ท่านมีแคนวาสที่เขียนไว้แล้ว มีสินค้าหรือบริการที่ทำได้จริง และมีคนบอกว่าสนใจจะซื้อ เหลือเพียงตอบรับคำสั่งซื้อรายแรก แต่ถึงจุดนี้ เจ้าของกิจการหลายคนยังไม่ทราบว่าจะเสนอราคาอย่างไร ขอเงินมัดจำอย่างไร ออกเอกสารอะไรให้ลูกค้า ผู้ซื้อจะยอมรับงานเมื่อใด และงานนี้ต้องมีใบอนุญาตหรือไม่ ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ยากแต่ถ้าไม่เตรียมก่อน ลูกค้ารายแรกมักกลายเป็นรายที่สอนบทเรียนแพงที่สุด
คู่มือนี้ต่อจากชุดคู่มือ Business Model ได้แก่ Business Model Canvas Lean Canvas การเลือกกลุ่มลูกค้ากลุ่มแรก ทดสอบว่าลูกค้าจะจ่ายจริง คำนวณต้นทุนต่อการขาย เงินทุนก่อนเปิดบริษัท และ ความต่างของ B2B กับ B2C เมื่อท่านไล่ผ่านมาถึงจุดนี้แล้ว คู่มือนี้เปลี่ยนแคนวาสเป็นรายการสิ่งที่ต้องมีก่อนส่งมอบงานและรับเงินครั้งแรก
คำตอบหลัก
ก่อนรับลูกค้ารายแรก ควรมีเก้าอย่างที่เป็นลำดับต่อกัน คือ ข้อเสนอที่ชัดว่าขายอะไรและไม่ขายอะไร ขอบเขตงานและเกณฑ์ตรวจรับ ชุดเอกสารขาย ช่องทางรับเงินที่แยกจากเงินส่วนตัว ระบบบัญชีและเก็บหลักฐานตั้งแต่วันแรก ใบอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนที่เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของท่าน การจัดการข้อมูลลูกค้าและการตลาด การตรวจชื่อและเครื่องหมายการค้า และแผนติดตามหลังขาย ท่านไม่จำเป็นต้องทำสมบูรณ์ทั้งเก้าก่อนขายรายแรก แต่ต้องรู้ว่าข้อใดจำเป็นก่อนขาย และข้อใดเลื่อนได้
หลักกฎหมาย กฎหมายที่เกี่ยวกับลูกค้ารายแรกอยู่ในหลายฉบับ มัดจำอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377 และ 378 ความรับผิดของผู้ขายต่อความชำรุดบกพร่องอยู่ในมาตรา 472 ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 86 ผู้ประกอบกิจการที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ส่วนห้างหุ้นส่วนและบริษัทมีหน้าที่ทำบัญชีตาม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 เอกสารและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ใช้ได้ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และเมื่อขายให้ผู้บริโภค ต้องดู พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ที่อธิบายในคู่มือความต่างของ B2B กับ B2C
มุมมองเชิงปฏิบัติของเรา อย่ารอให้ทุกอย่างพร้อมแล้วค่อยขาย และอย่าขายก่อนแล้วค่อยหาเอกสาร ให้ถือว่าขายรายแรกเป็นการทดสอบที่ควบคุมได้ ทำเอกสารให้น้อยแต่ครบจุดเสี่ยง คือขอบเขตงาน ราคา วันจ่าย มัดจำ และการตรวจรับ แล้วปรับปรุงหลังได้ข้อมูลจริง ส่วนเรื่องที่ต้องมีก่อนขายจริง ๆ คือใบอนุญาตที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีก่อนเริ่มขาย และบัญชีรับเงินที่แยกจากกระเป๋าส่วนตัว
ตัวอย่างสมมติตลอดคู่มือ คือ ผู้ให้บริการออกแบบและจัดทำป้ายและสื่อสิ่งพิมพ์รายเล็กในขอนแก่น ที่ลูกค้ารายแรกเป็นร้านอาหารแห่งหนึ่งขอใบเสนอราคาป้ายหน้าร้านพร้อมติดตั้ง เราเรียกผู้ให้บริการว่า "ร้านป้าย"
1. ข้อเสนอ: ขายอะไร ไม่ขายอะไร ราคาเป็นแบบไหน
ข้อเสนอที่ชัดช่วยให้ทั้งสองฝ่ายไม่เข้าใจต่างกัน ควรเขียนให้ตอบได้ว่า
- ขายอะไร ระบุรายการหลัก คุณสมบัติ ปริมาณ และสิ่งที่รวมอยู่ในราคา
- ไม่ขายอะไร ระบุสิ่งที่ไม่รวม เช่น ค่าขออนุญาตติดตั้งป้าย การแก้แบบเกินจำนวนครั้ง ค่าเดินทางนอกพื้นที่
- โครงสร้างราคา ราคาเหมารวมหรือแยกรายการ ราคานี้รวมหรือไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้าท่านจดทะเบียน) ต้องระบุให้ชัด
- อายุของข้อเสนอ ใบเสนอราคาควรมีวันหมดอายุ เพื่อไม่ต้องรับราคาเก่าเมื่อต้นทุนเปลี่ยน
- เงื่อนไขเปลี่ยนแปลง ถ้าลูกค้าขอเพิ่ม ลด หรือแก้งาน จะคิดอย่างไร
ในคู่มือทดสอบว่าลูกค้าจะจ่ายจริง ท่านทดสอบว่าลูกค้ายอมจ่ายหรือไม่ ส่วนที่นี่เป็นการเขียนข้อเสนอที่ผูกพันได้ ส่วนราคาที่คำนวณจากต้นทุนอยู่ในคู่มือต้นทุนต่อการขาย หากขายบริการ ดูรูปแบบการคิดราคาเพิ่มเติมที่คู่มือราคาบริการแบบเหมา รายชั่วโมง รายเดือน
2. ขอบเขตงาน ข้อกำหนดสินค้า และเกณฑ์ตรวจรับ
ปัญหาระหว่างผู้ขายกับลูกค้าส่วนใหญ่เกิดจากสิ่งที่ไม่ได้เขียนไว้ ไม่ใช่สิ่งที่เขียนไว้ผิด ขอบเขตงานที่ดีมีองค์ประกอบดังนี้
| หัวข้อ | สิ่งที่ควรเขียน |
|---|---|
| สิ่งที่ส่งมอบ | รายการ ขนาด วัสดุ จำนวน รูปแบบไฟล์ หรือผลลัพธ์ที่ลูกค้าจะได้ |
| ข้อมูลที่ลูกค้าต้องให้ | แบบ ข้อความ โลโก้ สิทธิเข้าสถานที่ และกำหนดส่งข้อมูล |
| กำหนดเวลา | วันเริ่ม วันส่งมอบ และผลของความล่าช้าจากฝั่งลูกค้า |
| การแก้ไข | จำนวนครั้งที่แก้ได้โดยไม่คิดเพิ่ม |
| การตรวจรับ | ใครตรวจ ตรวจอะไร ภายในกี่วัน และถ้าเงียบถือว่ารับหรือไม่ |
| การรับประกัน | ครอบคลุมอะไร นานเท่าไร และอะไรไม่ครอบคลุม |
การแยกว่าท่านขายสินค้าหรือรับจ้างทำงานมีผลทางกฎหมาย ถ้าเป็นการซื้อขายสินค้าที่มีอยู่หรือผลิตเป็นมาตรฐาน ผู้ขายต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472 ถ้าเป็นการจ้างทำของ คือผู้รับจ้างทำงานให้สำเร็จและผู้ว่าจ้างจ่ายสินจ้างเมื่อผลสำเร็จของงาน การตรวจรับงานและความรับผิดต่อความชำรุดบกพร่องของงานอยู่ภายใต้หมวดจ้างทำของ ซึ่งมีหลักเกี่ยวกับการรับมอบ การบอกกล่าว และอายุความที่ต่างออกไป ร้านป้ายที่ออกแบบพิเศษเฉพาะลูกค้ารายนี้จึงอาจเป็นงานจ้างทำของ ส่วนร้านที่ขายป้ายสำเร็จรูปเป็นการซื้อขาย ท่านควรเขียนในใบเสนอราคาว่าเป็นงานแบบใด และให้ทนายความตรวจแบบเอกสารถ้าเป็นงานมูลค่าสูง
หากลูกค้ารายแรกเป็นองค์กรใหญ่และส่งสัญญามาให้ ดูคู่มือตรวจสัญญาที่ลูกค้ารายใหญ่ส่งมาให้ SME
3. ชุดเอกสารขาย
ชุดเอกสารขายขั้นต่ำที่ควรเตรียม คือ
| เอกสาร | ใช้ทำอะไร | หมายเหตุทางกฎหมาย |
|---|---|---|
| ใบเสนอราคา | เสนอรายการ ราคา เงื่อนไข และอายุของข้อเสนอ | ระบุผู้ออก วันที่ ผู้รับ และเงื่อนไขชำระเงิน |
| ใบยืนยันคำสั่งซื้อ หรือสัญญาสั้น | บันทึกว่าลูกค้าตกลงตามข้อเสนอ | ให้ลูกค้าตอบรับเป็นลายลักษณ์อักษร ทางอีเมลหรือแชตก็ได้ |
| เงื่อนไขการขาย | เงื่อนไขทั่วไป การรับประกัน การยกเลิก การรับคืน | ถ้าขายให้ผู้บริโภคต้องระวังข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม |
| ใบแจ้งหนี้ | ขอรับเงินตามที่ตกลง | ระบุวันครบกำหนด ช่องทางโอน และเลขที่อ้างอิง |
| ใบรับเงินมัดจำ หรือใบเสร็จ | หลักฐานที่ลูกค้าได้รับเมื่อจ่าย | เก็บสำเนา และออกตามที่รับเงินจริง |
| ใบกำกับภาษี | เฉพาะผู้ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม | ต้องมีรายการตามประมวลรัษฎากร มาตรา 86/4 |
| ใบส่งของหรือใบส่งมอบงาน | ยืนยันวันที่ส่งมอบและผู้รับ | ให้ลูกค้าเซ็นรับ ใช้ประกอบการตรวจรับ |
| หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย | ลูกค้าองค์กรที่หักภาษีต้องมอบให้ผู้ขาย | ติดตามให้ได้ครบ เพื่อใช้เป็นเครดิตภาษี |
ใบกำกับภาษี ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 86 และส่งมอบให้ผู้ซื้อ ส่วนผู้ที่ยังไม่จดทะเบียนไม่ควรออกเอกสารที่ระบุว่าเป็นใบกำกับภาษี ท่านควรตรวจกับกรมสรรพากรหรือนักบัญชีว่าถึงเวลาต้องจดทะเบียนหรือยัง ส่วนเอกสารรับเงินให้ตรวจแบบและหลักเกณฑ์ปัจจุบันของกรมสรรพากรสำหรับกิจการของท่าน
เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ การส่งใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และเอกสารยืนยันทางอีเมลหรือแชตใช้ได้ เพราะ พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7 ไม่ให้ปฏิเสธผลผูกพันของข้อความเพียงเพราะอยู่ในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ดูรายละเอียดการเซ็นสัญญาในคู่มือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในสัญญาบริษัท ข้อสำคัญคือเก็บบทสนทนาและไฟล์ไว้ให้ค้นกลับได้ และสรุปเงื่อนไขหลักเป็นข้อความเดียวให้ลูกค้ายืนยัน
ตัวอย่างข้อความยืนยันคำสั่งซื้อ (ตัวอย่าง ปรับตามงานจริง)
ขอบคุณที่สั่งงานกับร้านป้าย ขอยืนยันรายละเอียดดังนี้
1) งาน: ป้ายหน้าร้านพร้อมติดตั้ง ตามแบบที่ส่งทางอีเมลวันที่ ____
2) ราคา: ตามใบเสนอราคาเลขที่ ____ (รวม/ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามที่ระบุในใบเสนอราคา)
3) การชำระเงิน: มัดจำตามที่ระบุเมื่อยืนยัน ส่วนที่เหลือชำระเมื่อส่งมอบงาน
4) กำหนดส่งมอบ: ภายใน ____ วันทำการ นับจากวันที่ได้รับมัดจำและไฟล์งานครบ
5) แก้แบบได้ ____ ครั้งโดยไม่คิดเพิ่ม
6) การตรวจรับ: ลูกค้าตรวจภายใน ____ วันนับจากวันส่งมอบ หากไม่แจ้งข้อบกพร่องเป็นลายลักษณ์อักษรภายในกำหนด ถือว่ารับงานแล้ว
กรุณาตอบกลับข้อความนี้ว่า "ยืนยัน" เพื่อเริ่มงาน
มัดจำ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377 สิ่งที่ให้ไว้ในวันทำสัญญาเป็นมัดจำ ให้ถือเป็นพยานหลักฐานว่าสัญญาได้ทำกันขึ้นแล้ว และเป็นประกันการที่จะชำระหนี้ และมาตรา 378 กำหนดผลของการให้มัดจำเมื่อมีการชำระหนี้ มีฝ่ายใดผิดสัญญา หรือชำระหนี้เป็นพ้นวิสัย ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการชำระหนี้ ริบหรือคืน ตามที่บัญญัติไว้ ผู้ขายควรเขียนในใบรับเงินว่าเป็น "มัดจำ" หรือ "เงินชำระล่วงหน้า" ให้ตรงกับความตั้งใจจริง เพราะผลต่างกัน และเขียนไว้ว่าจะคืนอย่างไรถ้าผู้ขายส่งมอบไม่ได้ ถ้ายังไม่มีบริษัทแต่ต้องการรับเงินมัดจำในนามบริษัทที่กำลังจะตั้ง ดูคู่มือสัญญาก่อนจดทะเบียนบริษัทและความรับผิดของผู้เริ่มก่อการ
4. การรับเงิน: บัญชีธนาคาร ช่องทางชำระ และหลักฐาน
- บัญชีธนาคารแยก ถ้าเป็นบริษัท ต้องใช้บัญชีของบริษัทเพราะบริษัทเป็นนิติบุคคลแยกจากผู้ถือหุ้น ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ควรเปิดบัญชีแยกสำหรับธุรกิจเพื่อให้บัญชีง่ายและแยกสลิปได้ ธนาคารมีเอกสารที่ขอต่างกันตามประเภทกิจการ ควรสอบถามสาขาก่อน
- ช่องทางชำระเงิน โอนผ่านบัญชี พร้อมเพย์ บัตร หรือผ่านแพลตฟอร์ม แต่ละช่องทางมีค่าธรรมเนียมและเวลาที่เงินเข้าต่างกัน ท่านควรเลือกช่องทางที่ลูกค้าตรงกลุ่มใช้ และนำค่าธรรมเนียมไปคิดในต้นทุนต่อการขาย
- หลักฐานการรับเงิน เก็บสลิป รายการเดินบัญชี และเลขอ้างอิงของใบแจ้งหนี้ไว้ด้วยกัน
- ลูกค้าองค์กร ถามฝ่ายบัญชีของลูกค้าว่ารอบจ่ายคือวันไหน ต้องการเอกสารอะไร และต้องลงทะเบียนผู้ขายหรือไม่ การเตรียมเรื่องนี้ดูคู่มือความต่างของ B2B กับ B2C
- เงินที่เหมาะสมในช่วงแรก อย่านำเงินจากลูกค้าไปใช้ส่วนตัวหากเป็นเงินบริษัท และอย่านำเงินมัดจำของลูกค้าไปใช้เป็นต้นทุนที่ยังไม่แน่ใจว่าจะทำงานให้ลูกค้าเสร็จ
ส่วนการวางแผนเงินสำรองและทุนหมุนเวียนก่อนเริ่มขาย ดูคู่มือเงินที่ต้องเตรียมก่อนเปิดบริษัท
5. ระบบบัญชีตั้งแต่วันแรก
ถ้าท่านมีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องจัดทำบัญชีตาม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ทำบัญชีและผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี รายละเอียดของปีแรกอยู่ในคู่มือทำบัญชีอะไรบ้างในปีแรก ที่นี่ขอเน้นเฉพาะสิ่งที่ต้องเริ่มก่อนขายรายแรก
- เก็บเอกสารทุกใบตั้งแต่วันแรก ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ สลิป ใบส่งของ และหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
- ตั้งชื่อไฟล์และโฟลเดอร์ให้ค้นกลับได้ เช่น ตามวันที่และชื่อลูกค้า
- แยกเงินส่วนตัวกับเงินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือบุคคลธรรมดา
- ส่งเอกสารให้ผู้ทำบัญชีตามรอบ ที่ตกลงกันไว้ อย่ากองไว้ท้ายปี
- ถามผู้ทำบัญชีก่อนขายรายแรก ว่ารายการขายของท่านต้องออกเอกสารอย่างไร มีภาษีหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่ และถึงเกณฑ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือยัง
ทั้งนี้ ผู้ประกอบกิจการที่เป็นบุคคลธรรมดามีหน้าที่ทางภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดา ซึ่งต่างจากบริษัท ควรปรึกษานักบัญชีว่าต้องเก็บหลักฐานและยื่นแบบอย่างไรตามรายได้ของท่าน
6. ใบอนุญาตและข้อกำหนดเฉพาะธุรกิจที่ต้องตรวจก่อนขาย
ข้อนี้เป็นข้อที่ต่างกันมากตามประเภทธุรกิจ และมักเป็นข้อที่ไม่ควรเลื่อน ท่านไม่ต้องจำรายการทั้งหมด แต่ต้องถามว่าธุรกิจของท่านอยู่ในกลุ่มใดต่อไปนี้หรือไม่
| ประเภทธุรกิจ | สิ่งที่ควรตรวจก่อนขาย |
|---|---|
| อาหาร | สถานที่ผลิต การขึ้นทะเบียนหรือแจ้งผลิตภัณฑ์ ฉลาก ตามกฎหมายอาหาร |
| เครื่องสำอาง | การแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ฉลาก และข้อความโฆษณา |
| ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ยา เครื่องมือแพทย์ | ใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือขาย และข้อห้ามโฆษณา |
| การศึกษาและโรงเรียนกวดวิชา | การขออนุญาตจัดตั้งตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง |
| ขนส่งและโลจิสติกส์ | ใบอนุญาตประกอบการขนส่งและข้อกำหนดของยานพาหนะ |
| บริการทางการเงิน การให้กู้ การรับชำระเงิน | ใบอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานกำกับดูแล |
| การขายออนไลน์ | การจดทะเบียนพาณิชย์ หรือการจดทะเบียนตามกฎหมายขายตรง/ตลาดแบบตรง ในบางรูปแบบ |
| ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย สถานประกอบการที่เปิดให้ประชาชนเข้า | ใบอนุญาตตามกฎหมายสาธารณสุขหรือท้องถิ่น และการตรวจสถานที่ |
| บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ | ข้อจำกัดตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว |
อย่าถือว่าตารางนี้ครบ เราเขียนให้ใช้เป็นคำถามเริ่มต้นเท่านั้น ค่าธรรมเนียม ระยะเวลา และเอกสารเปลี่ยนตามประกาศ ควรตรวจกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตหรือให้ทนายความตรวจก่อน ดูบริการใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และการขึ้นทะเบียน อย. ถ้าท่านขายสินค้าที่มีฉลาก ดูคู่มือฉลากสินค้า การขายโดยไม่มีใบอนุญาตที่ต้องมีอาจทำให้ถูกดำเนินคดีและต้องหยุดขาย ซึ่งทำให้เสียลูกค้ารายแรกพอดี
7. ข้อมูลลูกค้า การตลาด และเงื่อนไขเว็บไซต์
ทันทีที่ท่านเก็บชื่อ เบอร์โทร ที่อยู่ หรือประวัติการซื้อของลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดา ท่านกำลังเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สิ่งที่ควรมีตั้งแต่ลูกค้ารายแรก คือ
- ประกาศความเป็นส่วนตัว บอกว่าเก็บข้อมูลอะไร เพื่อวัตถุประสงค์ใด เก็บนานเท่าไร และติดต่อใครได้ ถ้ามีเว็บไซต์หรือแบบฟอร์ม ต้องให้ลูกค้าเห็นก่อนกรอกข้อมูล
- ความยินยอมสำหรับการตลาด ส่งข้อความโฆษณาเมื่อมีฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม ซึ่งมักเป็นความยินยอมแยกจากการสั่งซื้อ
- เงื่อนไขการใช้เว็บไซต์หรือแอป ถ้าขายออนไลน์ ควรมีเงื่อนไขการสั่งซื้อ การชำระเงิน การจัดส่ง การคืนสินค้า และช่องทางติดต่อ
- การเก็บรักษาข้อมูลอย่างปลอดภัย ไม่ส่งรายชื่อลูกค้าให้ผู้อื่นโดยไม่มีฐานทางกฎหมาย
รายละเอียดดูเช็กลิสต์ PDPA และบริการPDPA
8. ชื่อและเครื่องหมายการค้า
ก่อนพิมพ์ใบเสนอราคา ป้าย นามบัตร และโพสต์ ควรตรวจชื่อและเครื่องหมายการค้าก่อน เพราะถ้าชื่อซ้ำหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่จดแล้ว ท่านอาจต้องเปลี่ยนชื่อภายหลังเมื่อลูกค้ารู้จักแล้ว ขั้นต่ำที่ควรทำคือ ตรวจฐานข้อมูลเครื่องหมายการค้าของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ตรวจชื่อนิติบุคคลที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และตรวจชื่อโดเมนและชื่อเพจ ดูกระบวนการยื่นจดในคู่มือขั้นตอนจดเครื่องหมายการค้า และบริการจดเครื่องหมายการค้า
9. หลังขายรายแรก: ความคิดเห็น การรับประกัน และการติดตาม
ลูกค้ารายแรกให้ข้อมูลมากกว่าที่ท่านคิด ควรทำสามอย่างภายในไม่กี่สัปดาห์หลังส่งมอบ
- ขอข้อมูลย้อนกลับเป็นลายลักษณ์อักษร ถามว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และถ้าจะแนะนำต่อจะบอกว่าอย่างไร ถ้าจะนำความคิดเห็นหรือรูปงานไปใช้โฆษณา ให้ขออนุญาตก่อน
- ดูแลการรับประกัน บันทึกเรื่องที่ลูกค้าแจ้ง แก้ภายในเวลาที่ตกลง และเก็บหลักฐานการแก้ ผู้ขายต้องรับผิดต่อความชำรุดบกพร่องตามกฎหมายอยู่แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472 การเขียนเงื่อนไขรับประกันที่ชัดเจนช่วยให้ท่านทำตามได้จริง
- เก็บเงินส่วนที่เหลือและเอกสารให้ครบ ติดตามใบแจ้งหนี้ ขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายถ้ามี และปิดบัญชีรายการนี้ ถ้าลูกค้าไม่จ่ายตามกำหนด ดูคู่มือใบแจ้งหนี้ค้างชำระ
จากนั้นกลับไปทบทวนแคนวาสว่าสมมติฐานข้อใดพิสูจน์แล้ว ข้อใดต้องแก้ ต้นทุนจริงต่างจากที่คำนวณไว้หรือไม่ และพร้อมเปลี่ยนจากผู้ขายรายบุคคลเป็นบริษัทหรือยัง ดูคู่มือเมื่อควรเปลี่ยนจากผู้ขายรายบุคคลเป็นบริษัท
10. เช็กลิสต์ก่อนรับลูกค้ารายแรก
ข้อเสนอและขอบเขต
- เขียนได้ว่าขายอะไร และอะไรที่ไม่รวมในราคา
- ใบเสนอราคาระบุราคา เงื่อนไขชำระ และวันหมดอายุ
- ขอบเขตงานระบุสิ่งส่งมอบ กำหนดเวลา จำนวนครั้งที่แก้ และเกณฑ์ตรวจรับ
- รู้ว่างานเป็นซื้อขายหรือจ้างทำของ และเขียนเงื่อนไขให้ตรงกับกรณีนั้น
เอกสารและการรับเงิน
- มีแบบใบเสนอราคา ใบยืนยันคำสั่งซื้อ ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และใบส่งมอบงาน
- ถ้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว มีระบบออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง
- เขียนเงื่อนไขเงินมัดจำและการคืนเงินให้ชัด
- มีบัญชีรับเงินแยกจากเงินส่วนตัว
- มีชุดเอกสารผู้ขายสำหรับลูกค้าองค์กร
บัญชีและภาษี
- คุยกับผู้ทำบัญชีแล้วเรื่องเอกสารขายและภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- มีโฟลเดอร์เก็บหลักฐานตั้งแต่วันแรก
- ตรวจแล้วว่าต้องจดทะเบียนพาณิชย์หรือไม่ และสถานะของบุคคลธรรมดาหรือบริษัทเหมาะกับลูกค้ารายนี้หรือไม่
ใบอนุญาตและข้อกำหนดเฉพาะ
- ตรวจแล้วว่าสินค้าหรือบริการต้องมีใบอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนก่อนขายหรือไม่
- ตรวจฉลากและข้อความโฆษณาแล้ว
ข้อมูล ชื่อ และหลังการขาย
- มีประกาศความเป็นส่วนตัวและวิธีขอความยินยอมการตลาด
- ตรวจชื่อ เครื่องหมายการค้า และชื่อโดเมนแล้ว
- มีแผนขอความคิดเห็นและรับเรื่องหลังขายภายในช่วงเวลาที่กำหนด
อ่านเพิ่มเติม
- ความต่างของ B2B กับ B2C — ก่อนเตรียมเอกสารให้ตรงประเภทลูกค้า
- คำนวณต้นทุนต่อการขายก่อนเปิดบริษัท — เช็กว่าราคาที่เสนอเหลือกำไรจริง
- เงินที่ต้องเตรียมก่อนเปิดบริษัท — เงินทุนจดทะเบียน ทุนเริ่มต้น และทุนหมุนเวียน
- ทำบัญชีอะไรบ้างในปีแรก — รายละเอียดบัญชีหลังเปิดบริษัท
- สัญญาก่อนจดทะเบียนบริษัทและความรับผิดของผู้เริ่มก่อการ — เมื่อรับมัดจำก่อนมีบริษัท
- เมื่อควรเปลี่ยนจากผู้ขายรายบุคคลเป็นบริษัท — ตัดสินใจเรื่องรูปแบบธุรกิจ
- ขั้นตอนจดเครื่องหมายการค้า — ก่อนใช้ชื่อกับลูกค้าจริง
ลูกค้ารายแรกควรเป็นการทดสอบที่ควบคุมได้ ท่านจึงต้องรู้ก่อนว่าขายอะไรให้ใคร ในราคาและเงื่อนไขอะไร จะได้เงินอย่างไร และมีใบอนุญาตครบหรือไม่
เราช่วยตรวจและจัดทำใบเสนอราคา สัญญา และเงื่อนไขการขายให้ตรงกับธุรกิจของท่าน ตรวจว่าสินค้าหรือบริการต้องมีใบอนุญาตใดก่อนเริ่มขาย และวางระบบเอกสารที่รองรับการทำบัญชีและภาษี ปรึกษาเบื้องต้น โทร 092-254-2045 หรือ ส่งรายละเอียดให้เรา ดูเพิ่มเติมที่ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และ จัดทำสัญญาและเอกสารธุรกิจ
คู่มือนี้เผยแพร่โดย สำนักงานกฎหมายสุวรรณวรา ลอว์เฟิร์ม — สำนักงานกฎหมายในจังหวัดขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ

