ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

ทำงบประมาณบริษัทครั้งแรก ประมาณยอดขาย ค่าใช้จ่าย และเงินสดอย่างไรไม่ให้เป็นแค่ตัวเลขในกระดาษ

วิธีทำงบประมาณประจำปีครั้งแรกสำหรับ SME ไล่จากลูกค้าจริงและกำลังคน แยกต้นทุนผันแปร ค่าใช้จ่ายคงที่ และรายจ่ายลงทุน ดูเงินสดแยกจากกำไร กำหนดเจ้าของงบ และเทียบจริงกับงบทุกเดือน พร้อมตัวอย่างสมมติของธุรกิจบริการ

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ7 พฤศจิกายน 256915 นาที
ทำงบประมาณบริษัทครั้งแรก ประมาณยอดขาย ค่าใช้จ่าย และเงินสดอย่างไรไม่ให้เป็นแค่ตัวเลขในกระดาษ

เจ้าของธุรกิจหลายรายทำงบประมาณครั้งแรกด้วยการเปิดไฟล์ตัวเลขปีก่อน บวกยอดขายสัก 10 เปอร์เซ็นต์ ลดค่าใช้จ่ายสักนิด แล้วได้กำไรสวย ๆ ออกมา ปลายปีกลับพบว่ายอดขายไม่เป็นไปตามนั้น ค่าใช้จ่ายบางก้อนไม่อยู่ในแผน และบัญชีธนาคารตึงทั้งที่บัญชีกำไรขาดทุนยังเป็นบวก

คู่มือนี้เสนอวิธีทำงบประมาณครั้งแรกเป็นขั้นตอนเจ็ดขั้น ตั้งแต่ไล่ยอดขายจากลูกค้าจริง จนถึงการเทียบจริงกับงบทุกเดือน มีตัวอย่างสมมติของธุรกิจบริการ ตัวอย่างการนำตัวเลขไปตัดสินใจ และข้อควรระวังเรื่องสัญญาที่ผูกค่าใช้จ่ายไว้ล่วงหน้า

คำตอบหลัก

งบประมาณที่ใช้ได้เริ่มจากสิ่งที่นับได้ ได้แก่ รายชื่อลูกค้า ปริมาณงานที่ทำได้จริง ราคา และสัญญาที่ผูกมัดอยู่ ไม่ได้เริ่มจากเปอร์เซ็นต์การเติบโตที่อยากได้ จากนั้นแยกต้นทุนผันแปร ค่าใช้จ่ายคงที่ และรายจ่ายลงทุนออกจากกัน แล้วทำงบเงินสดอีกชุดหนึ่ง เพราะลูกค้าจ่ายช้ากว่าวันขาย และภาษีมีรอบของมันเอง สุดท้ายกำหนดเจ้าของงบแต่ละรายการ วงเงินอนุมัติ และเทียบตัวเลขจริงกับงบทุกเดือนพร้อมเกณฑ์ว่าส่วนต่างเท่าไรต้องอธิบาย

หลักกฎหมาย ไม่พบว่ากฎหมายบังคับให้ SME ทั่วไปทำงบประมาณประจำปีเป็นเอกสารเฉพาะ สิ่งที่ต้องมีคือบัญชีและงบการเงินจริงตามรอบบัญชี งบประมาณจึงเป็นเครื่องมือบริหาร แต่หลายส่วนของมันไปชนกฎหมายโดยตรง คือสัญญาเช่า สัญญาซื้อขั้นต่ำ สัญญาสมัครใช้บริการ และเงื่อนไขชำระเงินกับลูกค้า ซึ่งล็อกตัวเลขในงบไว้ก่อนที่ปีจะเริ่ม

มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา งบประมาณที่ดีคือเอกสารที่ทำให้เจ้าของตัดสินใจได้เร็วขึ้นในเดือนที่ตัวเลขเริ่มเพี้ยน ไม่ใช่เอกสารที่ทำเสร็จแล้วเก็บเข้าลิ้นชัก ถ้าต้องเลือก ให้ทำให้เรียบง่ายแต่เทียบทุกเดือน ดีกว่าทำละเอียดแต่เปิดดูปีละครั้ง

1. ทำไมงบแบบ "ปีก่อนบวก 10 เปอร์เซ็นต์" จึงใช้ไม่ได้

วิธีนี้ตอบไม่ได้ว่ายอดที่เพิ่มมาจากใคร ถ้าลูกค้ารายใหญ่หนึ่งรายซึ่งให้ยอดหนึ่งในสี่ของบริษัทเลิกซื้อ ตัวเลข 10 เปอร์เซ็นต์ก็ไม่ช่วยอะไร และไม่ได้ถามว่ามีคนหรือเครื่องจักรพอทำงานที่เพิ่มหรือไม่ ค่าใช้จ่ายก็มักถูกบวกด้วยอัตราเดียวกันทั้งที่บางรายการเป็นภาระผูกพันที่ขึ้นตามสัญญา บางรายการเลือกได้

วิธีที่ดีกว่าคือประกอบงบจากข้างล่างขึ้นบน เริ่มจากรายชื่อ ปริมาณ และราคา แล้วค่อยรวมเป็นยอดรวม เปอร์เซ็นต์การเติบโตให้ออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ข้อสมมติตั้งต้น

2. ขั้นที่ 1 ประมาณยอดขายจากลูกค้าและกำลังคน

  1. ไล่รายชื่อลูกค้าหรือกลุ่มลูกค้า แยกลูกค้าประจำที่มีสัญญา ลูกค้างานโครงการ และลูกค้าจรหรือรายชั่วโมง เพราะแต่ละกลุ่มมีความแน่นอนต่างกัน
  2. คูณปริมาณกับราคา เช่น จำนวนรายที่ต่อสัญญา คูณค่าบริการต่อเดือน หรือจำนวนงานคูณมูลค่างานเฉลี่ย ใช้ตัวเลขจากปีที่ผ่านมาเท่าที่มี ไม่มีให้ใช้ใบเสนอราคาที่ยื่นไว้และอัตราที่ปิดได้จริง ไม่ใช่อัตราที่หวัง
  3. แยกระดับความมั่นใจ ลูกค้าที่มีสัญญาแล้วใส่เต็มจำนวน งานที่เสนอราคาไว้ใส่ตามอัตราที่เคยปิดได้ ส่วนที่ยังไม่มีผู้ซื้อรองรับให้แยกเป็นเป้าหมายเสริม
  4. ตรวจกำลังคนหรือกำลังผลิต เอาชั่วโมงงานที่ยอดขายต้องใช้ ไปเทียบกับชั่วโมงที่ขายได้จริง ซึ่งไม่ใช่ชั่วโมงทำงานทั้งหมด เพราะต้องหักประชุม ลา ฝึกอบรม และงานภายใน ถ้ายอดเกินกำลัง งบนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับเพิ่มคนหรือจ้างช่วง หรือต้องลดยอดลง

3. ขั้นที่ 2 ต้นทุนผันแปร

ต้นทุนผันแปรคือต้นทุนที่ขึ้นลงตามยอดขายหรือปริมาณงาน เช่น ค่าสินค้าที่ซื้อมาขาย วัตถุดิบ ค่าขนส่ง ค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมรับชำระเงิน หรือค่าจ้างช่วงต่อรายงาน ให้ตั้งเป็นอัตราต่อหน่วยหรือเปอร์เซ็นต์ของยอดขายตามที่เคยเกิดจริง

ส่วนต่างระหว่างยอดขายกับต้นทุนผันแปรเรียกว่ากำไรส่วนเกิน (contribution) ตัวเลขนี้คือเงินที่เหลือไว้จ่ายค่าใช้จ่ายคงที่ และเป็นตัวเลขที่ใช้คิดจุดคุ้มทุนในขั้นถัดไป

4. ขั้นที่ 3 ค่าใช้จ่ายคงที่

ค่าใช้จ่ายคงที่คือรายจ่ายที่ยังเกิดแม้ยอดขายลดลง เช่น เงินเดือนประจำและส่วนที่นายจ้างต้องจ่ายเพิ่ม ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน ค่าสมัครใช้โปรแกรม ค่าทำบัญชีและสอบบัญชี ค่าประกัน ค่าการตลาดประจำ จัดเป็นสามกลุ่มเพื่อให้ตัดสินใจง่ายขึ้น

กลุ่มตัวอย่างลดได้เร็วแค่ไหน
ผูกมัดตามสัญญาค่าเช่า สัญญาสมัครใช้บริการรายปี ค่างวดผ่อนชำระลดไม่ได้จนกว่าสัญญาจะถึงจุดเลิก ต้องดูเงื่อนไขในสัญญา
ผูกมัดตามคนเงินเดือน ค่าจ้างประจำลดได้ช้าและมีต้นทุนทางกฎหมายถ้าเลิกจ้าง
ตัดสินใจเองได้การตลาด ฝึกอบรม ค่ารับรอง ของใช้สำนักงานนอกแผนชะลอหรือตัดได้ในเดือนถัดไป

ถ้ามีเงินเดือนของเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นที่ทำงานในบริษัท ให้ใส่เป็นค่าใช้จ่ายด้วยอัตราที่ตั้งใจจ่ายจริง ไม่ปล่อยให้เป็นศูนย์แล้วไปดึงเป็นเงินปันผลทีหลัง เพราะจะทำให้กำไรในงบดูดีเกินจริง และเงินที่เจ้าของเบิกใช้ควรแยกจากเงินของบริษัทอย่างถูกต้อง ดู เงินเดือน เงินปันผล เงินยืมผู้ถือหุ้น

5. ขั้นที่ 4 รายจ่ายลงทุนและค่าเสื่อมราคา

รายจ่ายลงทุน คือเงินที่จ่ายซื้อทรัพย์สินที่ใช้ประโยชน์ข้ามปี เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องมือ เครื่องจักร ยานพาหนะ งานตกแต่ง ให้แยกออกเป็นตารางต่างหากด้วยเหตุผลสองข้อ

  • ในงบกำไรขาดทุน ทรัพย์สินเหล่านี้ไม่เข้าเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนในปีที่ซื้อ แต่ทยอยตัดเป็น ค่าเสื่อมราคา ตามอายุการใช้งาน
  • ในงบเงินสด เงินออกไปทั้งก้อนวันที่จ่าย ถ้าซื้อเงินสด เงินในบัญชีลดทันที

ถ้ารวมรายจ่ายลงทุนไว้ในค่าใช้จ่ายปกติ กำไรจะดูต่ำเกินจริงและตัดสินใจผิด ถ้าไม่ใส่รายจ่ายลงทุนไว้ที่ใดเลย เงินสดจะหายไปโดยไม่มีใครเห็นล่วงหน้า วิธีรับรู้ค่าเสื่อมและอัตราที่ใช้ทางภาษีให้ปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษี ในงบตัวอย่างด้านล่างใช้วิธีตัดเท่ากันทุกปีตามอายุที่สมมติ

6. ขั้นที่ 5 มองเงินสดแยกจากกำไร

กำไรในบัญชีนับตอนขายหรือให้บริการ แต่เงินเข้าตอนลูกค้าจ่าย ถ้าให้เครดิตสามสิบวัน รายได้เดือนมกราคมจะเป็นเงินสดเดือนกุมภาพันธ์ ยิ่งธุรกิจโตเร็ว เงินที่ติดอยู่ในลูกหนี้ยิ่งมาก เรื่องนี้เป็นสาเหตุหลักของบริษัทที่มีกำไรแต่เงินขาดมือ ดูต่อใน กำไรดีแต่เงินสดขาด

การทำงบเงินสดอย่างง่ายให้เรียงรายเดือนดังนี้

  1. เงินสดต้นเดือน
  2. บวกเงินที่คาดว่าจะรับ คิดจากวันครบกำหนดชำระของใบแจ้งหนี้ ไม่ใช่วันขาย
  3. หักเงินจ่ายค่าใช้จ่ายและเจ้าหนี้ตามเครดิตที่ซัพพลายเออร์ให้จริง
  4. หักรายจ่ายลงทุนในเดือนที่จ่าย
  5. หักภาษีและเงินนำส่งตามรอบ ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องนำส่งสุทธิ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่หักไว้ นำส่งประกันสังคม และภาษีเงินได้นิติบุคคลเมื่อถึงรอบ
  6. เงินสดปลายเดือน เทียบกับเงินสดขั้นต่ำที่ตั้งไว้

หมายเหตุเรื่องภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บจากลูกค้าไม่ใช่รายได้ของบริษัท ในงบประมาณให้ใช้ตัวเลขก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วใส่เงินนำส่งสุทธิในงบเงินสด ส่วนกำหนดวันยื่นและอัตราของแต่ละภาษีให้ตรวจกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีทุกครั้ง เพราะอาจเปลี่ยนตามประกาศ ในคู่มือนี้ไม่ได้ระบุวันที่ตายตัว

7. ขั้นที่ 6 เจ้าของงบและวงเงินอนุมัติ

งบที่ไม่มีเจ้าของคืองบที่ไม่มีใครรับผิดชอบเมื่อเกินไป ให้กำหนดดังนี้

  • แต่ละรายการหรือหมวดมี เจ้าของงบ หนึ่งคน เช่น ผู้จัดการฝ่ายขายเป็นเจ้าของยอดขายและค่าคอมมิชชัน ผู้จัดการปฏิบัติการเป็นเจ้าของต้นทุนผันแปรและค่าจ้างช่วง ฝ่ายบริหารเป็นเจ้าของค่าเช่าและสัญญาประจำ
  • ตั้ง วงเงินอนุมัติ ว่าใครจ่ายได้เองภายในงบ ใครต้องขออนุมัติเมื่อเกินงบหรือเกินจำนวนที่ตกลง และรายการใดเจ้าของบริษัทต้องอนุมัติเสมอ เช่น สัญญาผูกมัดหลายเดือน และรายจ่ายลงทุน
  • ผูกกับตารางอำนาจอนุมัติของบริษัท ดูแนวทางใน เจ้าของอนุมัติทุกเรื่อง ตารางอำนาจอนุมัติ

8. ขั้นที่ 7 เทียบจริงกับงบทุกเดือนและเกณฑ์ส่วนต่าง

ทุกต้นเดือนหลังปิดบัญชีเดือนก่อน ให้ทำตารางเดียวต่อหมวด คือ งบ จริง ส่วนต่าง และเหตุผล เกณฑ์ที่เสนอสำหรับ SME ให้ปรับตามขนาดธุรกิจ

รายการเกณฑ์ที่ต้องอธิบาย (ตัวอย่างสมมติ)
ยอดขายรวมต่ำกว่างบเกินร้อยละ 5 สองเดือนติดกัน
แต่ละหมวดรายจ่ายส่วนต่างเกินร้อยละ 10 และเกิน 10,000 บาท
รายจ่ายลงทุนทุกรายการที่ไม่อยู่ในแผน ต้องขออนุมัติก่อนจ่าย
เงินสดปลายเดือนต่ำกว่าเงินสดขั้นต่ำที่ตั้งไว้
ลูกหนี้เกินกำหนดเกินสัดส่วนที่ตกลง เช่น หนึ่งในห้าของลูกหนี้ทั้งหมด

เมื่อเจอส่วนต่าง ให้ถามสามข้อตามลำดับ ปริมาณต่างไปหรือไม่ ราคาต่างไปหรือไม่ และเป็นเรื่องจังหวะเวลาหรือไม่ เพราะคำตอบแต่ละข้อนำไปสู่การตัดสินใจคนละแบบ นำผลเข้าวาระประชุมรายเดือน ดู ประชุมผู้บริหารประจำเดือน

9. ตัวอย่างสมมติ ธุรกิจบริการดูแลระบบไอทีให้ SME

ตัวเลขทั้งหมดในหัวข้อนี้เป็น ตัวอย่างสมมติ เพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่ข้อมูลของบริษัทใดและไม่ใช่มาตรฐานของอุตสาหกรรม ตัวเลขเป็นบาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

ขั้นที่ 1 ยอดขายจากลูกค้า (ตัวอย่างสมมติ)

กลุ่มลูกค้าปริมาณราคายอดต่อปี
สัญญาดูแลระบบรายเดือน12 ราย x 12 เดือน15,000 ต่อรายต่อเดือน2,160,000
งานโครงการติดตั้ง10 งาน80,000 ต่องาน800,000
งานรายชั่วโมง300 ชั่วโมง1,000 ต่อชั่วโมง300,000
รวม3,260,000

ตรวจกำลังคน (ตัวอย่างสมมติ) ช่างเทคนิค 3 คน ชั่วโมงทำงานคนละ 160 ชั่วโมงต่อเดือน รวมปีละ 5,760 ชั่วโมง ตั้งเพดานชั่วโมงที่ขายได้ร้อยละ 60 ได้ 3,456 ชั่วโมง งานที่ต้องใช้คือ งานดูแลรายเดือน 8 ชั่วโมงต่อรายต่อเดือน (1,152) งานโครงการ 100 ชั่วโมงต่องาน (1,000) และงานรายชั่วโมง (300) รวม 2,452 ชั่วโมง หรือประมาณร้อยละ 71 ของเพดาน จึงรับได้ แต่เหลือที่ว่างไม่มาก

ขั้นที่ 2 ถึง 4 ต้นทุนและรายจ่าย (ตัวอย่างสมมติ)

รายการคิดอย่างไรต่อปี
ต้นทุนผันแปร ค่าลิขสิทธิ์และคลาวด์ที่ขายต่อร้อยละ 10 ของยอดขาย326,000
กำไรส่วนเกิน3,260,000 หัก 326,0002,934,000
เงินเดือนช่างเทคนิค 3 คน28,000 x 3 x 121,008,000
เงินเดือนธุรการและขาย 1 คน22,000 x 12264,000
เงินเดือนเจ้าของที่ทำงานประจำ40,000 x 12480,000
ส่วนที่นายจ้างจ่ายเพิ่มและสวัสดิการสมมติร้อยละ 5 ของเงินเดือน87,600
ค่าเช่าสำนักงาน18,000 x 12216,000
โปรแกรมที่สมัครใช้6,000 x 1272,000
อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์4,000 x 1248,000
ทำบัญชีและสอบบัญชี5,000 x 1260,000
การตลาด5,000 x 1260,000
ประกันและเบ็ดเตล็ด2,000 x 1224,000
รวมค่าใช้จ่ายคงที่2,319,600
ค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ 300,000 ตัดเท่ากัน 5 ปี60,000
กำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษี2,934,000 หัก 2,319,600 หัก 60,000554,400

กำไรจากการดำเนินงานประมาณร้อยละ 17 ของยอดขาย จุดคุ้มทุน คือ (2,319,600 บวก 60,000) หารด้วย 0.90 ซึ่งเท่ากับยอดขายประมาณ 2,644,000 บาท ยอดขายตามแผนสูงกว่าจุดนี้ประมาณร้อยละ 19 จึงรับยอดตกได้ในระดับหนึ่ง

ขั้นที่ 5 มองเงินสดปีแรก (ตัวอย่างสมมติ) สมมติบริษัทเริ่มปีโดยไม่มีลูกหนี้ค้าง ซื้ออุปกรณ์ 300,000 บาทเป็นเงินสดช่วงต้นปี และเครดิตลูกค้าเฉลี่ย 35 วัน ลูกหนี้ปลายปีจึงประมาณ 3,260,000 หาร 365 คูณ 35 หรือราว 313,000 บาท

รายการจำนวน
กำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษี554,400
บวกกลับค่าเสื่อมราคา (ไม่ใช่เงินสดจ่าย)60,000
หักลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น(313,000)
หักซื้ออุปกรณ์(300,000)
เงินสดเหลือก่อนภาษีเงินได้ เงินปันผล และเงินกู้1,400

ตัวอย่างนี้แสดงว่ากำไรในกระดาษ 554,400 บาท แต่เงินสดเหลือแทบไม่มี ถ้าเจ้าของคิดจะจ่ายเงินปันผลหรือบริษัทต้องจ่ายภาษีเงินได้ ต้องมีเงินสำรองหรือวงเงินสินเชื่อรองรับ เกณฑ์เงินสดขั้นต่ำของตัวอย่างนี้ตั้งไว้ราว 1.5 เท่าของต้นทุนคงที่รายเดือน (2,319,600 หาร 12 เป็นราว 193,300) หรือประมาณ 290,000 บาท

ขั้นที่ 6 และ 7 เจ้าของงบและเกณฑ์ (ตัวอย่างสมมติ) ผู้จัดการขายดูแลยอดขายและลูกหนี้ ผู้จัดการปฏิบัติการดูแลต้นทุนผันแปรและชั่วโมงงาน เจ้าของอนุมัติรายจ่ายลงทุนและสัญญาที่ผูกเกินหกเดือน เกณฑ์ส่วนต่างใช้ตามตารางในหัวข้อก่อนหน้า

10. งบประมาณนำไปตัดสินใจอะไรได้บ้าง

ใช้ตัวอย่างสมมติข้างต้นต่อ ทุกตัวเลขยังเป็นตัวอย่างสมมติ

การตัดสินใจเกณฑ์ที่งบบอกตัวอย่างสมมติ
จ้างคนเพิ่มชั่วโมงงานจริงเกินร้อยละ 85 ของเพดานติดต่อกันสองเดือน และมีงานรองรับช่างคนที่ 4 ต้นทุนราว 28,000 x 12 x 1.05 เท่ากับ 352,800 ต่อปี ต้องมียอดเพิ่มประมาณ 352,800 หาร 0.90 เท่ากับ 392,000 จึงคุ้มทุน
ปรับราคากำไรส่วนเกินต่อชั่วโมงต่ำเมื่อเทียบกับต้นทุนคนขึ้นค่าดูแลรายเดือนจาก 15,000 เป็น 16,500 ได้เพิ่ม 216,000 ต่อปีถ้าลูกค้าอยู่ครบ ถ้าเสียไปหนึ่งราย ยอดรวมยังสูงกว่าเดิมราว 18,000 เพราะ 11 ราย x 16,500 x 12 เท่ากับ 2,178,000 ต่อ 2,160,000 เดิม (ยังไม่หักต้นทุนผันแปรของลูกค้าที่หายไป)
ลดค่าใช้จ่ายเงินสดลงต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำสองเดือนติดกันเริ่มจากกลุ่มที่ตัดสินใจเองได้ เช่น การตลาด 60,000 ต่อปี ไม่เริ่มจากสัญญาที่ยังผูกมัด
เลื่อนรายจ่ายลงทุนเงินสดไม่พอก่อนภาษีหรือต้นปีที่ลูกหนี้กำลังพอกเลื่อนซื้ออุปกรณ์ทดสอบ 100,000 ไปไตรมาสสามได้ ลดแรงกดเงินสดต้นปี

หลักคือผูกการตัดสินใจกับเกณฑ์ที่เขียนไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ตัดสินใจตอนเงินหมดแล้ว

11. สัญญาที่ล็อกค่าใช้จ่ายไว้แล้ว มุมกฎหมายที่ต้องดูก่อนเซ็น

ค่าใช้จ่ายคงที่หลายรายการมาจากสัญญา ก่อนเซ็นควรนำภาระรวมตลอดอายุสัญญาเข้าในงบ ไม่ดูแค่ยอดรายเดือน

  • สัญญาเช่าสำนักงานหรือพื้นที่ ตรวจอายุสัญญา อัตราเพิ่มค่าเช่า เงินประกัน การต่ออายุ และค่าปรับเมื่อเลิกก่อนกำหนด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเกินสามปีต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่เช่นนั้นฟ้องบังคับได้เพียงสามปี ผู้เช่าที่ลงทุนตกแต่งมากควรให้ความสำคัญกับการจดทะเบียนหรือเจรจาค่าตอบแทนเมื่อสัญญาสิ้นสุด ดูตัวอย่างเงื่อนไขที่ต้องอ่านใน เช่าโรงงานสำเร็จรูป
  • สัญญาซื้อขั้นต่ำ (minimum purchase) ผู้ขายอาจกำหนดว่าต้องซื้อไม่ต่ำกว่าจำนวนหนึ่งต่อปี หรือจ่ายส่วนต่าง งบต้องรองรับตัวเลขขั้นต่ำนี้แม้ยอดขายตก
  • สัญญาสมัครใช้บริการ (subscription) มักต่ออายุอัตโนมัติและมีเงื่อนไขแจ้งยกเลิกล่วงหน้า จดวันที่ต้องแจ้งไว้ในปฏิทิน ดู ซอฟต์แวร์แบบสมัครใช้บริการ
  • เงื่อนไขชำระเงินของลูกค้า กำหนดเครดิตและขั้นตอนทวงถามให้ชัดในสัญญาและใบเสนอราคา เพราะกระทบงบเงินสดโดยตรง ดู ลูกค้าค้างชำระ
  • สัญญากับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น เช่าอสังหาริมทรัพย์ของกรรมการ ควรกำหนดเงื่อนไขและการอนุมัติให้ชัด ดู การอนุมัติสัญญาเช่าหรือซื้อกับกรรมการ

ข้อสังเกต ประเด็นข้างต้นขึ้นกับถ้อยคำของสัญญาแต่ละฉบับ ควรให้ผู้รู้กฎหมายอ่านก่อนเซ็นเมื่อภาระรวมมีนัยสำคัญต่อบริษัท

12. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ทำงบเป็น "ปีก่อนบวกเปอร์เซ็นต์" ไม่มีที่มาของยอดขาย ไม่ได้ตรวจกำลังคน
  • ปนรายจ่ายลงทุนกับค่าใช้จ่ายปกติ กำไรบิดเบี้ยว หรือเงินสดหายโดยไม่มีใครเห็นล่วงหน้า
  • ไม่มีมุมมองเงินสด ดูแต่กำไร ลืมว่าลูกค้าจ่ายช้าและภาษีมีรอบ
  • ตั้งยอดขายด้วยความหวัง ใส่ลูกค้าที่ยังไม่มีสัญญาเต็มจำนวน
  • ลืมสัญญาที่ผูกไว้ เช่น ต่ออายุอัตโนมัติ ซื้อขั้นต่ำ ค่าเช่าที่ขึ้นตามปี
  • ไม่มีเจ้าของงบ ส่วนต่างจึงไม่มีใครอธิบาย
  • ทำแล้วไม่เทียบ งบกลายเป็นเอกสารที่เปิดครั้งเดียว
  • เจ้าของไม่ใส่เงินเดือนตัวเอง กำไรดูดีเกินจริงและตัดสินใจจ่ายปันผลผิด

13. รายการตรวจสอบ

  • รายชื่อลูกค้าและกลุ่มลูกค้าพร้อมปริมาณ ราคา และระดับความมั่นใจ
  • ตรวจกำลังคนหรือกำลังผลิตเทียบกับยอดขายที่ตั้ง
  • แยกต้นทุนผันแปร ค่าใช้จ่ายคงที่ และรายจ่ายลงทุนเป็นตารางต่างหาก
  • คำนวณค่าเสื่อมราคาและจุดคุ้มทุน
  • ทำงบเงินสดรายเดือน คิดตามวันครบกำหนดรับและจ่าย รวมรอบภาษี
  • ตั้งเงินสดขั้นต่ำที่ยอมรับได้
  • กำหนดเจ้าของงบทุกหมวดและวงเงินอนุมัติ
  • ตั้งเกณฑ์ส่วนต่างที่ต้องอธิบายและวันประชุมเทียบจริงกับงบ
  • รวบรวมสัญญาที่ผูกค่าใช้จ่าย พร้อมวันต่ออายุและวันแจ้งยกเลิก
  • ให้ผู้ทำบัญชีตรวจวิธีรับรู้ค่าเสื่อมและภาษีก่อนใช้ตัวเลขตัดสินใจ

อ่านเพิ่มเติม

งบประมาณที่ใช้ได้คืองบที่ประกอบจากลูกค้าและกำลังคนจริง แยกรายจ่ายลงทุนออกจากค่าใช้จ่าย ดูเงินสดแยกจากกำไร และเทียบกับตัวเลขจริงทุกเดือนโดยมีเจ้าของงบและเกณฑ์ที่ตกลงไว้ล่วงหน้า

เราช่วยตรวจสัญญาเช่า สัญญาซื้อขั้นต่ำ และสัญญาสมัครใช้บริการที่ผูกค่าใช้จ่ายของบริษัท จัดทำเงื่อนไขชำระเงินกับลูกค้า และวางอำนาจอนุมัติให้สอดคล้องกับงบ ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ แผนธุรกิจ และ บัญชีและภาษี


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

บริษัทต้องทำงบประมาณประจำปีตามกฎหมายหรือไม่+

ไม่พบว่ากฎหมายบังคับให้บริษัท SME ทั่วไปต้องจัดทำงบประมาณประจำปีเป็นเอกสารเฉพาะ สิ่งที่บริษัทต้องมีตามกฎหมายคือบัญชีและงบการเงินที่เป็นของจริงหลังสิ้นรอบบัญชี งบประมาณเป็นเครื่องมือบริหารที่เจ้าของเลือกทำเอง แต่ธนาคาร นักลงทุน หรือผู้ร่วมทุนอาจขอดูเมื่อพิจารณาสินเชื่อหรือการลงทุน และผู้ทำบัญชีของบริษัทช่วยวางโครงให้ตรงกับผังบัญชีที่ใช้อยู่ได้

ควรตั้งยอดขายโดยบวกจากปีก่อนสัก 10 เปอร์เซ็นต์ได้หรือไม่+

ทำได้เป็นจุดเริ่ม แต่ไม่ควรเป็นตัวเลขสุดท้าย เพราะไม่ได้บอกว่ายอดเพิ่มมาจากลูกค้ารายใด ราคาเท่าไร และมีคนพอทำงานหรือไม่ วิธีที่ใช้ได้จริงคือไล่ตามรายชื่อลูกค้าหรือกลุ่มลูกค้า คูณปริมาณกับราคา แล้วเทียบกับกำลังคนหรือกำลังผลิตที่มี ส่วนที่ยังไม่มีลูกค้าจริงรองรับให้แยกเป็นเป้าหมายเสริม ไม่ปนในตัวเลขหลัก

รายจ่ายลงทุน ต่างจากค่าใช้จ่ายปกติอย่างไร+

ค่าใช้จ่ายปกติคือรายจ่ายที่ใช้หมดไปในงวด เช่น เงินเดือน ค่าเช่า ค่าสมัครใช้บริการรายเดือน ส่วนรายจ่ายลงทุนคือเงินที่จ่ายซื้อทรัพย์สินที่ใช้ได้หลายปี เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องจักร การตกแต่งสำนักงาน ในทางบัญชีตัดเป็นค่าเสื่อมราคาไปตามอายุการใช้งาน แต่เงินสดออกไปทั้งก้อนวันที่จ่าย จึงต้องแยกในงบและดูทั้งสองมุม วิธีรับรู้ค่าเสื่อมและอัตราที่ใช้ลดหย่อนภาษีให้ปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีตามข้อมูลของบริษัท

สัญญาเช่าสำนักงานระยะยาวมีผลต่องบประมาณและกฎหมายอย่างไร+

ค่าเช่าเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ที่ผูกมัดตลอดอายุสัญญา และมักมีเงื่อนไขเพิ่มค่าเช่า เงินประกัน และค่าปรับเมื่อเลิกก่อนกำหนด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเกินสามปีต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นฟ้องบังคับได้เพียงสามปี ก่อนเซ็นควรนำภาระรวมตลอดอายุสัญญามาคิดในงบ และตรวจเงื่อนไขเลิกสัญญาก่อนกำหนด

เทียบจริงกับงบรายเดือนแล้วเกินงบ ควรทำอย่างไร+

กำหนดเกณฑ์ล่วงหน้าว่าส่วนต่างเท่าไรต้องอธิบาย เช่น เกินร้อยละสิบและเกินจำนวนเงินขั้นต่ำที่ตกลงกัน ผู้เป็นเจ้าของงบแต่ละรายการอธิบายสาเหตุ ว่าเป็นเรื่องเวลา ปริมาณ หรือราคา แล้วที่ประชุมตัดสินว่าจะปรับแผน ตัดค่าใช้จ่าย หรือยอมรับส่วนต่างนั้น ส่วนต่างที่เป็นเรื่องเวลา เช่น ลูกค้าจ่ายช้ากว่าที่คาด ควรดูในงบเงินสดแยกจากงบกำไร

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา