ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
SUWANVARA LAWFIRM
SUWANVARA LAWFIRM
บริษัท สุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม จำกัด
กฎหมายธุรกิจ

หุ้นส่วนถือหุ้น 50:50 ทะเลาะกันจนบริษัทเดินต่อไม่ได้ ทำอย่างไร

เมื่อผู้ถือหุ้น 50:50 ตกลงกันไม่ได้และบริษัทหยุดชะงัก ป.พ.พ. ว่าอย่างไรเรื่องประชุม กรรมการ การให้ศาลสั่งเลิก และการชำระบัญชี พร้อมทางออกที่ทำได้จริง

สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม— ทีมกฎหมายธุรกิจ14 ตุลาคม 256910 นาที
หุ้นส่วนถือหุ้น 50:50 ทะเลาะกันจนบริษัทเดินต่อไม่ได้ ทำอย่างไร

คำตอบหลัก

บริษัทที่ถือหุ้น 50:50 ไปได้ดีตราบที่เจ้าของเห็นตรงกัน เมื่อเริ่มทะเลาะกัน คะแนนเสียงจะเท่ากัน มติไม่ผ่าน และบริษัทมักเซ็นสัญญา จ่ายเงินเดือน หรือติดต่อธนาคารไม่ได้ กฎหมายไทยไม่มี "ปุ่มแก้ทางตัน" ทางเดียว ทางออกที่ทำได้จริงเรียงตามต้นทุนและความเร็วคือ ข้อตกลงชั่วคราว การให้ฝ่ายหนึ่งซื้อหุ้นอีกฝ่าย การใช้ช่องทางศาล หรือการเลิกบริษัทและชำระบัญชี

หลักกฎหมาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) ที่ประชุมใหญ่เท่านั้นที่ตั้งหรือถอดถอนกรรมการได้ (มาตรา 1151) มติพิเศษต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ (มาตรา 1194) และการเลิกบริษัทโดยสมัครใจต้องใช้มติพิเศษ (มาตรา 1236(4)) ศาลสั่งเลิกบริษัทได้เฉพาะเหตุตามมาตรา 1237 รวมถึงข้อ (5) เหตุอื่นใดที่ทำให้บริษัทไม่สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าขอให้เรียกประชุมวิสามัญได้ (มาตรา 1173 และ 1174)

ความเห็นเชิงปฏิบัติของเรา แก้ปัญหาที่ทำให้บริษัทหยุดเดินในแต่ละวันก่อน และทำเป็นหนังสือ ก่อนจะเถียงกันเรื่องผลลัพธ์สุดท้าย เก็บรักษาเอกสารและเงินโดยไม่ยึดเอาเอง แล้วจึงตัดสินใจเรื่องการซื้อหุ้นหรือการออกจากบริษัทอย่างเป็นระเบียบ การฟ้องคดีควรเป็นทางที่เลือกเมื่อเจรจาไม่สำเร็จ ไม่ใช่จดหมายฉบับแรก

หากกำลังวางโครงสร้างบริษัท 50:50 ใหม่ ให้อ่าน การถือหุ้นของผู้ก่อตั้งหลายคน และ สิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย แทน คู่มือนี้สำหรับกรณีที่ข้อพิพาทเกิดขึ้นแล้ว

1. เมื่อเจ้าของ 50:50 ไม่ลงรอยกัน อะไรพังก่อน

มักพังสามเรื่อง

  • การลงนาม หนังสือรับรองบริษัทระบุว่ากรรมการคนใดผูกพันบริษัทได้และต้องลงชื่อร่วมกันหรือไม่ ถ้าต้องลงพร้อมกันแล้วไม่ยอมลง สัญญา เช็ค และการยื่นเอกสารก็ติดขัด
  • การประชุม มติธรรมดาต้องมีเสียงเห็นด้วยมากกว่าเสียงไม่เห็นด้วย เสียงเท่ากันก็ตกไป มาตรา 1193 ให้ประธานที่ประชุมมีเสียงชี้ขาดเมื่อคะแนนเท่ากัน แต่ต้องตรวจว่าใครเป็นประธาน และข้อบังคับกำหนดไว้ต่างหรือไม่ และเจ้าของหลายรายไม่ยอมรับเสียงชี้ขาดในเรื่องที่จริงๆ คือการแย่งอำนาจควบคุม
  • เงิน ธนาคารทำตามหนังสือมอบอำนาจและตัวอย่างลายมือชื่อที่ให้ไว้ ถ้าต้องมีสองคนลงชื่อ เงินเดือน ค่าเช่า และภาษีก็อาจหยุด

เงินเดือนค้างจ่ายและภาษีหรือประกันสังคมที่ขาดส่งเป็นเรื่องเร่งที่สุด เพราะพนักงานและหน่วยงานไม่รอให้เจ้าของตกลงกัน ควรสอบถามนักบัญชีและที่ปรึกษาด้านแรงงานว่ากำหนดเวลาของบริษัทท่านคือเมื่อใด

2. 30 วันแรกควรทำอะไร

ทำตามลำดับนี้

  1. รวบรวมเอกสาร ข้อบังคับ หนังสือรับรองล่าสุด บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น สัญญาผู้ถือหุ้น รายงานการประชุม ทะเบียนผู้ถือหุ้น หนังสือมอบอำนาจธนาคาร และงบการเงินที่ยื่นล่าสุด
  2. ทำข้อตกลงชั่วคราวเป็นหนังสือ แม้เป็นคู่กรณีก็มักตกลงเรื่องแคบๆ ได้ เช่น ใครลงนามจ่ายเงินเดือนและภาษีไม่เกินวงเงินเท่าใด ใครติดต่อธนาคาร และห้ามทั้งสองฝ่ายโอนทรัพย์สินหรือหุ้นระหว่างเจรจา
  3. ทำบัญชีต่อไป มาตรา 1206 ให้กรรมการจัดให้มีบัญชีที่ครบถ้วนถูกต้อง จ่ายค่าจ้างนักบัญชีและยื่นแบบตามกำหนด
  4. เก็บรักษา ไม่ยึด ทำสำเนาในสิ่งที่ท่านมีสิทธิดู ห้ามเอาตราประทับ เอกสารต้นฉบับ หรือคอมพิวเตอร์ออกไป เปลี่ยนรหัสธนาคาร หรือกันอีกฝ่ายออกจากสถานที่ การกระทำเช่นนี้อาจทำให้เรื่องภายในบริษัทกลายเป็นคดีอาญาหรือแพ่งต่อตัวท่าน
  5. หาผู้ประเมินมูลค่าอิสระ ต้องใช้ทั้งในการซื้อหุ้นและการออกจากบริษัท

3. เรียกประชุมผู้ถือหุ้นได้หรือไม่ และช่วยได้หรือเปล่า

ได้ แต่บริษัท 50:50 ติดที่ตัวเลข

มาตรา 1173 และ 1174 ให้ผู้ถือหุ้นที่ถือรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าทำหนังสือขอให้กรรมการเรียกประชุมวิสามัญ ระบุวัตถุประสงค์ ถ้ากรรมการไม่เรียกภายในกำหนดตามกฎหมาย (30 วัน) ผู้ขอเรียกประชุมเองได้ เรื่องหนังสือนัดประชุมอยู่ในมาตรา 1175 และองค์ประชุมอยู่ในมาตรา 1178 ให้ตรวจข้อบังคับด้วย เพราะอาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่ม

ข้อจำกัดคือจำนวนเสียง ที่ประชุมจะมีมติเปลี่ยนกรรมการได้ต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะโหวต ถ้าสองฝ่ายถือฝ่ายละครึ่งพอดี ที่ประชุมก็ได้แค่บันทึกว่าเห็นต่างกัน แต่ก็ยังควรทำ เพราะมีหลักฐาน ทดสอบว่าเสียงชี้ขาดใช้ได้หรือไม่ และแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าท่านพร้อมใช้ช่องทางที่กฎหมายกำหนด วิธีเรียกประชุมและการโต้แย้งมติที่ไม่ชอบอ่านต่อที่ สิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย หากผู้ถือหุ้นหรือกรรมการอยู่ต่างประเทศ ดู การประชุมออนไลน์

4. เจรจา ไกล่เกลี่ย และอนุญาโตตุลาการ

ข้อพิพาท 50:50 ส่วนใหญ่ที่จบดีมักจบด้วยข้อตกลง ผู้ไกล่เกลี่ยช่วยได้เมื่อเจ้าของไม่คุยกันแล้ว ให้ตรวจก่อนว่าสัญญาผู้ถือหุ้นหรือข้อบังคับมีข้อกำหนดระงับข้อพิพาทหรือไม่ อาจกำหนดให้เจรจาหรือไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง หรือระบุให้ใช้อนุญาโตตุลาการแทนศาล หากมี การฝ่าฝืนอาจทำให้ท่านเสียเปรียบ เรามีบริการ ระงับข้อพิพาททางเลือก

ข้อตกลงที่ทำควรระบุว่าใครอยู่ ใครออก ราคา วันชำระเงิน การจัดการค้ำประกันและเงินกู้ และการลาออกจากกรรมการ

5. การซื้อหุ้นคืนทำอย่างไร

การซื้อหุ้นเป็นทางออกที่พบบ่อยเมื่อฝ่ายหนึ่งอยากทำธุรกิจต่อ

กฎหมายว่าอย่างไร ตามมาตรา 1129 หุ้นโอนได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมของบริษัท เว้นแต่ข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นสำหรับหุ้นชนิดระบุชื่อในใบหุ้น การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อต้องทำเป็นหนังสือ ผู้โอนและผู้รับโอนลงลายมือชื่อ มีพยานอย่างน้อยหนึ่งคนลงชื่อรับรอง และระบุเลขหมายหุ้น มิฉะนั้นเป็นโมฆะ และจะใช้ยันบริษัทหรือบุคคลภายนอกไม่ได้จนกว่าจะจดแจ้งชื่อและที่อยู่ของผู้รับโอนในทะเบียนผู้ถือหุ้น ประมวลกฎหมายไม่ได้ให้เจ้าของฝ่ายหนึ่งบังคับให้อีกฝ่ายขาย

การกำหนดราคา ราคาคือเรื่องที่ต้องเจรจา ฐานที่ใช้บ่อยคือมูลค่าตามบัญชี ตัวคูณกำไร หรือการประเมินโดยนักบัญชีหรือผู้ประเมินอิสระ ข้อกำหนดแบบเสนอราคาแล้วอีกฝ่ายเลือกซื้อหรือขาย ใช้ได้เมื่อมีในสัญญาผู้ถือหุ้นเท่านั้น อย่าตกลงราคาโดยไม่มีงบการเงินล่าสุดและรายการหนี้ การค้ำประกัน และเงินกู้กรรมการ

เรื่องอื่นที่ต้องตกลง

  • ปลดผู้ที่ออกจากการค้ำประกันส่วนตัว สัญญาเช่า และวงเงินธนาคาร และคืนเงินกู้ผู้ถือหุ้น
  • การลาออกของกรรมการที่ออกและการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการ (ต้องจดภายใน 14 วันตามมาตรา 1157)
  • ข้อห้ามแข่งขันและห้ามชักชวนลูกค้าในระยะเวลาและขอบเขตที่สมเหตุสมผล
  • ความลับ และใครเป็นเจ้าของรายชื่อลูกค้า โดเมน และเครื่องหมายการค้า ดู ความเป็นเจ้าของแบรนด์และเครื่องหมายการค้า
  • ภาษีจากการขายหุ้นและอากรแสตมป์ ให้ตรวจกับนักบัญชีก่อนลงนาม

หากท่านเป็นผู้ซื้อและบริษัทมีใบอนุญาต ดู การตรวจสอบก่อนซื้อบริษัท ทีม ซื้อขายกิจการ และ งานเลขานุการบริษัท จัดทำเอกสารโอนหุ้นและจดทะเบียนให้ได้

6. ศาลแก้ทางตันได้หรือไม่

หลักกฎหมาย มาตรา 1237 กำหนดเหตุที่ศาลอาจสั่งให้เลิกบริษัทจำกัด

ข้อเหตุ
1ทำผิดในการยื่นรายงานประชุมตั้งบริษัทหรือในการประชุมตั้งบริษัท
2ไม่เริ่มทำการภายในหนึ่งปีนับแต่วันจดทะเบียน หรือหยุดทำการถึงหนึ่งปีเต็ม
3การค้าขาดทุนอย่างเดียวและไม่มีทางฟื้นตัว
4ผู้ถือหุ้นเหลือเพียงคนเดียว
5มีเหตุอื่นใดทำให้บริษัทไม่สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้

ข้อ (5) คือข้อที่เจ้าของที่ติดทางตันมักอ้าง เราได้ตรวจตัวบทมาตรานี้แล้ว แต่ไม่ได้เปิดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาที่วินิจฉัยข้อ (5) ในกรณีทางตัน 50:50 โดยตรง จึงบอกไม่ได้ว่าศาลจะมองข้อเท็จจริงของท่านอย่างไร ตามหลักแล้ว ความขัดแย้งระหว่างเจ้าของหรือกรรมการอย่างเดียวไม่ตรงกับเหตุที่กฎหมายระบุ ประเด็นคือบริษัทยังดำเนินกิจการต่อไปได้หรือไม่

ความเห็นเชิงปฏิบัติของเรา คดีใช้เวลาและเงิน และระหว่างนั้นบริษัทมักเสียลูกค้า แต่ก็อาจเหมาะสมเมื่ออีกฝ่ายไม่สุจริต บริษัทไม่อาจดำเนินงานได้เลย และทางอื่นล้มเหลวแล้ว ให้ใช้โดยตั้งความคาดหวังอย่างสมเหตุสมผลและอย่าสันนิษฐานผลล่วงหน้า

ช่องทางอื่นผ่านศาล เช่น การโต้แย้งมติที่ไม่ชอบ และการฟ้องกรรมการแทนบริษัท อธิบายไว้ใน สิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

7. เลิกบริษัทโดยสมัครใจและชำระบัญชี

หากเจ้าของตกลงกันเลิกกิจการ ขั้นตอนมีดังนี้ (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ ป.พ.พ. มาตรา 1236, 1250 ถึง 1257)

  1. มติพิเศษให้เลิก ไม่น้อยกว่าสามในสี่ของเสียงผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุม ในที่ประชุมที่มีหนังสือนัดตามที่กฎหมายและข้อบังคับกำหนด ในบริษัท 50:50 ต้องเห็นด้วยทั้งสองฝ่าย
  2. ผู้ชำระบัญชี หากข้อบังคับไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น กรรมการทุกคนเป็นผู้ชำระบัญชีโดยผลของกฎหมายและต้องกระทำการร่วมกัน เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่หรือศาลกำหนดอำนาจไว้อย่างอื่น ที่ประชุมตั้งบุคคลอื่นได้ ถ้าไม่มีผู้ชำระบัญชี พนักงานอัยการหรือผู้มีส่วนได้เสียขอให้ศาลตั้งได้ (มาตรา 1251) ศาลถอดถอนผู้ชำระบัญชีได้เมื่อผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นรวมกันถึงหนึ่งในยี่สิบของทุนร้องขอ (มาตรา 1257)
  3. ภายใน 14 วันนับแต่เลิก ผู้ชำระบัญชีจดทะเบียนเลิก ลงประกาศหนังสือพิมพ์ท้องที่อย่างน้อยหนึ่งครั้ง และส่งจดหมายลงทะเบียนถึงเจ้าหนี้ที่ทราบ (มาตรา 1253 และ 1254)
  4. ชำระบัญชี ทำงบดุลและให้ผู้สอบบัญชีตรวจ เก็บเงินลูกหนี้ ขายทรัพย์สิน ชำระหนี้ แล้วคืนทุนและส่วนที่เหลือให้ผู้ถือหุ้น หากทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้ ผู้ชำระบัญชีต้องร้องขอให้ศาลสั่งล้มละลาย (มาตรา 1266) ดู เมื่อบริษัทชำระหนี้ไม่ได้
  5. จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี หลังที่ประชุมใหญ่อนุมัติรายงานครั้งสุดท้าย การฟ้องเรียกหนี้ที่บริษัทเป็นหนี้หรือเป็นเจ้าหนี้ต้องทำภายในสองปีนับแต่เสร็จการชำระบัญชี

หากเจ้าของตกลงปิดบริษัท เราดำเนินการให้ได้ผ่านบริการ เลิกบริษัท

8. กรณีแบบไหนใช้ทางใด

สถานการณ์ทางที่พบบ่อย
ทั้งสองฝ่ายอยากเลิก และไม่มีผู้ซื้อเลิกบริษัทโดยสมัครใจและชำระบัญชี
ฝ่ายหนึ่งอยากทำต่อ อีกฝ่ายยอมขายซื้อหุ้นโดยตกลงกัน พร้อมประเมินมูลค่า
ไม่มีใครยอมถอย บริษัทยังทำธุรกิจอยู่ไกล่เกลี่ย ข้อตกลงชั่วคราว แล้วค่อยพิจารณาศาล
บริษัทไม่สามารถดำเนินงานได้ และอีกฝ่ายไม่สุจริตปรึกษาทนายเรื่องการขอให้ศาลสั่งเลิก (มาตรา 1237(5)) และมาตรการอื่น
บริษัทล้มละลายไปทางกฎหมายล้มละลายก่อน ไม่ใช่ซื้อหุ้น

9. เช็กลิสต์

  • รวบรวมข้อบังคับ หนังสือรับรอง บัญชีผู้ถือหุ้น รายงานการประชุม และหนังสือมอบอำนาจธนาคารแล้ว
  • เงินเดือน ภาษี และประกันสังคมเป็นปัจจุบัน หรือมีข้อตกลงชั่วคราวเป็นหนังสือ
  • ทำข้อตกลงห้ามโอนทรัพย์สินและหุ้นระหว่างเจรจา
  • ทำสำเนาเอกสารโดยชอบ ไม่ยึดเอาด้วยกำลัง
  • ขอประเมินมูลค่าโดยผู้เป็นกลาง
  • ตรวจข้อกำหนดระงับข้อพิพาทในสัญญาและข้อบังคับ
  • เรียกประชุมกรรมการและผู้ถือหุ้นตามข้อบังคับ
  • ตัดสินใจเลือกทาง คือซื้อหุ้น ไกล่เกลี่ย เลิกบริษัท หรือฟ้องศาล
  • วางแผนปลดการค้ำประกันและจดทะเบียนเปลี่ยนกรรมการ

อ่านเพิ่มเติม

ทางตัน 50:50 ควรจัดการตามลำดับนี้ คือรักษาให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายและมีสภาพคล่อง เก็บรักษาเอกสารโดยไม่ยึดเอาเอง แล้วจึงเลือกระหว่างการซื้อหุ้น การไกล่เกลี่ย การเลิกบริษัท หรือศาล

เราให้คำปรึกษาเจ้าของกิจการเรื่องข้อพิพาทผู้ถือหุ้น การซื้อหุ้น การโอนหุ้น และการเลิกบริษัท ปรึกษาเบื้องต้นฟรี โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ ที่ปรึกษากฎหมายประจำ งานเลขานุการบริษัท เลิกบริษัท ซื้อขายกิจการ กฎหมายธุรกิจ และ ระงับข้อพิพาททางเลือก


คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ถือหุ้น 50:50 ตกลงกันไม่ได้ ศาลสั่งเลิกบริษัทได้หรือไม่+

มาตรา 1237 แห่ง ป.พ.พ. ให้ศาลสั่งเลิกบริษัทจำกัดได้ตามเหตุที่กฎหมายกำหนด รวมถึงข้อ (5) คือมีเหตุอื่นใดทำให้บริษัทไม่สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ความขัดแย้งระหว่างเจ้าของไม่ได้เป็นเหตุสั่งเลิกโดยอัตโนมัติ ศาลจะดูว่าบริษัทยังดำเนินกิจการต่อได้จริงหรือไม่ จึงควรถือเป็นทางสุดท้ายและปรึกษาทนายความก่อนยื่นฟ้อง

กรรมการต้องลงชื่อร่วมกันแต่ไม่ยอมลงชื่อ จะแก้อย่างไร+

ให้ตรวจข้อบังคับและอำนาจลงนามที่จดทะเบียนไว้ในหนังสือรับรองบริษัทก่อน ถ้ากรรมการติดขัดจนงานประจำหยุด ทางออกที่พบบ่อยคือทำข้อตกลงชั่วคราวเป็นหนังสือ เช่น กำหนดวงเงินที่ให้คนใดคนหนึ่งลงนามจ่ายเงินเดือนและภาษี หรือเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเปลี่ยนกรรมการ หรือซื้อหุ้นกัน แต่การเปลี่ยนกรรมการต้องใช้คะแนนเสียงตามที่ข้อบังคับและกฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นปัญหาของบริษัท 50:50 อยู่แล้ว

ผู้ถือหุ้น 50% บังคับให้อีกฝ่ายขายหุ้นได้หรือไม่+

โดยหลักไม่ได้ มาตรา 1129 เป็นเรื่องที่ผู้ถือหุ้นโอนหุ้นของตนได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากบริษัท เว้นแต่ข้อบังคับของบริษัทจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นสำหรับหุ้นชนิดระบุชื่อ ไม่ได้ให้สิทธิบังคับให้อีกฝ่ายขาย การซื้อหุ้นคืนจึงต้องตกลงกัน หรือมีข้อตกลงล่วงหน้าในสัญญาผู้ถือหุ้น เช่น ข้อกำหนดให้เสนอราคาแล้วอีกฝ่ายเลือกซื้อหรือขาย

เลิกบริษัทโดยสมัครใจต้องทำอย่างไร ใครเป็นผู้ชำระบัญชี+

ต้องมีมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่ คือไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงของผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุม ในบริษัท 50:50 หมายความว่าต้องเห็นพ้องกันทั้งสองฝ่าย หากข้อบังคับไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น กรรมการทุกคนเป็นผู้ชำระบัญชีโดยผลของกฎหมายและต้องกระทำการร่วมกัน ความขัดแย้งจึงอาจตามไปถึงขั้นชำระบัญชี ซึ่งศาลตั้งหรือถอดถอนผู้ชำระบัญชีได้ ระยะเวลาไม่แน่นอนเพราะขึ้นกับทรัพย์สิน หนี้สิน และการตรวจสอบบัญชี

ถ้าหุ้นส่วนกีดกันไม่ให้เข้าบริษัท ควรทำอะไรก่อน+

อย่าเอาเอกสารหรือเงินออกมาโดยพลการ ให้จดบันทึกข้อเท็จจริง ทำหนังสือขอตรวจดูสมุดบัญชีและสมุดรายงานการประชุม (ผู้ถือหุ้นมีสิทธิตรวจดูสมุดรายงานการประชุมตามมาตรา 1207) และปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ การใช้กำลังหรือยึดของเองอาจทำให้ท่านมีความรับผิดทางอาญาหรือทางแพ่ง

Lawyer-client handshake symbolizing trust at Suwanvara Law Firm

พร้อมรับฟังเรื่องของคุณ

ปรึกษาเบื้องต้นกับทนายความผู้เชี่ยวชาญของเรา