรายได้และรายจ่ายแยกตามงานหรือตามลูกค้า จะช่วยให้ตัวเลขต่อการขายใกล้ความจริงมากขึ้น ดูบริการบัญชีและภาษี
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจเปิดบริษัท
- เลือกหน่วยการขายหนึ่งหน่วยที่ลูกค้าจ่ายจริงแล้ว
- ใช้ราคาขายก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่นับภาษีที่เก็บแทนรัฐ
- ใส่ต้นทุนตรงครบ รวมค่าขนส่งและค่าจ้างช่วง
- ใส่ค่าเวลาของเจ้าของตามที่ต้องจ้างคนทำแทน
- นับต้นทุนหาลูกค้าทั้งเงินและเวลา รวมลูกค้าที่ปิดการขายไม่ได้
- ประมาณงานแก้ไข การคืนสินค้า และการรับประกันจากข้อมูลจริง
- ใส่ค่าธรรมเนียมการรับเงินและผลของภาษีที่ลูกค้าหักไว้
- ไล่รายการที่มักลืม เช่น ซอฟต์แวร์ ประกัน บัญชี ใบอนุญาต
- คำนวณจำนวนการขายขั้นต่ำต่อเดือนและเทียบกับกำลังที่ทำได้จริง
- ปรึกษานักบัญชีเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และวิธีจ่ายค่าตอบแทนเจ้าของ
อ่านเพิ่มเติม
- ทดสอบไอเดียก่อนลงทุนก้อนใหญ่ เพื่อดูหลักฐานว่าลูกค้าจ่ายเงินจริง
- ก่อนเปิดบริษัทต้องเตรียมเงินอะไรบ้าง ขั้นถัดไปเมื่อตัวเลขต่อการขายผ่านแล้ว
- ทำงานมากขึ้นแต่กำไรน้อยลง สำหรับเลือกงานในธุรกิจที่เดินอยู่แล้ว
- ราคาบริการแบบเหมา รายชั่วโมง และรายเดือน เมื่อต้องเลือกวิธีคิดราคา
- ค่าใช้จ่ายปีแรกหลังจดทะเบียนบริษัท สำหรับค่าจดทะเบียนและค่าธรรมเนียมที่ไม่ได้อธิบายซ้ำที่นี่
- กำไรแต่เงินไม่พอ สำหรับวงจรเงินสด
ก่อนเปิดบริษัท ให้รู้ว่าการขายหนึ่งครั้งเหลือเงินเท่าไรหลังนับเวลาของตัวเองและต้นทุนที่ถูกลืม เพราะบริษัทเพิ่มภาระประจำแต่ไม่ได้ทำให้กำไรต่อหน่วยดีขึ้นเอง
เราช่วยตรวจว่าโครงสร้างธุรกิจ เอกสารการขาย และภาระภาษีของคุณเหมาะกับการเปิดบริษัทหรือยัง ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ บัญชีและภาษี และ จดทะเบียนบริษัท
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

